“ริน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันครับ? นายบอกผมว่านายแค่ไปประมูลงานก่อสร้างเล็กๆ แต่นี่มัน... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว? ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ? นายกำลังจะบอกผมว่านายเพิ่งซื้อทุกอย่างนี้ด้วยเงินก้อนเดียวงั้นหรือ?”
ลินินยืนตัวสั่น เท้าของเธอที่สวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ดูขัดกับพื้นหินอ่อนราคาแพงระยับของดาดฟ้าตึกแห่งนี้อย่างรุนแรง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองจ้องไปยังร่างของชายที่เธอเคยรู้จักในฐานะเพื่อนร่วมงานผู้ต่ำต้อย แต่บัดนี้เขากลับยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางลมแรงจากใบพัดเครื่องยนต์ที่เพิ่งดับลง
ผม — ริน — หันไปมองลินิน พลางกระชับเสื้อสูทสั่งตัดราคาหกหลักที่เพิ่งได้มา ผมส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงความนิ่งสงบให้เธอ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้และวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
“เชื่อใจผมนะ ลินิน... โลกใบนี้มันโกงเรามานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่เราจะโกงมันกลับบ้าง”
คำพูดของผมยังไม่ทันขาดคำ โลกทั้งใบในสายตาของผมก็เปลี่ยนไป เสียงลมหวีดหวิวเงียบหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงติ๊งแหลมสูงที่ดังก้องอยู่ในมโนภาพ พร้อมกับตัวอักษรสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับบั๊กของความเป็นจริง
[ตรวจพบผู้ใช้สิทธิ์ระดับ ‘ผู้กุมอำนาจเงินตรา’]
[ระบบ God-Economy กำลังทำการซิงโครไนซ์กับฐานะทางการเงินและสินทรัพย์ในปัจจุบัน...]
[สถานะ: เสร็จสิ้น]
[ยินดีด้วยครับ ริน คุณได้รับ ‘โบนัสแรกเข้าสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่’ จำนวน 1,000,000,000 เครดิต (หนึ่งพันล้านเครดิต) เข้าสู่บัญชีธนาคารต่างโลกของคุณโดยตรง!]
ผมแทบหยุดหายใจ ตัวเลขศูนย์เก้าตัวเรียงรายอยู่ในหน้าต่างระบบโฮโลแกรมที่มองเห็นได้เพียงผมคนเดียว หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ นี่ไม่ใช่แค่เงินในบัญชีธนาคารปกติ แต่มันคือเงินที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นอำนาจที่อยู่เหนือสามัญสำนึก
“ริน? นายเป็นอะไรไป? นายดู... แปลกไปนะ” ลินินขมวดคิ้ว มือของเธอเอื้อมมาแตะแขนผมด้วยความเป็นห่วง
“ผมสบายดีครับ ลินิน ดีกว่าที่เคยเป็นมาทั้งชีวิตเสียอีก” ผมตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังก้าวออกมาจากลิฟต์ดาดฟ้า ชายหนุ่มท่าทางโอหังในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ดูดุดัน
เดวิด วอล์คเกอร์... คนที่สั่งให้บริษัทเดิมของผมปลดผมออกและยึดผลงานการออกแบบไปหน้าตาเฉย
“หึ... ข่าวลือเรื่อง ‘เศรษฐีใหม่’ ที่กว้านซื้อตึกนี้กลายเป็นเรื่องจริงสินะ” เดวิดแสยะยิ้ม มองผมด้วยสายตาเหยียดหยามเหมือนมองมดปลวก “นึกว่าเป็นใครที่ไหน ที่แท้ก็ไอ้พนักงานกระจอกที่ฉันเพิ่งเขี่ยทิ้งไปนี่เอง แกไปเอาเงินมาจากไหน? เงินเก็บทั้งชีวิตแกยังไม่พอจ่ายค่าล้างพื้นตึกนี้ด้วยซ้ำไป อย่าบอกนะว่าไปกู้หนี้นอกระบบมาเล่นขายของน่ะ?”
ลินินกำหมัดแน่น ขยับมาบังผมไว้ตามสัญชาตญาณความคุ้นเคย “คุณวอล์คเกอร์ครับ รินเขาไม่ได้ทำอะไรผิด สิ่งที่คุณทำไว้กับเขา คุณควรจะ…”
“หุบปาก! ยัยพนักงานชั้นต่ำ” เดวิดตวาดลั่น “ที่นี่เป็นทรัพย์สินของฉันตั้งแต่วินาทีนี้ เพราะฉันเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในราคาที่สูงกว่าที่พวกแกจ่ายไปสิบเท่า... ใช่แล้ว ฉันเพิ่งสั่งให้ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องยกเลิกสัญญาของพวกแก ย้ายก้นออกไปจากตึกของฉันเดี๋ยวนี้!”
