ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 1

ดีลนรกกับประธานปากหมา

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เอกสารสัญญาสีขาวสะอาดบนโต๊ะกระจกราคาแพงลิบลิ่วใบนั้น… มีค่าเท่ากับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคิมหันต์ในเวลานี้ เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมืองดังหึ่งราวกับจะเยาะเย้ยความอับจนหนทางของเขา กลิ่นอายของความร่ำรวยและอำนาจล้นเหลือคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกาแฟพรีเมียมราคาแพง แต่สำหรับคนแบกหนี้สินสิบล้านอย่างคิมหันต์แล้ว บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันช่างกดดันจนหายใจไม่ออก "เลือกเอาครับ... จะเซ็นชื่อลงไป แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ ‘เบ๊’ ส่วนตัวของผมเพื่อใช้หนี้ก้อนนี้ หรือจะเดินออกไปแล้วปล่อยให้ครอบครัวของคุณล้มละลายกลายเป็นบุคคลล้มละลายภายในสัปดาห์นี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้นอย่างเหนือกว่า เจ้าของร่างสูงสง่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานคือ ภูวดล ประธานหนุ่มไฟแรงผู้ทรงอิทธิพล ทายาทมหาเศรษฐีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายราวกับรูปสลักคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาสمเพชเจือความท้าทาย คิมหันต์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีบัดนี้ซีดเผือด แต่ริมฝีปากบางเฉียบยังคงเม้มแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ปากบอกว่าจะให้เลือก... แต่สถานการณ์บีบคั้นแบบนี้ มันมีทางเลือกอื่นให้เขาเดินที่ไหนเล่า! "คุณมัน... เล่ห์เหลี่ยมจัดยิ่งกว่าปีศาจเสียอีกนะ ท่านประธานภูวดล" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในใจจะร้าวรานราวกับถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกยวางบนโต๊ะและประสานมือเข้าหากัน สายตาคมกปรายมองร่างบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ "อย่าใช้คำว่าปีศาจกับผมเลยครับคุณคิมหันต์... ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครใจดีพอที่จะยื่นมือช่วยคนใกล้ตายฟรีๆ หรอก ถ้าคุณฉลาดพอ คุณก็น่าจะรู้ว่าเงื่อนไขของผมมัน ‘คุ้มค่า’ แค่ไหนสำหรับการแลกกับการได้รักษาบริษัทของพ่อคุณเอาไว้" คำพูดนั้นจี้ใจดำของคิมหันต์เข้าอย่างจัง พ่อของเขา… ครอบครัวที่เขารักและพยายามปกป้องด้วยหยาดเหงื่อทั้งหมดที่มี กำลังจะพังทลายลงเพราะฝีมือของคนตรงหน้าคนนี้ และทางเดียวที่จะกู้คืนทุกอย่างได้ คือการเอาตัวเองเข้าแลกในฐานะลูกหนี้ที่ต้องรับใช้ประธานปากหมาคนนี้อย่างไร้ข้อต่อรอง "สัญญาบ้าอะไรตั้งสามปี... แถมยังต้องสแตนด์บายรับใช้ตลอด 24 ชั่วโมง คุณเห็นผมเป็นหุ่นยนต์หรือไง!" คิมหันต์กระชากเสียงถามด้วยความเหลืออด ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่พยายามไม่ยอมแพ้หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ "หุ่นยนต์ยังต้องปิดสวิตช์พักผ่อนนะครับ... แต่คุณ... ต้องพร้อมทำตามคำสั่งของผมทุกเวลา ตราบใดที่หนี้ยังกองอยู่ตรงหน้า" ภูวดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ สายตาดุจพญาเหยี่ยวสำรวจเรือนร่างระหงของคนตรงตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... แม้คิมหันต์จะดื้อรั้นและปากเก่งจนน่าหมั่นไส้แค่ไหน แต่ทุกกMิริยา ท่าทาง และความพยายามที่จะเชิดหน้าสู้ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าแบบนั้น กลับดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปไหนไม่ได้เลยตั้งแต่แรกพบ มันคือความรู้สึกประหลาดที่ภูวดลไม่อยากยอมรับ... ความรู้สึกที่อยากจะแกล้ง อยากจะต้อนให้จนมุม และอยากจะเห็นคนปากเก่งคนนี้ยอมสยบอยู่ใต้ร่างของเขาแต่เพียงผู้เดียว "เซ็นซะครับ... หรือคุณอยากจะเปลี่ยนใจไปคุยกับทนายความของผมที่หน้าศาลแทน?" ประธานหนุ่มยื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงลิบลิ่วไปตรงหน้า พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย คิมหันต์มองปากกาในมือของอีกฝ่ายสลับกับใบหน้าหล่อเหลาแต่น่าหมั่นไส้ของภูวดล ลมหายใจเข้าออกถูกดึงลึกเพื่อเรียกสติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว เขาพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้ให้กับความจนตรอกและภาระที่แบกไว้บนบ่า มือเรียวสั่นเทายื่นออกไปหยิบปากกามาถือไว้แน่น ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นหนา ลายมือที่เคยเขียนได้อย่างมั่นใจกลับสั่นระริกขณะที่ลากเส้นตัวอักษรลงไปทีละตัว... ทีละตัว... จนกระทั่งลายเซ็นสมบูรณ์แบบปรากฏเด่นหราอยู่บนบรรทัดสุดท้าย ภูวดลมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ รอยยิ้มที่ทำให้คิมหันต์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกรงเล็บของเสือร้ายที่รอขย้ำเหยื่ออยู่พอดี "ยินดีต้อนรับสู่ตำแหน่งใหมร... เลขาฯ ส่วนตัวควบตำแหน่งทาสรับใช้ของผมนะครับ, คุณคิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเมื่อร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของภูวดลแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด จนคิมหันต์ต้องผะงกตัวถอยหลังด้วยความตกใจ แต่เอวบางกลับถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดอย่างรวดเร็วจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจสะดุดกึกลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายระยับราวกับซ่อนไฟปรารถนาบางอย่างไว้ข้างใน "ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง ประธานบ้า..." คิมหันต์พยายามดิ้นรนและใช้มือดันอกแกร่งออก แต่แรงของเขากลับน้อยนิดเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับคนตรงหน้า ภูวดลไม่ยอมปล่อย หนלซ้ำยังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ปลายจมูกคมสันคลอเคลียอยู่ใกล้ขมับบางจนคนในอ้อมแขนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะเคมีอันตรายที่พุ่งพล่านระหว่างกันต่างหาก "อย่าดิ้นสิครับ... เราเพิ่งเซ็นสัญญากันนะ เริ่มต้นวันแรก ก็ต้องทำความคุ้นเคยกับเจ้านายให้มากๆ หน่อยไม่ใช่หรือไง" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอาคิมหันต์ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรัวในระยะประชิดอันตรายนั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานหรูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต "ภูวดล! ฉันมาหาคุณตามนัด... อุעם!" เสียงหวานใสของมีนารา คู่หมั้นสาวสวยที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ดังแทรกขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง แต่เมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับภาพที่ประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังโอบกอดร่างบางของคิมหันต์ไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด… บรรยากาศในห้องทำงานที่คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดและเสน่หาเมื่อครู่ พลันแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งในทันที! --- *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งดีลลับครั้งนี้ร่วมกัน ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ)* — **แบล็กสมิธในตำนาน**
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%