"ถ้าเธอคิดว่าแสงสว่างคือการปัดเป่าความมืดให้สิ้นซากแล้วล่ะก็... เซริส เธอก็กำลังมองโลกผ่านรูเข็มแคบๆ เสียแล้วล่ะนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มนุ่มของอาจารย์เอลาร่าดังแว่วอยู่รอบตัว ท่ามกลางความว่างเปล่าสีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ร่างของฉันลอยเคว้งคว้างราวกับละอองดาวในห้วงอวกาศ ไร้ซึ่งทิศทางเบื้องบนหรือเบื้องล่าง สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวสติของฉันเอาไว้ได้ คือละอองแสงสีครามจางๆ ที่ปลายปลายนิ้วของหญิงสาวผมเงินผู้ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตานิ่งสนิท
ส่วนคาร์ลที่เพิ่งยืนอยู่ข้างฉันเมื่อวินาทีที่แล้ว บัดนี้หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับตัวตนของเขาถูกลบออกไปจากมิติแห่งนี้ด้วยยางลบยักษ์
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันคะอาจารย์? แล้วคาร์ลล่ะคะ เขาหายไปไหน!" ฉันพยายามบิดตัวกลางอากาศเพื่อตั้งหลัก ใช้เวทมนตร์ธาตุแสงสร้างแรงขับเคลื่อนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้าเพื่อให้ร่างกายหยุดหมุนเคว้ง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ แต่ความเยือกเย็นในสายเลือดนักเรียนธาตุแสงก็ช่วยดึงสติให้ฉันวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว ห้องสมุดโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้มีระบบอาคมป้องกันหนาแน่นที่สุด ไม่มีทางที่เวทมนตร์เคลื่อนย้ายพริบตาจะทำงานได้เองโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากหอคอยกลาง เว้นแต่... เราไม่ได้อยู่ในห้องสมุดอีกต่อไปแล้ว
เอลาร่าแย้มรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเดินไปบนความว่างเปล่าอย่างมั่นคงราวกับมีพื้นกระจกใสรองรับอยู่เบื้อง and—อ่า ไม่ใช่กระจก แต่มันคือโครงสร้างเรขาคณิตของอักษรเวทมนตร์โบราณที่เรียงตัวกันอย่างแน่นหนาจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
"เด็กหนุ่มคนนั้นถูกส่งกลับไปยังมิติปกติของห้องสมุดแล้วค่ะ... ปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ" เอลาร่าเอ่ยตอบพลางปัดมือเบาๆ พื้นที่ว่างเปล่าก็พลันปรากฏเก้าอี้และโต๊ะหนังสือสีขาวสะอาดตาขึ้นมารองรับร่างของเธอนั่งไขว่ห้าง "ที่ฉันดึงเธอออกมาจากตรงนั้น ก็เพื่อจะเริ่มบทเรียนที่แท้จริง... บทเรียนที่สภาเวทมนตร์ไม่อนุญาตให้สอนในห้องเรียนปกติยังไงล่ะคะ"
ฉันกัดริมฝีปากเล็กน้อยขณะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน แม้จะยังมีความกังวลเรื่องคาร์ล แต่สัญชาตญาณบอกฉันว่า การก้าวมาถึงจุดนี้หมายความว่าประตูบานใหญ่ที่ฉันเฝ้ารอคอยมาตลอดได้เปิดออกแล้ว
"เวทมนตร์เชิงลึกเหรอคะ?" ฉันมองหน้าอาจารย์สาวอย่างไม่ลดละสายตา
"ถูกต้องค่ะ" เอลาร่าโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แววตาสีเทาเข้มสะท้อนประกายแสงสีครามประหลาด "ที่ผ่านมา เธอก็แค่ใช้เวทมนตร์ธาตุแสงตามตำราเรียนมาตรฐาน—สร้างแสงสว่าง รักษาอาการบาดเจ็บ หรือใช้แสงสะท้อนเพื่อหลบตาคมของคู่ต่อสู้ นั่นมันเป็นแค่เปลือกนอกของพลังระดับอนุบาลเท่านั้นค่ะ เซริส"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกโกรธ หากแต่มันกลับจุดประกายความท้าทายในอกให้ลุกโชนขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่าที่สภาเวทมนตร์ประเมินไว้ รอยแยกมิติที่ปรากฏขึ้นในป่าหลังโรงเรียนเมื่อเดือนก่อนเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า เวทมนตร์ธาตุแสงของฉันมีปฏิกิริยาบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความผิดปกติของมิติอย่างลึกซึ้ง
"ถ้าอย่างนั้น... แก่นแท้ของแสงสว่างที่อาจารย์ต้องการจะสอนคืออะไรกันแน่คะ?" ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบแต่หนักแน่น
