ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง•ตอนที่ 8

เงาจากกิลด์ใหญ่

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เสียงสะท้อนก้องของค้อนเหล็กที่กระทบลงบนทั่งตีเหล็กในโรงหลอมส่วนตัว ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงของการสร้างสรรค์ไอเทมอีกต่อไปแล้วในสายตาของคนนอก แต่มันคือจังหวะหัวใจที่กิลด์มหาอำนาจระดับท็อปไฟว์ของเซิร์ฟเวอร์กำลังพยายามจับจังหวะให้ตรงกัน เรย์ยืนนิ่งอยู่หน้าเตาหลอมที่กำลังพ่นเปลวไฟสีฟ้าคราม ไอร้อนระอุแผ่ซ่านกระทบกรอบหน้าคมคายที่มีหยดเหงื่อเกาะพราว สายตาของเขาไม่ได้มองไปยังชิ้นงานดาบยาวในมือ แต่กำลังจดจ้องอยู่กับหน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏรายชื่อผู้เล่นกลุ่มหนึ่ง ซึ่งปักหลักยืนนิ่งอยู่หน้าประตูโรงหลอมของเขามานานกว่าสามชั่วโมงแล้วโดยไม่คิดจะขยับไปไหน "พวกเขายังไม่ไปไหนอีกหรือครับ คุณช่างตีดาบ" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นจากมุมห้อง เซธ นักล่าอันดับหนึ่งผู้มักจะมีความมั่นใจล้นเหลือในทุกย่างก้าว วันนี้กลับเดินวนเวียนไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปยังเงาร่างของผู้เล่นนับสิบคนที่สวมชุดเกราะตราสัญลักษณ์รูปมังกรคำราม ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของ "กิลด์สุริยันนิรันดร์" เรย์ไม่ตอบทันที เขาวางดาบลงบนแท่นพักอย่างประณีตบรรจง ใช้คีมคีบถ่านเรืองแสงจัดเข้าที่เข้าทางอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาสบตากับสหายร่วมทางที่กำลังร้อนรน "ความอดทนคือวัตถุดิบชั้นดีในการหลอมโลหะ เซธ... และดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะมีวัตถุดิบชิ้นนี้เหลือเฟือเสียด้วย" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สุขุม และเยือกเย็นตามแบบฉบับของเขา "แต่มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะเรย์!" เซธสาวเท้าเข้ามาใกล้ ขยับเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนได้กลิ่นไอเหล็กและควันไฟจางๆ "การที่กิลด์ใหญ่อย่างสุริยันนิรันดร์ส่งหน่วยรบพิเศษระดับท็อปมาปิดล้อมโรงหลอมเล็กๆ ในเมืองชายขอบแบบนี้ มันไม่ได้แปลว่าพวกเขามาชื่นชมฝีมือการตีดาบไร้เงาของคุณหรอกนะ... พวกเขาต้องการ 'ผูกขาด' คุณ" เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากกาขนนกในมือหมุนวนอย่างเชื่องช้า "ผูกขาด หรือเป็นเจ้าของ?" "มันก็มีความหมายเดียวกันนั่นแหละครับ!" เซธกัดฟันกรอด มือหนาเผลอแตะด้ามกริชที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "คุณก็รู้ว่าระบบเกมนี้ไม่ได้มีแค่การเก็บเลเวล แต่ไอเทมระดับสูงที่ผ่านการตีฆ้อนของคุณมันสร้างความได้เปรียบในสงครามกิลด์มากแค่ไหน ถ้าพวกมันได้ตัวคุณไป กิลด์อื่นๆ ก็แทบจะหมดสิทธิ์ลืมตาอ้าปากในอีเวนต์สงครามใหญ่สัปดาห์หน้า" คำพูดของเซธมีเหตุผลมารองรับอย่างไม่ต้องสงสัย โลกของ VRMMO ในยุคปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรและเศรษฐกิจภายในเกม เรย์รู้ดีว่าดาบเล่มล่าสุดที่เขาเพิ่งส่งมอบให้เซธไป—ดาบสั้นเงาสมิงที่ซ่อนค่าสถานะการเจาะเกราะทะลุ 45%—ได้สร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในกระดานประมูลกลาง มันคือผลงานชิ้นเอกที่เกิดจากการผสมผสานความเข้าใจในโครงสร้างโค้ดไอเทมเข้ากับจังหวะการตีเหล็กที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาอันหิวกระหายของกลุ่มอำนาจ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ดัง ไม่เบา แต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้มาเยือน เซธขยับตัวเตรียมชักอาวุธ แต่เรย์ยกมือขึ้นห้ามไว้เพียงนิดเดียว สายตาของช่างตีดาบหนุ่มทอดมองไปยังประตูไม้ที่ปิดสนิท ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว "เชิญครับ ประไม่ได้ล็อก" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น บานประตูไม้เปิดออกอย่างไร้เสียง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะสีทองอร่ามประดับลวดลายวิจิตรบรรจง ใบหน้าของเขารูปงาม คมคาย รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้กุมความได้เปรียบ "สวัสดียามบ่ายครับ ช่างตีดาบเรย์ และ... คุณเซธ นักล่าผู้โด่งดัง ไม่คิดเลยว่าจะได้พบยอดฝีมือทั้งสองคนอยู่ในสถานที่เรียบง่ายเช่นนี้" ผู้มาใหม่คือ 'คาร์ל (Karl)' รองหัวหน้ากิลด์สุริยันนิรันดร์ ผู้เล่นระดับแนวหน้าที่มีฉายาว่า 'หอกเพลิงทลายปฐพี' เขาไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของเขายังมีผู้เล่นอาชีพการ์ดและนักเวทระดับสูงยืนคุมเชิงอยู่อีกสี่คน บรรยากาศภายในโรงหลอมแคบๆ พลระอุขึ้นมาทันทีราวกับอุณหภูมิรอบเตาหลอมพุ่งสูงขึ้นอีกเท่าตัว เซธแค่นเสียงในลำคอ "ลมอะไรหอบรองหัวหน้ากิลด์ใหญ่อย่างคุณมาถึงโรงหลอมซ่อมซ่อของพวกเราล่ะครับ หรือว่าเกราะของพวกคุณมันพังเร็วจนต้องมาซ่อมด่วน?" คาร์ลไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองต่อคำพูดเหน็บแนมนั้น เขายังคงรักษารอยยิ้มระดับนักการทูตไว้บนใบหน้า ดวงตาสีอำพันกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้นวางอาวุธด้านหลังที่ว่างเปล่า "ผมไม่ได้มาเพื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอครับคุณเซธ..." คาร์ลหันกลับมาสบตาตรงๆ กับเรย์ "ผมมาในนามของกิลด์สุริยันนิรันดร์ เพื่อยื่นข้อเสนอที่จะเปลี่ยนสถานะของช่างตีดาบไร้เงา ให้ก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในเกมนี้" เรย์ยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด เขายกชาอุ่นขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ของถ้วยเซรามิกท่ามกลางความเงียบ ทำให้คาร์ลชะงักไปเล็กน้อย "ผมพอใจกับจุดที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีครับ ท่านรองหัวหน้าคาร์ล" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "โรงหลอมนี้เล็กเกินไปสำหรับความทะเยอทะยานของกิลด์ใหญ่อย่างพวกคุณ และตัวผมเองก็ไม่ได้มีความสนใจที่จะไปผูกขาดอิสรภาพของตัวเองไว้กับสัญลักษณ์ของใคร" รอยยิ้มบนใบหน้าของคาร์ลค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย แววตาของนักล่าผู้ทรงอำนาจเริ่มฉายแววความกดดันออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ความอิสระเป็นสิ่งสวยงามครับคุณเรย์... แต่มันมักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" คาร์ลเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกก้าว โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน "กิลด์ของเราไม่ได้มาเพื่อขอร้อง แต่เรามาเพื่อ 'เจรจา' ในเงื่อนไขที่คุณปฏิเสธไม่ได้ สัญญาเอ็กซ์คลูซีฟสามปี งบประมาณสนับสนุนไม่จำกัด และสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรแร่หายากระดับตำนาน... แลกกับการที่ผลงานทั้งหมดของคุณจะต้องตีตราประทับของสุริยันนิรันดร์แต่เพียงผู้เดียว" ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของคาร์ล มันคือจิตสังหารระดับผู้เล่นแถวหน้าที่สั่งสมผ่านการผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน เซธขยับตัวเตรียมพุ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธ แต่เรย์กลับส่งสัญญาณมือห้ามปรามไว้อีกครั้งอย่างใจเย็น เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับคาร์ล แววตาคู่สีดำสนิทนั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันลึกซึ้งและว่างเปล่า ราวกับห้วงมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ภาพความทรงจำสีเลือดจากเกมเก่าแวบเข้ามาในหัวเพียงเสี้ยววินาที—ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่ต้องสังเวยให้กับความโลภของกิลด์ใหญ่... ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้จางหาย แต่มันถูกหลอมรวมกลายเป็นคมดาบที่คมกริบยิ่งกว่าเดิมในจิตใจของเขา "คุณรู้ไหมครับ..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "ดาบที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นจากแร่ที่หายากที่สุด... แต่มันเกิดขึ้นจากช่างตีดาบที่รู้ว่า 'เขาตีมันขึ้นมาเพื่ออะไร'" คาร์ลขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่าอย่างไร?" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่วนสูงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าคาร์ลเลยแม้แต่น้อย รัศมีของความสุขุมและมั่นคงแผ่ออกมาจากตัวของช่างตีดาบหนุ่ม จนทำให้ผู้เล่นระดับสูงด้านหลังของคาร์ลถึงกับเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ผมหมายความว่า..." เรย์ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ผมปฏิเสธข้อเสนอของคุณครับ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที คาร์ลจ้องมองเรย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความเย็นชาและไร้ความปรานี "น่าเสียดาย..." คาร์ลแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "คุณเป็นคนมีฝีมือนะเรย์ แต่ช่างน่าเสียดายที่คนมีฝีมือมักจะอายุสั้นเพราะความดื้อรั้น" คาร์ลสะบัดมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมถอยหลังออกไป แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเซิร์ฟเวอร์ก็ดังขึ้น 'กริ๊งงง!' พร้อมกันในช่องหน้าต่างระบบของผู้เล่นทุกคนในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร [ประกาศจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานเวทมนตร์ระดับตำนานบริเวณเขตแดนรกร้างทิศเหนือ] [เงื่อนไขภารกิจพิเศษ 'บอสลับระดับ SSS: มังกรศิลาโบราณ' ปลุกตื่นจากการหลับใหลแล้ว!] [ผู้เล่นที่อยู่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด ได้รับสถานะ 'เป้าหมายแห่งการพิพากษา' โดยอัตโนมัติ ไม่สามารถใช้ไอเทมวาร์ปหนีออกจากพื้นที่ได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นเงื่อนไข!] รอยยิ้มบนใบหน้าของคาร์ลหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อหน้าต่างระบบสีแดงฉานเด้งขึ้นมาขวางหน้า ในขณะเดียวกัน ประตูโรงหลอมไม้ที่ปิดสนิทก็ถูกแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากภายนอกกระแทกจนพังกระเด็นออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ! -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%