"ถ้าไม่อยากให้ป่าผืนนี้กลายเป็นจุลและหิ้วหัวไปขึ้นศาลทหาร ก็ช่วยดับกองไฟบ้าน ๆ ของคุณซะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งราดรดลงมากลางกระหม่อม ดับความสุขุมนุ่มลึกของกลิ่นเนื้อย่างติดเครื่องเทศโบราณที่รินรดาเพิ่งบรรจงพลิกกลับด้านบนตะแกรงเหล็กจนมอดสนิท รินรดากะพริบตาปริบ ๆ หันขวับไปมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชือกสีเขียวเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วน สันจมูกโด่งเป็นคมรับกับดวงตาคมกริบทรงอำนาจที่มองตรงมาอย่างดุดัน
นี่น่ะหรือ... เพื่อนบ้านปากร้ายที่ผู้ใหญ่บ้านเตือนนักเตือนหนาว่าอย่าไปยุ่งด้วย
รินรดาลดไม้คีบในมือลงช้า ๆ สายตาคมปลาบกวาดมองประเมินชายหนุ่มเบื้องหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า นายทหารปลดประจำการผู้เลือกมาซ่อนตัวในไร่ร้างปลายนาแห่งนี้ ท่าทางดิบเถื่อนและน้ำเสียงห้วนกระด้างไม่ได้ทำให้เชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับภัตตาคารห้าดาวมาแล้วรู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกว่ามันช่างเป็นความท้าทายรสจัดจ้านที่นาน ๆ ทีจะได้พบเจอ
"คุณเป็นใครไม่ทราบครับ ถึงมีสิทธิ์มาสั่งผมในพื้นที่ของผม" รินรดาย้อนถาม เสียงใสทว่ากังวานและราบเรียบไร้ความหวาดหวั่น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมคู่นั้นอย่างไม่ยอมลดละ
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณกระท่อมร้างที่บัดนี้ถูกปรับปรุงจนสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อย่างเมื่อครู่ยังคงอวลติดปลายจมูก ชายหนุ่มปรายตามองเตาถ่านขนาดเล็กที่ถูกยกขึ้นมาตั้งบนฐานอิฐทนไฟอย่างแน่นหนا ไม่ได้วางเรี่ยราดบนพื้นดินแห้งแล้งอย่างที่เขาคาดคิดไว้แต่แรก
"พื้นที่ของคุณอาจจะใช่ แต่ลมแล้งช่วงนี้มันไม่ปรานีใคร กลิ่นหอม ๆ ของคุณอาจจะเรียกน้ำลายจากสัตว์ป่า หรือไม่ก็เรียกความซวยให้ลุกลามไปทั่วหุบเขา" ธันวาตอบเสียงห้วน สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ผมชื่อธันวา และบ้านผมอยู่ถัดจากคุณไปแค่เนินดินโน้น... และถ้าไม่อยากให้ผมต้องแบกถังดับเพลิงมาวิ่งวุ่นรอบบ้านคุณอีกรอบ ก็ช่วยกรุณาใช้ความระมัดระวังให้มากกว่านี้ด้วย"
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิด กลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศสูตรเฉพาะจากมิติลับลอยกรุ่นแตะจมูกของธันวา จนเชฟหนุ่มร่างสูงต้องเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
"คุณธันวา... ถ้าคุณเดินมาเพื่อจะสั่งสอนผมเรื่องความปลอดภัยในครัวเรือน ผมรับฟังและขอบคุณครับ" รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ "แต่ถ้าคุณเดินมาเพราะท้องไส้ของคุณมันกำลังประท้วงกลิ่นเนื้อย่างเมื่อครู่ล่ะก็... ทำไมไม่พูดออกมาตรง ๆ ล่ะครับว่าอยากชิม"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อถูกอ่านใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมราวกับต้องการกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ผมไม่ได้ว่างขนาดมาเดินดมกลิ่นอาหารของใคร" ธันวาเค้นเสียงพูดลอดไรฟัน "แค่จะมาเตือน... หวังว่าคงเข้าใจนะ"
พูดจบ นายหนุ่มร่างสูงก็หมุนตัวกลับทันที ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเดินหายลับไปในความมืดสลัวของแนวไม้ริมไร่อย่างรวดเร็วราวกับลมพัดผ่าน ทิ้งให้รินรดายืนมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยรอยยิ้มขบขันระคนแปลกใจ