อาจารย์เอลาร่าไม่ตอบด้วยคำพูดทันที เธอยื่นมือเรียวบางออกมาข้างหน้า ฝ่ามือแบออกเบื้องบน และชั่วพริบตานั้นเอง อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยว แสงสีทองอบอุ่นที่ควรจะเป็นธาตุแสงบริสุทธิ์กลับค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นละอองแสงสีครามเข้มข้น ดึงดูดมวลสารรอบข้างจนเกิดเป็นสนามพลังแรงโน้มถ่วงขนาดย่อม
"แสงสว่างไม่ใช่การมีอยู่ของความสว่าง... แต่แสงสว่างคือ *ความหนาแน่นของข้อมูลพลังงาน* ต่างหากล่ะคะ" เอลาร่าเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ระบบการไหลเวียนของมานาในอากาศรอบตัวเริ่มแสดงผลออกมาเป็นเส้นสายตารางสามมิติสีฟ้าเรืองแสงให้เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งเป็นเทคนิคการมองเห็นขั้นสูงที่ฉันเคยอ่านเจอแค่ในบันทึกโบราณที่ถูกปิดตาย
"ระบบเวทมนตร์ในโลกของเราถูกสร้างขึ้นบนกฎเกณฑ์ที่เรียกว่า 'เขตแดน' แต่รอยแยกมิติกำลังกัดกร่อนกฎเกณฑ์เหล่านั้น หากเธอต้องการจะปิดรอยแยกและค้นหาความลับเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะบิดเบือนกฎของแสง ไม่ใช่แค่ใช้มันตามคำสั่งของระบบโรงเรียนค่ะ"
ฉันจ้องมองตารางสามมิติที่ซับซ้อนนั้น สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว โครงสร้างของเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้เป็นเพียงแค่การดึงมานาจากธรรมชาติแล้วปลดปล่อยออกมาเหมือนที่ผ่านมา แต่มันคือการเขียนชุดคำสั่ง (Casting Formula) ลงไปในโครงข่ายของมิติโดยตรง หากแสงสว่างมีความเร็วสูงสุดในจักรวาล นั่นหมายความว่าแสงก็คือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเข้าถึงและแก้ไขรอยต่อของมิติที่กำลังฉีกขาด!
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ..." ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมมานาทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ "ถ้าแสงคือข้อมูล... งั้นเราก็แค่อัดข้อมูลเข้าไปใหม่เพื่อเขียนทับความผิดปกตินั้นสินะคะ"
รอยยิ้มที่มุมปากของเอลาร่ากว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก
"ฉลาดมากค่ะ เซริส... งั้นเรามาเริ่มภาคปฏิบัติกันเลยดีกว่านะคะ"
อาจารย์สาวดีดนิ้วเบาๆ พื้นที่สีขาวโพลนรอบตัวพลันเปลี่ยนสภาพกลายเป็นห้องจำลองรอยแยกมิติขนาดมหึมา แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของฉันจนแทบหายใจไม่ออก แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนคุ้นเคยจากระบบเวทมนตร์ส่วนตัวที่หลับใหลมานานก็ดังขึ้นในหัวของฉัน—
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึง 'รอยแยกมิติระดับ S' ผ่านการชี้นำของเป้าหมายพิเศษ 'เอลาร่า']*
*[คำเตือน: โครงสร้างพลังงานกำลังเกินขีดจำกัดความปลอดภัยของโรงเรียน]*
*[...ตรวจพบเจตจำนงภายนอกกำลังพยายามเจาะเข้าระบบควบคุมหลักจากเบื้องล่าง...]*
ฉันเบิกตากว้างเมื่อเส้นแสงสีแดงฉานจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุกระดานตารางสามมิติขึ้นมา ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นมาจากก้นบึ้งของมิติที่อาจารย์เอลาร่าพาฉันก้าวเข้ามา!
"อาจารย์คะ..." ฉันหันไปมองหญิงสาวข้างกาย แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจสะดุด—
ร่างของเอลาร่าโปร่งแสงลงครึ่งหนึ่ง และรอยยิ้มของเธอก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "แย่แล้วค่ะ... มันไม่ได้มารอเรา แต่มันกำลังดักรอ *เธอ* ต่างหากล่ะคะ เซริส!"
แล้วก่อนที่ฉันจะได้เปล่งเสียงใดออกมา พื้นที่สีขาวทั้งหมดก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำทมิฬขนาดยักษ์ที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่าง คว้าจับร่างของฉันดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของเซริสและอาจารย์เอลาร่ามาจนถึงตอนนี้นะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้รอยแยกมิติ•ตอนที่ 6
การเรียนรู้อันแปลกใหม่
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้รอยแยกมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!