กลิ่นอายความชื้นของดินปนคราบเขม่าควันไฟ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้โพรงถ้ำหินย้อยอันเงียบสงบ เสียงไม้แห้งลั่นเปรี๊ยะ ๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหยดน้ำที่ร่วงหล่นกระทบพื้นหินด้านนอก ม่านบาตรเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนที่ลิซ่าบรรจงกางไว้รอบกองไฟ ช่วยตัดขาดความหนาวเหน็บจากภายนอกได้อย่างชะงักงัน ทว่ามันไม่อาจกลบความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนหลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่มาได้
“นี่... นายคิดว่าเด็กคนนั้นเป็นใครกันแน่?”
เรน่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เธอใช้กิ่งไม้เขี่ยเศษถ่านในกองไฟให้กระจายออกเล็กน้อย เปลวไฟสีส้มสาดสะท้อนดวงตากลมโตที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
ลิซ่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงง่วนอยู่กับการคัดแยกการ์ดเวทมนตร์ระดับกลางที่เพิ่งดรอปได้จากซากโกเล็มดินเมื่อช่วงบ่าย นิ้วเรียวยาวขยับพลิกการ์ดในมืออย่างเชี่ยวชาญ แสงเรืองรองจาง ๆ จากหน้าจออินเทอร์เฟซระบบผู้กล้าสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของเขา ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเคย
“เด็กที่หัวเราะคิกคักขณะที่พื้นใต้เท้ากำลังถล่ม... ไม่น่าจะใช่ ‘มอนสเตอร์’ ทั่วไปในดันเจี้ยนชั้นสามแน่ค่ะ แรงกดดันทางจิตวิทยาก่อนที่เราจะร่วงลงมา มันบอกชัดเจนว่าเธอกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ เหมือนแมวหยอกหนู”
“แต่เธอก็ไม่ได้ซ้ำเติมตอนที่เราตกลงมานี่นา ออกจะช่วยรับแรงกระแทกด้วยซากรากไม้พวกนั้นด้วยซ้ำ...” ฮันเตอร์สาวพึมพำเสียงเบา เอนหลังพิงผนังถ้ำอย่างอ่อนล้า ความตึงเครียดตลอดทั้งวันทำให้กล้ามเนื้อตึงเกร็งไปหมด แม้พลังกายของเธอจะเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า แต่ความล้าทางใจจากความไม่รู้ในสถานการณ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ลิซ่าเหลือบมองสหายร่วมทางที่นั่งกอดเข่าอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาที่มักจะนิ่งสงบเหมือนผิวน้ำในบึงลึก ไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสังเกตเห็นรอยแผลถลอกที่ต้นแขนของเธอ ซึ่งเลอะคราบดินและคราบเลือดแห้งกรัง
มือเรียวหยุดการจัดสำรับการ์ด เขาลุกขึ้นหยิบขวดโพชันฟื้นฟูระดับกลางสีเขียวมรกตและผ้าสะอาดเดินเข้าไปใกล้ ร่างโปร่งนั่งลงช้า ๆ โดยไม่ส่งเสียงรบกวน ก่อนจะยื่นยาให้
“เจ็บมากไหมคะ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล ผิดจากวิสัยปกติที่มักจะพูดคุยด้วยเหตุผลและกลยุทธ์เย็นชา
เรน่าสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ก่อนจะคลี่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาแล้วส่ายหน้า “แค่นี้สบายมากน่า ลิซ่า ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นฮันเตอร์สายบู๊ แผลแค่นี้พรุ่งนี้ก็หายสนิทแล้ว... โอ๊ย! เบามือหน่อยสิยะ!”
