"ถ้าก้าวพลาดไปอีกแค่ครึ่งนิ้ว เกราะโลหะเวทมนตร์ของนายคงกลายเป็นกระป๋องเศษเหล็กบิดเบี้ยวไปแล้วนะคะ เซน"
เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความจริงจังดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงหินอัคนีสีนิล รินปัดเศษฝุ่นสีดำที่เกาะอยู่ตามไหล่เสื้อคลุมฮันเตอร์ของตนเอง สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองของเขากำลังคำนวณความเสียหายและทรัพยากรที่เพิ่งผลาญไปกับการต่อสู้เมื่อครู่ราวกับเครื่องจักรคำนวณชั้นยอด
เซน ฮันเตอร์ร่างยักษ์ผู้สวมชุดเกราะหนักเต็มยศทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับผนังถ้ำ ลมหายใจของอีกฝ่ายหอบสะท้อนจนเกราะเหล็กส่งเสียงกระทบกันกุ๊กกั๊ก เขาปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า ก่อนจะหัวเราะร่อออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก
"ฮ่าๆๆ ก็ใครจะไปคิดล่ะครับ... เอ้ย! ใครจะไปคิดเล่า ว่ามอนสเตอร์ระดับบุกเบิกในดันเจี้ยนเปิดใหม่ประเภท 'รอยแยกสุพันปี' ชั้นที่สามนี้ จะมีลูกเล่นซ่อนเร้นเป็นการโจมตีประสานธาตุไฟกับความมืดแบบนั้น ถ้าไม่ได้การ์ดบัฟเกราะโล่เงาที่เธอคำนวณจังหวะโยนให้พอดีเป๊ะเมื่อกี้ ผมคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าบอสประจำชั้นแล้วล่ะมั้งครับคุณริน" เซนเกือบเผลอหลุดคำคุ้นเคยออกมา แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างรู้ตัว เพราะรู้ดีว่ารินไม่ชอบความสะดุดในระหว่างการวางแผน
รินไม่ได้ตอบอะไรในทันที นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นดีดเข้าหากันเบาๆ อากาศตรงหน้าก็ปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสของระบบฮันเตอร์ลอยเด่นขึ้นมา
[ประเมินผลการต่อสู้: กอบกู้ซากปรักหักพังชั้นที่ 3]
- มอนสเตอร์ที่กำจัด: เปลวเพลิงทมิฬแห่งความว่างเปล่า (ระดับ Elite) 1 ตัว / ลูกสมุนเงาอัคนี 12 ตัว
- ความเสียหายของปาร์ตี้: เซน (พลังป้องกันลดลง 34%, ความทนทานของเกราะเหลือ 68%), ริน (พลังมานาคงเหลือ 82%)
- ทรัพยากรที่ได้รับ: แก่นพลังงานอัคนีบริสุทธิ์ x5, เศษการ์ดเวทมนตร์ระดับหายาก [โล่เงาอัคนี] x1, แต้มระบบสะสม +1,450 แต้ม
"เราใช้เวลาไปเกือบสี่สิบนาทีในการเคลียร์ชั้นนี้ ถือว่าช้ากว่าค่าเฉลี่ยที่ฉันตั้งเป้าไว้ประมาณแปดเปอร์เซ็นต์นะคะ" รินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนนิ้วกวาดดูรายการไอเทמהที่ดรอปออกมาอย่างพินิจพิจารณา "แต่การที่เราได้ [เศษการ์ดเวทมนตร์ระดับหายาก] มาครอบครองตั้งแต่การสำรวจรอบพิเศษครั้งแรก ก็ถือว่าคุ้มค่าความเสี่ยงพอสมควรค่ะ"
เซนขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏบนใบหน้า แต่แววตาของฮันเตอร์สายแทงค์ผู้นี้กลับเต็มไปด้วยความฮึกเหิม "แล้วแผนสำหรับทางเดินเบื้องล่ะครับคุณริน? ประตูทางเข้าชั้นที่สี่เปิดออกแล้ว และดูเหมือนว่าบรรยากาศข้างในจะไม่ได้อบอุ่นเหมือนเตาผิงแน่นอน"
รินเงยหน้าขึ้นมองประตูหินบานมหึมาที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีแดงฉานออกมาเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังหายใจเข้าออก ความมืดมิดที่แผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกหลังประตูนั้นหนาแน่นเสียจนแม้แต่คบเพลิงเวทมนตร์ก็ยังถูกกลืนกินแสงสว่างไปครึ่งหนึ่ง
"ถูกต้องค่ะ... ดันเจี้ยนเปิดใหม่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ทรัพยากรไว้ให้เรากอบโกยเล่นๆ แต่มันมี 'กลิ่นอาย' บางอย่างที่ถูกจงใจซ่อนไว้" รินหรี่ตาลงเล็กน้อย ความทรงจำจากโลกอดีตชาติอันขมขื่นผุดวาบขึ้นมาในหัวชั่วขณะ ภาพของความพ่ายแพ้และเด็คการ์ดที่ถูกฉีกกระชากต่อหน้าต่อตาทำให้ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ แต่เธอก็รวบรวมสติและกดความรู้สึกเหล่านั้นลงไปในก้นบึ้งของจิตใจอย่างรวดเร็ว "จำกฎเหล็กสามข้อของเราได้ใช่ไหมคะ เซน? หนึ่ง- ห้ามประเมินพลังศัตรูต่ำกว่าความเป็นจริงเด็ดขาด สอง- การ์ดทุกใบมีหน้าที่ของมัน แม้แต่ใบที่ดูไร้ค่าที่สุด และสาม..."
รินเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉย
"...ถ้าสถานการณ์พลิกผันจนเกินควบคุม ฉันจะเป็นคนกดปุ่มถอนตัวออกนอกดันเจี้ยนด้วยตัวเอง ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันยังไม่อยากตายก่อนจะรวบรวมแต้มครบเพื่อปลดล็อกเด็คระดับตำนานหรอกนะคะ"
เซนยิ้มกว้างอย่างอุ่นใจ เขาตบเข้าที่แผ่นโลหะบนอกเสื้อเกราะของตัวเองเสียงดังปึก "วางใจได้เลยครับคุณริน หน้าที่รับมือกับพวกตัวน่ารำคาญข้างหน้า ยกให้เป็นหน้าที่ของแทงค์คนนี้เอง!"
ทั้งสองก้าวเดินเคียงข้างกันผ่านประตูหินบานใหญ่เข้าสู่ชั้นที่สี่ ความเย็นยะเยือกของไอหมอกสีดำเข้าปกคลุมร่างทันทีที่ข้ามผ่านธรณีประตู แสงสว่างจากโลกภายนอกถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงแสงเรืองรองจากผลึกมานาในกระเป๋าเสื้อของรินเท่านั้นที่ยังคงส่องนำทาง
บรึ้มมม!
จู่ๆ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่มีมวลมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นหิน เสียงคำรามต่ำทุบก้องกังวานผ่านผนังถ้ำจนแก้วหูแทบสะเทือน เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับหิมะโปรยปราย
"ระวังตัวค่ะ!" รินอุทานเสียงหลง มือเรียวรีบดึงการ์ดเวทมนตร์ป้องกันตัวออกมาจากซองคาดเอวสามใบพร้อมกัน สายตาจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้าซึ่งกำลังบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
กลางความมืดมิดอันเวิ้งว้าง ดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาขนาดเท่ากงลอว์เกวียนค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นทีละดวง... ไม่ใช่แค่คู่เดียว แต่มันคือแปดดวงที่เรียงรายอยู่บนร่างเงาสีดำทะมึนที่สูงตระหง่านจนชนเพดานถ้ำ แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่พุ่งเข้ากดทับร่างของรินและเซนจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบฮันเตอร์สีแดงฉานที่รินไม่เคยพบเห็นมาก่อนในดันเจี้ยนระดับนี้ ก็เด้งพรวดขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับวิบัติภัย 'ราชาเงาอัคนีโบราณ' (ระดับ SSS) ปรากฏตัวก่อนกำหนดระยะเวลาเบต้า!]
[ระบบทำการล็อกประตูทางออกอัตโนมัติ... เส้นทางถอนตัวถูกตัดขาด]
[เงื่อนไขภารกิจลับพิเศษ: รอดชีวิตจากเงื้อมมือของบอสลับภายในเวลา 180 วินาที หรือสูญเสียเด็คการ์ดทั้งหมดที่มีตลอดกาล]
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลยุทธ์ไปกับรินและเซนในบทนี้นะคะ การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
เด็คการ์ดพินาศ กับฮันเตอร์สายวางแผนที่โลกต้องจำ•ตอนที่ 6
ดันเจี้ยนเปิดใหม่กับแต้มที่รอคอย
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับฮันเตอร์สายวางแผนที่โลกต้องจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!