ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 28

รุ่งอรุณแห่งความสุข

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าคุณยังลังเลแบบนี้ ก็เชิญยื่นข้อเสนอที่ทำให้ฉันยอมเอาชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไปเสี่ยงกับคุณมาสิคะ" คำพูดนั้นไม่ได้ออกมาจากปากของใครคนอื่น แต่เป็นเสียงสะท้อนในความคิดของเซนขณะที่เขากำลังกดเฟรนช์เพรสลงอย่างเชื่องช้า กลิ่นหอมฟุ้งของเมล็ดกาแฟคั่วกลางจากหุบเขาลับที่ลิลลี่เป็นคนปลูกอบอวลไปทั่วร้าน แต่มันกลับไม่สามารถกลบความกระวนกระวายในใจของเขาได้เลย เซนวางมือบนด้ามกดนิ่งค้าง สายตาจ้องมองฟองสีทองที่ลอยเด่นอยู่เหนือผิวกาแฟ ลิลลี่ที่นั่งอยู่บนขอบแก้วเซรามิกบนเคาน์เตอร์ขยับปีกสีใสเบาๆ เธอไม่ได้ร่าเริงเหมือนทุกวันที่ผ่านมา แววตาของภูตจิ๋วเต็มไปด้วยความกังวลขณะมองดูชายหนุ่มที่เธอมองว่าเป็นครอบครัวเพียงคนเดียว "เซน... กาแฟมันจะขมจนเกินไปแล้วนะคะ" ลิลลี่เอ่ยเสียงแผ่ว เซนชะงัก เขาถอนหายใจยาวก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปาก รสชาติกลมกล่อมที่ควรจะมอบความผ่อนคลาย กลับทิ้งรสขมฝาดลึกไว้ที่ปลายลิ้น ราวกับจะเตือนสติว่าความสุขที่เพิ่งได้รับคืนมาในหมู่บ้านแห่งนี้ มันคือความสงบก่อนพายุใหญ่จะพัดผ่าน ภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ หมู่บ้านปลายสายรุ้งกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเด็กๆ เผ่ามังกรตัวจิ๋วที่วิ่งเล่นกันบนถนนดิน เสียงขลุ่ยไม้ของชาวบ้านที่กำลังเตรียมงานเทศกาลดอกไม้บานครั้งใหญ่ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นรางวัลที่คุ้มค่าสำหรับความเหนื่อยยากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่สำหรับเซน ทุกเสียงหัวเราะกลับกลายเป็นน้ำหนักที่กดทับลงบนไหล่ เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองอีกต่อไปแล้ว... เขาไม่ได้มีแค่ความคาดหวังของครอบครัวที่ต้องแบกรับ แต่ยังมีชีวิตของทุกคนที่นี่ "พวกเขาไม่ได้กลับมาเพื่อทำลายร้านของเรา ลิลลี่" เซนพูดขึ้นโดยไม่หันไปมอง "พวกเขามาเพื่อทวงคืน 'ผลงานชิ้นเอก' ที่ฉันทิ้งไป และถ้าฉันไม่ทำ... พวกเขาก็มีวิธีที่จะบีบให้ฉันคายสูตรขนมที่ไม่ได้มีแค่แป้งและน้ำตาล แต่เป็นสูตรที่หลอมรวมจิตวิญญาณของพวกเราเข้าไปด้วย" ลิลลี่บินเข้ามาใกล้ ค่อยๆ เกาะไหล่เขาไว้ "แต่ท่านบอกเองไม่ใช่หรือคะว่าขนมที่นี่มันต่างออกไป เพราะมันปรุงด้วยความรัก? พวกนั้นไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะว่าหัวใจของเบเกอรี่มันอยู่ที่ไหน" "พวกเขาสนแค่ผลลัพธ์บนจานค่ะ" เซนวางแก้วกาแฟลงอย่างแรงจนน้ำสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย "และถ้าการพิสูจน์บนเวทีที่ใหญ่กว่าเดิมคือทางออก ฉันก็ต้องทำให้มันเป็นคำตอบสุดท้ายที่พวกเขาจะไม่มีวันหาเรื่องมาเล่นงานพวกเราได้อีก" เขาเดินไปที่เตาอบทองเหลืองขนาดใหญ่ที่เขาตั้งใจขัดมันจนเงาวับ ขนมปังซาวโดว์เนื้อเหนียวนุ่มอบใหม่ๆ กลิ่นหอมละมุนคล้ายกลิ่นดินหลังฝนตกและธัญพืชคั่วเริ่มโชยออกมา นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของคนที่กำลังจะเดินเข้ามาในร้านได้ ในตอนนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่เขาไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงที่อ่อนโยนเหมือนลูกค้าประจำ แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงพื้นไม้ เซนสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับประตูร้านที่เปิดกว้างออก ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเงินปักลวดลายเครือเถาโบราณก้าวเข้ามา แววตาของเขานิ่งเรียบราวกับมหาสมุทรที่ไร้คลื่นลม แต่ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับดูเย็นเยียบจนลิลลี่เผลอหลบไปอยู่หลังขวดโหลอบเชย "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เซน... ฝีมือคุณยังคงทำตัวให้ฉันประหลาดใจได้เสมอ แม้แต่ในที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้" ผู้มาเยือนกวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยท่าทางเหยียดหยาม ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เซน "คุณมาช้าไปหนึ่งวัน" เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมาวันนี้ เพื่อดูว่า 'ชีวิตที่เหลืออยู่' ของคนที่คุณรัก จะคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปหรือเปล่า" ชายคนนั้นหยิบการ์ดสีทองคำเปลวจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ กระดาษใบนั้นเปล่งประกายล้อกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายอย่างน่าประหลาด "นี่คือคำเชิญสำหรับการแข่งขันที่ไม่มีวันหวนกลับ ถ้าคุณไม่ปรากฏตัวในอีกสามวันข้างหน้า ที่นี่... และทุกชีวิตในหุบเขาแห่งนี้ จะไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าถ่านให้จดจำ" เซนเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบนั้นขึ้นมา กระดาษนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนเหล็ก ลิลลี่สั่นสะท้านอยู่ข้างหลังเขา เซนหลับตาลงนึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้อบขนมให้เด็กๆ ได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่ค่อยๆ ฟื้นคืนจากความหดหู่ เมื่อเขาลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสุขุมอ่อนโยนกลับมีความมุ่งมั่นที่น่ากลัวบางอย่างซ่อนอยู่ "ฉันจะไป" เซนพูดสั้นๆ แต่ทว่าก้องกังวาน "แต่ไม่ใช่ในฐานะเชฟที่ยอมจำนนต่อคำสั่ง แต่ในฐานะคนที่จะจบเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วยมือของฉันเอง" ชายชุดเงินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ตัดกับกลิ่นอบเชยในร้านอย่างสิ้นเชิง ทว่าในขณะที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูไป เขาก็หยุดชะงักและหันกลับมาทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ "อ้อ... แล้วอย่าลืมพก 'สูตรลับ' ของคุณไปให้ดีล่ะ เพราะสิ่งที่รอคุณอยู่บนเวทีนั้น ไม่ใช่แค่การแข่งทำขนมธรรมดา แต่เป็นพิธีกรรมที่ต้องใช้ 'จิตวิญญาณ' เป็นเครื่องเซ่นสังเวย หากคุณแพ้... คุณจะไม่ใช่แค่เสียชื่อเสียง แต่ร้านนี้จะถูกเผาทั้งเป็นต่อหน้าต่อตาคุณในวินาทีที่คุณก้าวเท้าออกจากครัว" เซนยืนนิ่งค้าง มือที่ถือการ์ดสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงจากผู้มาเยือนคนเดิม หากแต่เป็นเสียงสะอื้นไห้ที่ดังมาจากเด็กน้อยเผ่ามังกรที่วิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งในมือที่เปื้อนเลือด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทสุดท้ายนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความอบอุ่นในร้านเบเกอรี่แห่งนี้จะคงอยู่ในใจทุกท่านตลอดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%