เสียงของเขาช่างมั่นใจราวกับว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเอง แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ... ในสายตาของผมตอนนี้ เขาเป็นเพียงตัวเลขที่กำลังรอเวลาถูกลบออกจากกระดาน
[ระบบตรวจพบเป้าหมาย: เดวิด วอล์คเกอร์]
[ภารกิจพิเศษ: สั่งสอนผู้เย่อหยิ่ง]
[รางวัล: เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินถาวร 20%]
ผมก้าวออกมาข้างหน้าลินิน ยืนประจันหน้ากับเดวิดด้วยท่าทีสงบนิ่งจนอีกฝ่ายชะงัก ผมควักบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ได้รับจากระบบออกมาควงเล่นในมือ ก่อนจะส่งยิ้มที่ทำให้เดวิดถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
“คุณวอล์คเกอร์ครับ ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดไปหน่อย...” ผมก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดตัวเขา “ตึกนี้ไม่ใช่ของที่ใครจะมาซื้อต่อนะครับ เพราะตึกนี้... ไม่ได้ตั้งใจจะขาย”
“แกหมายความว่ายังไง?” เดวิดขมวดคิ้วแน่น
ผมไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่หันไปทางลินินที่มองมาด้วยความงุนงง “ลินินครับ ช่วยหยิบแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาให้ผมหน่อยครับ เราต้องโอน ‘ค่าตกแต่ง’ เพิ่มสักหน่อย”
ผมรับแท็บเล็ตมา เปิดหน้าจอโอนเงินของระบบ God-Economy กรอกตัวเลขจำนวน 500,000,000 เครดิตลงไปในระบบของบริษัทจัดการตึกที่เดวิดเพิ่งจะอ้างว่าซื้อมันได้ ก่อนจะกดปุ่ม ‘ชำระเงินทันที’
เสียงการแจ้งเตือนจากระบบธนาคารหลักของโลกดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงัด มันเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา เสียงที่ยืนยันว่าเงินจำนวนมหาศาลได้เข้าสู่บัญชีของฝ่ายบริหารตึกเรียบร้อยแล้ว ในฐานะ ‘เงินสนับสนุนพิเศษ’ ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ทันใดนั้น มือถือของเดวิดก็สั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยสีหน้าซีดเผือด สายตาที่เขามองผมเปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะนั่นคือสายตรงจากผู้จัดการตึกที่กำลังแจ้งว่า สัญญาซื้อขายของเขาถูกยกเลิกด้วยเงินชดเชยที่มากกว่าหลายเท่าตัว และเจ้าของใหม่ตัวจริงคนนี้... เพิ่งทุ่มเงินซื้อทุกอย่างที่เหลืออยู่ในเขตย่านนี้รวมไว้เป็นอาณาจักรเดียว
“แก... แกทำอะไรลงไป!” เดวิดตะโกนเสียงหลง
ผมขยับเนคไทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปหยุดข้างหูเขาแล้วกระซิบแผ่วเบา
“ผมก็แค่เล่นเกมในแบบของผม... เกมที่คนอย่างคุณไม่มีวันแตะต้องถึงได้ไงครับ”
เดวิดถอยหลังกรูดจนเกือบจะสะดุดล้ม แต่ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนปริมาณมากก็ดังขึ้นจากทางลิฟต์และบันไดหนีไฟนับร้อยชีวิต... พวกเขาคือพนักงานฝ่ายบริหารตึกและกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมใจกันมาคุกเข่าต่อหน้าผม!
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบ God-Economy ก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมข้อความสีแดงฉานที่ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก
[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้เล่นระดับสูง’ อีกหนึ่งคนในพื้นที่...]
[บุคคลผู้นี้กำลังก้าวออกมาจากลิฟต์ส่วนตัว... และเขามีเป้าหมายที่ชีวิตของคุณ]
รอยยิ้มของผมแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อประตูปรากฏร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอำนาจมากกว่าเดวิด... ชายผู้ที่ผมเคยทำนายไว้ว่าจะไม่มีวันปรากฏตัวที่นี่ในอีกสิบปีข้างหน้า
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมไปพร้อมกันนะครับ จอมเวทไร้นามสัญญาว่าจะเขียนเรื่องราวให้เข้มข้นยิ่งกว่านี้ในตอนต่อไปครับ
เดอะเกมเมอร์ไร้บั๊ก: อัปเกรดชีวิตติดสปีดด้วยระบบเงินตราต่างโลก•ตอนที่ 2
เสียงแจ้งเตือนจากพระเจ้า
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์ไร้บั๊ก: อัปเกรดชีวิตติดสปีดด้วยระบบเงินตราต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
