กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับของกระดาษเก่า คือกลิ่นเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่หลังจากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตลอดห้าปีเต็มของ 'กรณ์' พี่ชายแท้ๆ ของผม
บนโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ มีเพียงความเงียบงันและเงาสะท้อนจากหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ที่ทำหน้าที่เพื่อนแก้เหงาในยามวิกาล นิ้วเรียวยาวของผมเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะกระวนกระวาย ใจหนึ่งอยากจะกวาดทุกอย่างลงถังขยะแล้วเดินออกไปจากห้องใต้ดินทึบๆ นี่ แต่อีกใจกลับร่ำร้องว่าคำตอบของปริศนาทั้งหมดซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารพวกนี้
แฟลชไดรฟ์สีดำด้าน ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ถูกพบอยู่ใต้ลิ้นชักชั้นล่างสุดที่ถูกล็อกตายด้วยแม่กุหลาบรหัสผ่านสี่ตัว ตัวเลขที่ผมใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการเดาใจพี่ชาย—วันที่แม่เสียชีวิต
“เล่นซ่อนหาเก่งชิบหายเลยนะ...” ผมพึมพำกับความว่างเปล่า ปัดเศษฝุ่นบนโลหะสีเงินของแฟลชไดรฟ์ออกเบาๆ
ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะเสียบมันเข้ากับพอร์ตยูเอสบีของโน้ตบุ๊กส่วนตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเงียบเชียบจนน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่เจือจางด้วยกลิ่นฝนจางๆ ลอยปะทะเข้ากับจมูก ก่อนที่มือปริศนาคู่หนึ่งจะเอื้อมมากุมข้อมือของผมไว้แน่นตรึงกับโต๊ะ แรงบีบนั้นไม่ถึงกับเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและทรงพลังพอที่จะทำให้ผมขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
“อย่าเพิ่งใจร้อนสครับ คุณเซน...”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงต้นคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายแปลกหน้าคนนี้อย่างชัดเจน
ผมเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ กระแทกข้อศอกไปด้านหลังอย่างรวดเร็วหวังจะเข้าจุดสำคัญ แต่คนข้างหลังกลับรู้ทัน เขารวบเอวผมไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วดึงเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างง่ายดาย จนแผ่นหลังของผมแนบชิดกับความแข็งเกร็งของร่างกายเขา ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาเฉียดผ่านแก้มผมไปอย่างเฉียดฉิว
“มือหนักเป็นบ้า... สมกับที่เป็นอัจฉริยะด้านการถอดรหัสจริงๆ”
ผมกัดฟันกรอด สะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการแล้วหันกลับไปเผชิญหน้า ดวงตากวาดสำรวจผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความระแวงระวัง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ใบหน้าคมคายรับกับสันจมูกและนัยตาดุดันที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เรย์—ชายผู้ไร้ตัวตนในระบบรากฐานข้อมูลของรัฐบาลที่ผมบังเอิญเคยร่วมงานด้วยเมื่อปีก่อน และไม่คิดว่าจะมาโผล่ในห้องนี้เวลานี้
“นายเข้ามาได้ยังไง รหัสผ่านประตูชั้นล่าง...” ผมถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าหงุดหงิด เขาก้าวเข้าไปใกล้ผมทีละก้าว บีบให้ผมต้องถอยหลังจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองผมราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อในกรง
“รหัสแค่นั้นสำหรับผมมันเด็กๆ ครับ... ว่าแต่คุณเถอะ กำลังจะเปิดดูอะไรในนั้น ความลับของพี่ชายที่คุณตามหามาครึ่งค่อนชีวิต หรือว่า... ชะตากรรมของตัวเองกันแน่?”
คำพูดของเขาทำให้ผมชะงัก แฟลชไดรฟ์ในมือเย็นเฉียบ “นายหมายความว่ายังไง เรย์?”
เรย์ไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนามาคว้าแฟลชไดรฟ์จากมือผมไปหน้าตาเฉย ปลายนิ้วมือของเขาปัดผ่านฝ่ามือผมเบื้องล่างจนเกิดกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง ผมสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ทันได้แย่งคืน เรย์ก็เสียบมันเข้ากับช่องพอร์ตของโน้ตบุ๊กบนโต๊ะด้วยความรวดเร็ว
หน้าจอสีดำสนิทปรากฏโค้ดคำสั่งรันขึ้นมาเป็นพรืด ก่อนที่หน้าต่างโปรแกรมถอดรหัสระดับสูงจะเปิดขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบเตือนสติ
**‘ไฟล์ถูกล็อกด้วยระบบคีย์คู่... หากป้อนรหัสผิดสามครั้ง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายอัตโนมัติ’**
ผมขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองชุดตัวเลขและอักขระแปลกปลอมที่วิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง สมองอัจฉริยะของผมเริ่มคำนวณอัลกอริทึมทันทีโดยอัตโนมัติ แต่นี่ยไม่ใช่รหัสธรรมดา มันถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าข้อมูลทิ้งหากไม่ใช่คนขององค์กร
“นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกใช่ไหม?” ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “นายรู้ว่าพี่ฉันทิ้งอะไรไว้ และนายก็จงใจมาดักรอฉันที่นี่”
เรย์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเราห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนผมได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากริมฝีปากของเขา สายตาของชายหนุ่มพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งอันตราย น่าหลงใหล และกระหายใคร่รู้ในเวลาเดียวกัน
“ฉลาดมากครับคนเก่ง...” เรย์กระซิบชิดริมฝีปากผม น้ำเสียงพร่าต่ำลงจนหัวใจผมกระตุกวูบ “แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าพี่ชายของคุณหายไปเพราะอะไร และทำไมคุณถึงตกเป็นเป้าหมายรายต่อไป... คุณต้องตอบคำถามผมข้อเดียวก่อน”
ผมจ้องเขม็ง “ถามอะไร?”
เรย์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้โลกใบนี้ดูอันตรายขึ้นมาถนัดตา นิ้วเรียวของเขาแตะลงที่ปลายคางผมเบาๆ บังคับให้ผมเงยหน้าขึ้นรับสายตาคมกริบคู่นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ถ้าผมช่วยคุณไขรหัสนี้... คุณจะเอาอะไรมาแลกกับความปลอดภัยของตัวคุณเองล่ะครับ?”
บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ดังฮัมเบาๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงกระพริบแสงสีแดงเตือนเวลานับถอยหลัง
ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย เสียงกุกกักจากบานประตูเหล็กเก่าๆ ที่ชั้นบนสุดก็ดังขึ้น—มีบางคน... หรือบางสิ่ง กำลังไขกุญแจเปิดประตูลงมาหาเราแล้วครับ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลุ่มนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีโค้ดรหัสลับกับชายหนุ่มผู้ไร้เงา•ตอนที่ 1
รหัสปริศนาในแฟลชไดรฟ์เก่า
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดรหัสลับกับชายหนุ่มผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