เธอร้องอุทานเบา ๆ เมื่อลิซ่าไม่ฟังคำปฏิเสธ เขาใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบสกปรกบริเวณรอบแผลให้อย่างเบามือและระมัดระวังที่สุด ราวกับกำลังทะนุถนอมวัตถุโบราณที่เปราะบาง ท่าทางที่จริงจังและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ทำให้เรน่าเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาของเธอจับจ้องใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม—สันจมูกโด่งเป็นคม แว่นตาที่สะท้อนแสงไฟ และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เขาตั้งสมาธิกับการพันผ้าพันแผลให้เธอ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่สัมผัสโดนผิวเนื้อ ส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากคำว่า ‘สหายร่วมรบ’ เข้ามาในใจ
“มองอะไรคะ หน้าฉันมีฝุ่นติดอยู่หรือไง” ลิซ่าเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแผลที่กำลังพันเสร็จเรียบร้อย
“เปล่า... แค่คิดว่า บางทีนายก็ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิดนะ” เรน่าเบนสายตาหนีไปทางกองไฟแก้เขิน ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยท่ามกลางแสงไฟสลัว “ขอบใจนะ... ลิซ่า”
“ยินดีค่ะ” ลิซ่าตอบรับสั้นๆ เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน บรรยากาศรอบตัวพวกเขายามนี้เปลี่ยนจากความหวาดระแวง กลายเป็นความอบอุ่นเรียบง่ายที่หาได้ยากยิ่งในดันเจี้ยนอันตรายแห่งนี้
“นี่... เล่าเรื่องของนายก่อนที่จะมาเป็นเซียนการ์ดให้ฉันฟังหน่อยสิ” เรน่าชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบอีกครั้ง เธอหันมามองเขาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น “ฉันรู้แค่ว่านายเก่งเรื่องคำนวณและใช้การ์ดประหลาดๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า นายมาจากไหนกันแน่ ทำไมถึงมีความรู้เรื่องระบบและดันเจี้ยนลึกซึ้งขนาดนี้”
ลิซ่าเงียบไปครู่หนึ่ง เขาทอดสายตาไปยังเปลวไฟที่กำลังเต้นระบำ สีหน้าฉายแววครุ่นคิดถึงอดีตที่ถูกปิดตาย
“โลกที่ฉันจากมา... ไม่ได้มีมานาหรือระบบผู้กล้าแบบนี้หรอกค่ะ” ลิซ่าเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ “ที่นั่น ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเหตุผล ความน่าจะเป็น และตัวเลข... ฉันเป็นเพียงแค่นักวิเคราะห์เกมผู้โดดเดี่ยว ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับการคำนวณความเสี่ยงและความน่าจะเป็นในโลกดิจิทัล จนกระทั่งวันหนึ่ง หน้าจอสีดำปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความเชิญชวนให้เข้ามา ‘เล่นเกม’ ที่เดิมพันด้วยชีวิตจริง”
เรน่าฟังเงียบๆ เธอสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวและความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น มือเรียวของเธอขยับไปกุมมือของเขาที่วางอยู่บนตักโดยสัญชาตญาณ ไออุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความรู้สึกเห็นอกเห็นใจไปให้
“แต่ตอนนี้ นายไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ” เรน่ากล่าวด้วยรอยยิ้มจริงใจ “ไม่ว่าโลกเก่าของนายจะเป็นยังไง หรือระบบบ้าๆ นี่จะพาเราไปเจออะไร ฉัน... จะอยู่แนวหน้าคอยแทงค์ให้เอง นายแค่มีหน้าที่วางแผนและหยิบการ์ดพวกนั้นออกมาก็พอ ตกลงไหม?”
ลิซ่ามองมือที่กุมกันไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจของหญิงสาว มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
“ค่ะ... ฝากข้างหน้าด้วยนะคะ เรน่า”
พริบตาที่ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทั้งสองคน เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานนับชั่วโมง ก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของลิซ่าอย่างกะทันหัน จนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานจิตวิญญาณระดับสูงพิเศษกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน!]*
*[เงื่อนไขพิเศษ ‘สายใยแห่งพันธมิตร’ ถูกกระตุ้นสำเร็จ! ปลดล็อกการ์ดลับเฉพาะคู่หู: ‘เสียงกระซิบแห่งกาลเวลา’]*
*[คำเตือน: ผู้บุกรุกนอกเหนือจากระบบ กำลังยืนอยู่ด้านหลังท่าน... ณ บัดนี้]*
สิ้นเสียงแจ้งเตือน อุณหภูมิภายในถ้ำหินย้อยก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กองไฟตรงหน้าดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงความมืดมิดสนิทที่ถูกปกคลุมด้วยเสียงฝีเท้าเบาหวิว... และเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยดังอยู่ชิดใบหูของลิซ่า
*“เจอตัว... สองคนพี่น้องแล้วล่ะค่ะ... เล่นเกมต่อจากเมื่อกี้กันเถอะนะ?”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่หูสายวางแผนของเรามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนการ์ดหน้าตายกับระบบผู้กล้าสายซัพ•ตอนที่ 7
ค่ำคืนรอบกองไฟ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนการ์ดหน้าตายกับระบบผู้กล้าสายซัพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!