# ฟื้นคืนชีพในบ้านผุพัง
“ถ้าแกยังไม่ลุกขึ้นมาทำงาน ก็ไสหัวออกจากบ้านตระกูลเฉินไปพร้อมกับไอ้ตัวภาระสองตัวนั่นซะ! อย่าคิดว่าการเป็นเมียทหารที่หายสาบสูญไปแล้วจะทำให้แกมีสิทธิ์นอนกินแรงคนอื่นในบ้านนี้!”
เสียงแหลมสูงบาดหูของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างรุนแรง หลินหว่านลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ ปะทะเข้าที่จมูก สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องที่เหมือนถูกของแข็งกระแทกอย่างหนัก
เธอไม่ใช่หลินหว่านคนเดิม... อดีตเชฟหลวงผู้เลื่องชื่อในราชสำนักที่เพิ่งสิ้นลมหายใจท่ามกลางสมรภูมิการเมืองในวังหลวง แต่ความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก บอกเธอว่านี่คือปี 1974 ในร่างของหญิงสาวผู้มีชื่อแซ่เดียวกัน
“ได้ยินไหมนังคนไร้ค่า! ลูกแกกำลังจะอดตายอยู่แล้ว ยังจะมาทำตัวเป็นคุณนายสำออยอยู่อีก!”
หลินหว่านพยายามยันกายลุกขึ้น ความรู้สึกเย็นเยียบเสียดแทงผิวหนังผ่านเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น เธอหันไปมองร่างเล็กสองร่างที่นอนกอดกันกลมอยู่บนพื้นดินที่ปูด้วยฟางเก่าๆ ดวงตาของเด็กแฝดชายหญิงคู่นั้นแห้งผาก ร่างกายซูบผอมจนเห็นกระดูกซี่โครงชัดเจน แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือแววตาที่ไม่มีประกายแห่งความหวังเหลืออยู่เลย
“ข้า... ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” หลินหว่านเอ่ยปาก เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าสงสาร นางพยายามก้าวขาที่อ่อนแรงเดินไปหาเด็กน้อยทั้งสอง
“แม่... แม่จ๋า... หิว...” เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวซีแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
หัวใจของหลินหว่านกระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงหาอาทรอย่างประหลาดไหลท่วมท้น เธอคว้าตัวเด็กทั้งสองเข้ามาแนบอก ความรู้สึกเจ็บปวดจากการไม่ได้กินอาหารมาหลายวันบีบคั้นท้องไส้ของเธอจนแทบขาดใจ แต่ในฐานะอดีตเชฟหลวง เธอรู้ดีว่าความอดอยากไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการบริหารจัดการ
“เสี่ยวเป่า เสี่ยวซี... แม่จะทำให้พวกเจ้าอิ่มเอง” เธอพึมพำขณะลูบศีรษะของเด็กน้อย แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นไหดินเผาใบเก่าในมุมห้องที่ดูเหมือนจะมีเพียงข้าวสารก้นไหที่แทบจะเป็นเศษผง แสงแดดที่ลอดผ่านรูรั่วของหลังคาสังกะสีส่องลงมาจับจ้องที่ไหใบนั้น ในวินาทีที่จิตใจของเธอกำลังโหยหาทางออก ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดก็แล่นผ่านปลายนิ้ว
[ระบบฟาร์มสวรรค์เชื่อมต่อสำเร็จ... ตรวจพบสถานะความอดอยากระดับวิกฤต เริ่มต้นมอบรางวัลพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น: เมล็ดข้าวสาลีทิพย์ 1 ถุง และน้ำบ่อทิพย์ 1 ขวด]
หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลินหว่าน เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งคำถามกับปาฏิหาริย์ เธอรีบคว้าถุงเมล็ดข้าวและขวดน้ำที่ปรากฏขึ้นในอากาศด้วยความเร็วสูง ร่างกายของเธอเริ่มขยับไหวด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเชฟ เธอหยิบชามกระเบื้องบิ่นๆ มาใบหนึ่ง ผสมน้ำทิพย์ลงไปเพียงหยดเดียวกับข้าวสารที่เหลืออยู่ก้นไห
“แม่จะต้มน้ำข้าวให้พวกเจ้าทานนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความนุ่มนวลทั้งหมดที่มี
กลิ่นหอมละมุนที่ไม่ควรจะมีอยู่ในกระท่อมผุพังแห่งนี้เริ่มโชยออกมา เด็กแฝดทั้งสองเบิกตากว้าง จมูกน้อยๆ ฟุดฟิดไปมาด้วยความอยากอาหาร รสชาติที่เคยจืดชืดและขมปร่ากลับกลายเป็นความหวานล้ำลึกเพียงแค่ปลายลิ้นสัมผัส นี่คือสิ่งที่เธอจะใช้เป็นอาวุธในการเอาตัวรอดในยุคที่ความแร้นแค้นปกคลุมไปทั่วทุกหัวระแหง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงถีบประตูไม้ที่ผุพังจนแทบจะพังครืนลงมา
“หลินหว่าน! ไหนล่ะค่าข้าวที่แกต้องจ่ายให้บ้านใหญ่! ถ้าวันนี้ไม่มีเงินจ่าย แกก็ต้องไปทำงานในนาขั้นบันไดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง!”
ร่างของหญิงชราผู้เป็นแม่สามีเดินเข้ามาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสองคน สายตาของพวกเขากวาดมองไปที่ชามข้าวในมือของหลินหว่าน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพุ่งเข้ามาปัดชามในมือเธอจนแตกกระจายเต็มพื้น
น้ำข้าวที่แสนมีค่าหกเลอะเทอะ เด็กน้อยทั้งสองปล่อยโฮออกมาทันที หลินหว่านตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เพราะอาหารมื้อสุดท้ายของลูกถูกทำลาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยแววตาที่เยือกเย็นราวกับมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึก
“ท่านแม่... ท่านแน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนี้” หลินหว่านลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยผอมแห้งกลับดูสง่างามขึ้นมาอย่างน่าประหลาด “หากท่านยังอยากเห็นบ้านตระกูลเฉินมีกินมีใช้หลังจากนี้ อย่าได้แตะต้องลูกของข้าอีก แม้แต่ปลายเล็บ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่บดบังแสงสว่างจนมืดสนิทไปทั้งห้อง
“ใครกล้ารังแกเมียและลูกของเฉินเหว่ยคนนี้?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงัก หลินหว่านเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่ตายไปแล้วอย่างที่ข่าวลือบอก... เขาคือสามีที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ทว่าในดวงตาคมกริบคู่นั้น กลับมีความห่วงหาที่ส่งผ่านมาถึงเธออย่างชัดเจน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปสร้างฟาร์มสวรรค์กับหลินหว่านในตอนแรกนะคะ ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในบ้านผุพัง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!