"ปากแข็งเสียจริงนะพ่อคุณ..." รินรดากล่าวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองเตาถ่านที่ไฟเริ่มมอดลง เธอยกเนื้อย่างชิ้นโตที่หมักด้วยสมุนไพรจากมิติลับขึ้นมาวางบนเขင်းไม้เนื้อดี กลิ่นหอมกรุ่นที่อบอวลขึ้นมาอีกครั้งทำให้เธอตัดสินใจบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว
ในเมื่อเพื่อนบ้านหน้าตายคนนั้นอุตส่าห์เดินมาเตือนถึงที่ จะไม่มีน้ำใจตอบแทนเสียหน่อยก็คงดูใจจืดใจดำเกินไปสำหรับเชฟมือโปรอย่างเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสีทองสาดส่องผ่านยอดไม้ลงมายังผืนดินในไร่ รินรดากำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักป่าหายากที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกินธรรมชาติในมิติลับ ใบไม้อวบอน้ำสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างหมดจด
วันนี้เธอมีแผนจะทำอาหารเช้ามื้อพิเศษเพื่อไปเปิดบ้านทักทาย "เพื่อนบ้านหน้าตาย" คนนั้นเสียหน่อย อาหารที่จะสามารถทะลวงกำแพงน้ำแข็งของอดีตนายทหารผู้เงียบขรึมให้พังทลายลงได้ ต้องไม่ใช่เมนูปรกติธรรมดา
ข้าวต้มแห้งโบราณสูตรเข้มข้น เนื้อหมูหมักซอสสูตรลับจนนุ่มละมุนลิ้น โรยด้วยกระเทียมเจียวใหม่ ๆ หอมกรุ่น และน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเคี่ยวจนหวานกลมกล่อมในหม้อดินเผา
รินรดาจัดการบรรจุอาหารใส่ปิ่นโตไม้ไผ่สานฝีมือประณีตที่เธอทำขึ้นเองอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้าวเท้าเดินลัดเลาะตามคันนาไปยังกระท่อมปลายนาของธันวา ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกป่าร้องประสานเสียงรับยุ่งเช้า
ก๊อก ๆ ๆ...
รินรดาเคาะประตูกระท่อมไม้ให้อย่างสุภาพ รออยู่ครู่ใหญ่ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ประตูกลับไม่ได้ลงกลอนไว้ เธอจึงถือวิสาสะผลักเปิดแง้มออกเล็กน้อย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เชฟสาวถึงกับชะงักกึก
ธันวากำลังนั่งถอดเสื้อเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและกล้ามเนื้อลอนสวยที่เต็มไปด้วยบาดแผลเป็นร่องรอยจากสนามรบ มือหนากำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามไรผมและลำตัวด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ดวงตาคมกริบหันขวับมามองผู้บุกรุกทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบของทหารเก่า
ทั้งสองสบตากันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ อากาศรอบตัวราวกับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อรินรดาไล่สายตาผ่านมัดกล้ามสมส่วนนั้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เธอจะรีบตั้งสติแล้วชู่นปิ่นโตในมือขึ้นยิ้ม ๆ
"ผมแค่นเอาอาหารเช้ามาขอบคุณเรื่องเมื่อวาน... ดูท่าทางคุณคงยังไม่ได้กินอะไรสินะครับ?"
ธันวานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบจ้องมองรอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวสลับกับปิ่นโตไม้ในมือ สันกรามหนากระตุกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
เชฟสาวมือโปรขอโชว์ฝีมือในไร่ร้างของนายทหารผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 2
เพื่อนบ้านหน้าตายที่ขยันขวางทาง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือโปรขอโชว์ฝีมือในไร่ร้างของนายทหารผู้เงียบขรึม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
