“หากเจ้าตายไปเสียได้ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองข้าวสารกรอกหม้อให้เสียเปล่า ประหยัดไปได้ตั้งหลายมื้อ!”
เสียงแหลมสูงบาดหูของสตรีวัยกลางคนดังทะลุผ่านม่านหมอกแห่งความตายที่ปกคลุมสติสัมปชัญญะของหลินซูเหยา กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศที่แสนเบาบาง ความเจ็บปวดดุจเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่างไม่ใช่สิ่งที่สตรีที่เพิ่งเสียชีวิตจากการผ่าตัดเคสยากลำบากอย่างเธอควรจะรู้สึก แต่มันกลับแจ่มชัดเกินกว่าจะเป็นความฝัน
หลินซูเหยาค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานไม้ผุพังที่มีหยากไย่เกาะหนา รอยเลือดแห้งกรังบนพื้นดินเหนียวและสภาพห้องที่แทบไม่ต่างจากคอกสัตว์ สะท้อนให้เห็นถึงความทารุณที่เจ้าของร่างเดิมได้รับจนถึงวาระสุดท้าย
“นางสะใภ้ขี้โรค! ยังไม่ตายอีกหรือ? ถ้ายังไม่ตายก็ลุกขึ้นมาตักน้ำหลังบ้าน เดี๋ยวนี้!” แม่สามีตระกูลหลี่ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างรังเกียจก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไปจากกระท่อมร้างหลังนี้ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนเยือกเย็น
หลินซูเหยายันกายขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจที่หอบถี่เต็มไปด้วยความขมปร่า เธอไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอที่ยอมให้ใครโขกสับได้ตามอำเภอใจ ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้มีชีวิตอยู่กับความเป็นความตาย ความตายเมื่อครู่เป็นเพียงจุดเปลี่ยนผ่าน... ไม่ใช่จุดจบ
*มิติลับในตัวเธอ*
เพียงแค่ความคิดผุดขึ้น ข้อมือขาวซีดที่ไร้เรี่ยวแรงก็พลันปรากฏรอยปานสีแดงระเรื่อรูปเข็มเงิน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านเข้าสู่กระแสเลือด เธอมองเห็น 'ห้องผ่าตัดส่วนตัว' ที่บรรจุเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัยและคลังยาสามัญประจำบ้านยุคศตวรรษที่ 21 ปรากฏอยู่ในมโนภาพ นี่คืออาวุธเดียวที่เธอมีในยุคสมัยที่ขาดแคลนทุกอย่างเช่นนี้
“ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาในร่างนี้ ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้ใครมารังแกอีก”
เธอพยุงร่างที่ผอมโซจนเห็นกระดูกเดินออกไปที่บ่อหลังบ้าน น้ำเย็นจัดปะทะกับผิวหนัง แต่นั่นกลับช่วยดึงสติให้ตื่นเต็มที่ ขณะที่เธอกำลังตักน้ำอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก
ฉินอี้เฉิน นายทหารหนุ่มผู้มีแววตาดุดันราวกับเหยี่ยว เขาดูแปลกแยกจากชาวบ้านที่ใส่เสื้อผ้าปะชุนด้วยชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าที่สะอาดสะอ้าน แววตาของเขาที่เคยมองผ่านร่างเดิมของเธอด้วยความเฉยเมยบัดนี้กลับชะงักลงเมื่อประสานสายตากับภรรยาที่ควรจะนอนรอความตายอยู่ในกระท่อม
เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง... แววตาที่เคยวิตกจริตหวาดกลัวของหลินซูเหยา บัดนี้กลับฉายแววเยือกเย็น ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยปัญญา
“เจ้า… ออกมาทำไม?” เสียงของเขาต่ำทุ้มแต่เจือด้วยความประหลาดใจ
หลินซูเหยาวางถังน้ำลง สายตาคมกริบของเธอสำรวจบาดแผลที่บริเวณหัวไหล่ของเขาอย่างรวดเร็ว—นี่คือสัญชาตญาณศัลยแพทย์—บาดแผลที่เริ่มติดเชื้อจากการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกวิธี
“หากท่านไม่ต้องการให้แขนข้างนี้เน่าตายจนต้องตัดทิ้ง ก็จงนั่งลงเสีย” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทรงอำนาจจนชายหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับนิ้วกระตุกอย่างเสียอาการ “ข้าไม่ได้พูดเล่น อี้เฉิน… นั่งลง ก่อนที่หนองจะลามเข้ากระแสเลือด”
ฉินอี้เฉินขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นปลายนิ้วของเธอที่ขยับดุจชำนาญการรักษา สิ่งที่เขาเห็นคือความมั่นใจที่ไม่มีวันมาจากสตรีชาวไร่ที่ไร้การศึกษา
ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมฟุ้งของ 'ซุปไก่ตุ๋นโสม' ที่ไม่ควรมีอยู่ในหมู่บ้านที่อดอยากแห่งนี้ก็ลอยโชยมาแตะจมูก ทั้งคู่ชะงักกึก หันไปทางเสียงฝีเท้าที่เดินมาทางนี้พร้อมกลิ่นหอมที่ยั่วยวนจนแทบลืมหายใจ
ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่แม่สามีใจร้ายไม่ แต่เป็นชายแปลกหน้าที่แต่งกายภูมิฐาน ถือตะกร้าใบใหญ่ที่มีไอระเหยของอาหารล้ำค่า และในมือของเขาคือใบสัญญาที่สลักตราประทับของหน่วยทหารที่ฉินอี้เฉินสังกัดอยู่... มันคือคำสั่งย้ายด่วนที่มาพร้อมกับการเปิดโปงความลับบางอย่างในตระกูลหลี่ที่ไม่มีใครคาดคิด!
อวี้ซินหมอยายุค 70 หวังว่าบทนำนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับก้าวแรกของหลินซูเหยานะคะ
หวนคืนยุคปฏิรูป: หมอหญิงผู้กุมชะตากรรมด้วยปลายเข็มและสมองกล•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากความตาย
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนยุคปฏิรูป: หมอหญิงผู้กุมชะตากรรมด้วยปลายเข็มและสมองกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
