“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
เสียงอุทานปนสะอื้นเล็กๆ ของลิลลี่ดังลั่นสวนหลังร้าน เซนวางถาดอบสคอนเนยสดในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากน้ำเสียงของคู่หูตัวจิ๋ว เขาเดินกึ่งวิ่งออกไปที่สวนสมุนไพรหลังร้าน ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มผู้สุขุมต้องหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก
แปลงสตรอว์เบอร์รีป่าสีแดงสดที่ควรจะเบ่งบานอวดสีสันยามสาย กลับกลายเป็นเพียงซากก้านที่ถูกแทะเล็มจนเหลือแต่ความว่างเปล่า ใบมินต์ใบหอมที่เขามักจะเด็ดไปใช้แต่งหน้าเค้กตอนนี้มีรูพรุนราวกับถูกกระสุนปืนนับร้อยนัด ลิลลี่บินว่อนไปรอบๆ ด้วยอาการลนลาน ปีกใสของเธอสั่นระริกเหมือนใบไม้ในพายุ
“เซน... ดูนั่นสิ พวกมันไม่ใช่แมลงธรรมดา...” ลิลลี่ชี้ไปยังกลุ่มก้อนสีเทาอมม่วงที่กำลังขยับเขยื้อนเป็นจังหวะ มันคือ ‘หนอนพ่นควัน’ แมลงจากมิติอาถรรพ์ที่กินพืชพรรณเวทมนตร์เป็นอาหาร และทุกครั้งที่พวกมันกัดกิน สิ่งที่ตามมาคือมลภาวะที่ทำให้ดินกลายเป็นสีดำสนิท
เซนขมวดคิ้วแน่น เขาสังเกตเห็นเมือกสีเหลือบประกายมุกที่พวกมันทิ้งไว้บนดิน “ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่ถึงสองชั่วโมง สวนสมุนไพรทั้งสวนของเราจะกลายเป็นที่รกร้างนะลิลลี่”
“แต่เราไม่มีสารเคมีกำจัดแมลง! เราเป็นร้านเบเกอรี่สโลว์ไลฟ์นะเซน ไม่ใช่ศูนย์ควบคุมแมลงศัตรูพืช!” ลิลลี่โวยวายพร้อมกับใช้เวทมนตร์ละอองเกสรสร้างเกราะป้องกันบางๆ รอบแปลงแป้งข้าวเจ้าที่กำลังจะออกรวง แต่เกราะนั้นก็ค่อยๆ แตกสลายเมื่อหนอนพ่นควันพ่นละอองพิษออกมา
เซนเดินเข้าไปใกล้แปลงผัก เขาไม่ได้ตื่นตระหนก ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกกดดันให้เป็นเลิศในครัวหรูหราของครอบครัวย้อนกลับมา ความเครียดในอดีตเคยสอนเขาว่า ‘เมื่อวัตถุดิบไม่เป็นใจ เชฟต้องเป็นฝ่ายปรับตัวไม่ใช่ยอมแพ้’
“ลิลลี่ ฟังนะ... พวกมันไม่ได้กินเพื่อความอยู่รอด แต่มันกินเพราะถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมของเอสเซนส์ในพืชพวกนี้” เซนหยิบขวดโหลที่บรรจุเมล็ดกาแฟดริปสูตรเข้มข้นออกมา “เราต้องเปลี่ยนกลิ่นเบสของสวนนี้ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกมันเกลียด”
“กาแฟเหรอ? นายจะเอากาแฟไปเทใส่ผักเนี่ยนะ!” ลิลลี่ตาโต
“ไม่ใช่แค่กาแฟ แต่เป็น ‘กาแฟดำสูตรเข้มข้นผสมน้ำค้างแข็ง’ ถ้าเราดริปด้วยจังหวะที่ถูกต้อง พลังงานจากเมล็ดกาแฟจะเปลี่ยนโครงสร้างดินให้กลายเป็นเกราะป้องกันธรรมชาติ” เซนเริ่มหยิบอุปกรณ์ดริปกาแฟออกมาวางบนโต๊ะสนามที่เขามักจะใช้จิบกาแฟยามเช้า
เขาสงบนิ่ง ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังลุกลาม เซนบรรจงบดเมล็ดกาแฟอย่างช้าๆ เสียง ‘กรึด... กรึด...’ ของเครื่องบดเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรำไปตามความกดดัน เขาไม่ได้ใช้ความเร็ว แต่ใช้สมาธิรวบรวมปราณเวทมนตร์ลงไปในน้ำร้อนที่ค่อยๆ หยดผ่านกระดาษกรอง
“ลิลลี่ ปล่อยละอองเวทของเธอออกมาพร้อมกับน้ำกาแฟที่ฉันหยดลงไป อย่าให้มันขาดตอน!”
ลิลลี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรวบรวมพลังภูตจนเกิดเป็นแสงสีเขียวอ่อนรอบตัว สองคู่หูประสานงานกันอย่างไม่มีที่ติ กลิ่นหอมขมปร่าของกาแฟผสมกับกลิ่นไอของละอองเกสรเวทมนตร์ลอยฟุ้งไปทั่วสวน หนอนพ่นควันที่กำลังจะกัดกินยอดอ่อนสตรอว์เบอร์รีหยุดชะงัก ร่างสีเทาของพวกมันเริ่มบิดเบี้ยวและถอยร่นออกจากแปลงผัก
ทว่า... ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เซนกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ขอบรั้วไม้เก่าๆ ของร้าน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มที่ดูเหมือนจะปนเปไปกับเงามืดของพุ่มไม้กำลังยืนจ้องมองมาที่พวกเขา มือของบุคคลปริศนานั้นกำขวดแก้วใบจิ๋วที่มีหนอนพ่นควันชนิดเดียวกันอยู่ภายในแน่น
เซนหยุดมือที่กำลังดริปกาแฟ หัวใจเขากระตุกวูบ เขาจำได้แม่นว่าบุคคลนั้นคือใคร เพราะรอยแผลเป็นที่มือขวาข้างนั้น... คือเชฟใหญ่จากห้องอาหารชั้นนำที่เขาเคยทำงานด้วยก่อนจะลาออกมาที่นี่
“ยินดีด้วยนะเซน ที่ยังรักษาฝีมือการดริปกาแฟได้ดีเหมือนเดิม” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเยียบ ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในสวนลดอุณหภูมิลงทันที “แต่เธอก็รู้ใช่ไหม ว่าหนอนพวกนี้มันแค่ ‘การทดสอบ’ เพื่อดูว่าเธอพร้อมจะกลับไปทำ ‘เค้กแห่งความทุกข์’ ให้ลูกค้าของฉันอีกครั้งหรือยัง?”
เบเกอรี่มิติต่างโลกหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขและอบอุ่นใจไปกับการเดินทางของเซนและผองเพื่อนในบทนี้นะคะ
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 8
วิกฤตวัตถุดิบขาดแคลน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!