“นายไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ทำตัวหรอกเรย์... ความจริงแล้วนายก็แค่เด็กขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงน้ำแข็งที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเท่านั้น”
เสียงกระซิบของฟีนิกซ์ในระยะประชิดทำเอาลมหายใจของเรย์สะดุดกึก เรย์ไม่ได้หันไปมองอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูบานยักษ์ที่สลักลวดลายอักขระโบราณตรงหน้า ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาต้องเคลียร์ในดันเจี้ยนระดับหายนะนี้ มือที่สวมถุงมือหนังของเขากำดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“หุบปากซะ ฟีนิกซ์ ถ้าไม่อยากตาย” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่มือที่สั่นเทานิดๆ กลับทรยศต่อท่าทางที่แสดงออก
ฟีนิกซ์ยักไหล่ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความกวนประสาทปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อคำขู่ของ ‘อัศวินน้ำแข็ง’ เลยสักนิด กลับกัน เขาเดินเข้าไปประชิดแผ่นหลังของเรย์จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย
“กลัวเหรอ? หรือว่าความทรงจำพวกนั้นมันเริ่มย้อนกลับมาทักทายอีกแล้วล่ะ” ฟีนิกซ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของคนตรงหน้า “ฉันเห็นนะ... แววตาของนายตอนที่แตะต้องผนังดันเจี้ยนนั่น มันเหมือนกับตอนที่นายเห็น ‘เพื่อนร่วมทีมคนแรก’ ตายต่อหน้าต่อตา นายยังโทษตัวเองอยู่ใช่ไหม?”
ฉับพลัน เรย์สะบัดตัวหันกลับมาอย่างรวดเร็ว มือแกร่งกระชากคอเสื้อฟีนิกซ์จนร่างของนักล่าแต้มหนุ่มเซถลาไปกระแทกกับผนังถ้ำ เสียงดังก้องกังวานไปทั่วโถงมืดมิด
“อย่าลามปามถึงเรื่องนั้น!” เรย์ตวาด ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผืนน้ำแข็งบัดนี้สั่นไหวรุนแรง ราวกับพายุหิมะที่กำลังบ้าคลั่ง ภาพความทรงจำสีเลือดในอดีตฉายชัดขึ้นมา—กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือที่เขากลับทำอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ฟีนิกซ์ไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง เขากลับยกยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและ... ความเจ็บปวดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความกะล่อนนั้น นิ้วเรียวของฟีนิกซ์เอื้อมขึ้นมาแตะที่ข้อมือของเรย์เบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบจากเรย์ทำให้ฟีนิกซ์ขมวดคิ้ว
“เรย์... นายไม่จำเป็นต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวหรอกนะ” ฟีนิกซ์กระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นจริงจังจนน่าตกใจ “ถ้ากำแพงมันหนาเกินไปจนนายอึดอัด... ทำไมไม่ลองพังมันทิ้งดูบ้างล่ะ? อย่างน้อยก็ตรงที่ฉันยืนอยู่นี่ไง”
เรย์ชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสับสน การกระทำที่คาดไม่ถึงของฟีนิกซ์ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ แทนที่จะถอยห่าง ฟีนิกซ์กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไออุ่นจากร่างกายของฟีนิกซ์แผ่ซ่านเข้ามาทำลายความเย็นชาที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาโดยตลอด
“นายต้องการอะไรกันแน่...” เรย์ถาม เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปในความมืด
“ต้องการให้นาย... มองเห็นฉัน” ฟีนิกซ์ตอบ สายตาจดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเรย์ “ไม่ใช่ในฐานะคู่แข่งที่ต้องเอาชนะ แต่ในฐานะคนที่จะอยู่ข้างๆ นาย... แม้ในตอนที่นายอ่อนแอที่สุด”
จังหวะที่หัวใจของเรย์กำลังสั่นคลอน อักขระโบราณบนประตูยักษ์ตรงหน้าก็พลันส่องแสงสีแดงฉานออกมาพร้อมเสียงครืนครั่นสนั่นหวั่นไหว ดันเจี้ยนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเศษหินร่วงกราวลงมา
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังสับสนกับความรู้สึกที่พุ่งพล่าน ฟีนิกซ์กลับดึงเรย์เข้าหาตัวพร้อมใช้ร่างของเขาบังเศษหินที่ถล่มลงมา อ้อมกอดที่กะทันหันทำให้เรย์นิ่งอึ้ง สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นช่างแตกต่างจากความหนาวเหน็บที่เขาเคยชิน
ทันใดนั้น บานประตูที่สลักอักขระก็เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาดำทมิฬที่ยืนรออยู่ภายใน ไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่พวกเขาคาดเดา แต่เป็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินออกมาพร้อมดาบที่ดูคุ้นตา... ดาบที่เรย์จำได้แม่นว่ามันหายสาบสูญไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อน
ฟีนิกซ์ผละออกจากเรย์เล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดๆ
“เรย์... นั่นมันไม่ใช่...”
“นั่นมันเป็นไปไม่ได้...” เรย์พึมพำ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เมื่อร่างที่ปรากฏตรงหน้าเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและดวงตาที่ไร้แววชีวิต
ชายคนนั้นขยับปากพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงกระดูก “ในที่สุด... ก็หาทางมาถึงที่นี่จนได้นะ เจ้าคนทรยศ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความเจ็บปวดและปริศนาในดันเจี้ยนนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- ชาโดว์ฮันเตอร์ -
เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ•ตอนที่ 22
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!