“ถ้าคุณจะจ้องนาฬิกาทรายนั่นอีกสักวินาที เม็ดทรายที่เหลืออยู่คงจะขาดใจตายไปเสียก่อน”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน รวินท์ละสายตาจากวัตถุตรงหน้า—นาฬิกาทรายเก่าคร่ำที่บรรจุเม็ดทรายสีเทาหม่นไว้เพียงน้อยนิด เขาไม่ได้เงยหน้ามองเจ้าของเสียง แต่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสีน้ำมันและกลิ่นฝนที่โชยมาปะทะจมูก
ฝนข้างนอกตกหนักจนราวกับท้องฟ้ากำลังแตกร้าว เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาสังกะสีของคาเฟ่เก่าแก่ย่านเมืองเก่าดังระงมเหมือนเสียงกลองรบ รวินท์ขยับคอเสื้อโค้ตตัวยาวให้กระชับขึ้น ความเย็นเยียบจากบาดแผลในอดีตมักจะแล่นพล่านในกายทุกครั้งที่ฝนตกหนักเช่นนี้
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง
ชายหนุ่มรูปร่างโปร่งบางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาวที่เต็มไปด้วยคราบสีอะคริลิกและรอยถ่านสเก็ตช์ ดวงตาของเขาดูเลื่อนลอยทว่าเฉียบคมราวกับกำลังมองทะลุผ่านผิวหนังของรวินท์ลงไปถึงกระดูก เส้นผมสีเข้มปรกหน้าผากที่ชื้นเหงื่อจากการวาดรูปอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวยาวถือพู่กันค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกำลังรอคอยคำตอบที่เขาเองก็อาจจะไม่อยากได้ยิน
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอเวลานับถอยหลัง” รวินท์ตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ผมมาเพื่อหาคนที่วาดภาพนี้”
เขาวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ มันเป็นรูปสเก็ตช์ภาพบ้านไม้หลังหนึ่งที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซาก แต่สิ่งที่น่าขนลุกคือเงาของคนสองคนที่ยืนดูเปลวเพลิงอยู่ห่างออกไป เป็นภาพความทรงจำที่รวินท์พยายามกักขังไว้ในก้นบึ้งของความรู้สึกมาตลอดสิบปี
ศิลาขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ส่งถึงดวงตา แต่มันคือยิ้มของคนที่เห็นความตายมามากเกินกว่าจะหวาดกลัวสิ่งใด
“ภาพนั้นเหรอ?” ศิลาวางพู่กันลง เสียงไม้กระทบโต๊ะดัง ‘กึก’ อย่างจงใจ “มันไม่ใช่แค่ภาพวาดรวินท์ มันคือคำสารภาพ... บาปที่คุณพยายามจะลืม แต่ดันเอาไปใส่กรอบแล้วแบกมันไว้กับตัวตลอดเวลา”
รวินท์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริง เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาของเขาจดจ้องที่ดวงตาของอีกฝ่าย “คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เรื่องนี้?”
“ผมเป็นเพียงคนที่บันทึกสิ่งที่คนอื่นลืม” ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าที่คำรามกึกก้อง เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้ารวินท์ กลิ่นอายความอบอุ่นและเย็นเยือกในคราวเดียวกันแผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้ “คุณไม่ได้มาหาผมเพราะอยากรู้ว่าใครเป็นคนวาดหรอก คุณมาที่นี่เพราะหวังว่าถ้าเจอผม เรื่องราวในอดีตของคุณจะจบลงเสียที”
รวินท์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความวิตกกังวลที่เขาสั่งสมมานานเริ่มสั่นคลอน “เลิกพูดเป็นปรัชญาแล้วบอกมา ใครเป็นคนสั่งให้คุณวาดภาพนี้?”
ศิลาไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปหยิบถ้วยกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังหน้าต่างที่ฝนกำลังซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง “ดูนั่นสิ... รอยเท้าในสายฝนที่กำลังจางหายไปนั่นน่ะ มันไม่ได้กำลังบอกว่ามีคนจากไป แต่มันกำลังบอกว่า... มีบางคนยืนรอคุณอยู่ที่นั่นตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในร้านนี้แล้ว”
รวินท์ขมวดคิ้ว เขาหันขวับไปมองที่หน้าต่างร้านตามคำบอกของศิลา
ท่ามกลางสายฝนที่มืดมิดและลมพายุที่โหมกระหน่ำ เขามองเห็นร่างเงาสูงโปร่งร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าฝั่งตรงข้าม ร่างนั้นไม่ได้หลบฝน ไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับรูปปั้นที่ถูกทิ้งไว้ในความว่างเปล่า แต่สิ่งที่ทำให้รวินท์ใจหายวาบจนหยุดหายใจ คือเสื้อโค้ตตัวที่คนคนนั้นสวมอยู่... มันเป็นตัวเดียวกันกับที่พ่อของเขาเคยสวมในวันที่บ้านหลังนั้นถูกเพลิงไหม้
ศิลาขยับมาประชิดข้างหูของรวินท์ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาแฝงด้วยความเยือกเย็น “เขารอคุณอยู่รวินท์... และเขามีคำถามที่แม้แต่ความตายก็ยังให้คำตอบกับคุณไม่ได้”
รวินท์ตัวแข็งทื่อ เขาละสายตาจากร่างนั้นไม่ได้ ราวกับถูกมนต์สะกด ในจังหวะที่ฟ้าแลบแปลบปราบจนแสงสว่างจ้าไปทั่วทิศ เขาเห็นใบหน้าของคนใต้เสาไฟคู่นั้นชัดเจน... มันไม่ใช่ใครอื่น แต่มันคือใบหน้าของรวินท์เองในเวอร์ชันที่แก่กว่านี้ พร้อมกับรอยแผลเป็นที่เขาไม่เคยมี
รวินท์หันกลับมาหาศิลาด้วยความตื่นตระหนก แต่โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพเมื่อครู่กลับว่างเปล่า ไม่มีพู่กัน ไม่มีคราบสี มีเพียงนาฬิกาทรายที่ทรายสีเทาหม่นเม็ดสุดท้ายเพิ่งร่วงหล่นลงสู่ก้นขวด... และจดหมายปิดผนึกซองหนึ่งที่วางอยู่ตรงหน้าเขาแทนที่ภาพสเก็ตช์ พร้อมข้อความเขียนด้วยลายมือที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิตว่า: *‘เปิดมันตอนนี้ หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างมอดไหม้ไปตลอดกาล’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับนี้... แล้วพบกันในความมืดถัดไปครับ - สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 1
รอยเท้าในสายฝน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!