เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 39

ศัตรูที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
กลิ่นสาบของดินชื้นและเศษไม้ผุพังโชยเข้าปะทะจมูกทันทีที่ร่างของกวินร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่า แรงกระแทกไม่ได้ทำให้เขาสิ้นสติ แต่ความเจ็บปวดที่ข้อเท้ากลับปลุกสัญชาตญาณให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เขาไม่ได้ตกลงมาบนพื้นดินธรรมดา แต่ตกลงมาบนกองซากปรักหักพังที่ดูเหมือนอัฐิของใครบางคน เสียงปืนนัดนั้น... ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงปืนที่มาจากมนุษย์ แต่เป็นเสียงแผดกร้าวที่เหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากนรกขุมไหนสักแห่ง "ใครนั่น?" กวินพยายามเค้นเสียงถาม ทั้งที่รู้ดีว่าในความมืดสนิทที่หนาทึบราวกับถูกถมด้วยถ่านไม้นี้ จะไม่มีใครตอบเขา นอกจากเสียงลมหายใจที่ไม่ได้มาจากปอดของตัวเอง รอบกายของเขาร้อนผ่าว แม้จะเป็นคืนเดือนดับที่อากาศควรจะหนาวเหน็บ ทว่าที่นี่กลับร้อนอบอ้าวเหมือนเตาเผา ความร้อนนั้นไม่ได้มาจากไฟ แต่มันมาจาก 'ไอของความอาฆาต' ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวนับร้อยนับพันดวงตาที่จับจ้องมาจากมุมมืด กวินค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะที่จี้ห้อยคอซึ่งเป็นมรดกชิ้นเดียวจากพ่อ ความเย็นของเนื้อเหล็กทำให้เขาพอจะมีสติประคองลมหายใจ "แก... ไม่ควร... ลงมาที่นี่..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง กวินสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปพร้อมกับกำมือแน่น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนแก่ แต่เป็นเสียงที่รวมความเจ็บปวดของผู้หญิงนับร้อยคนที่ถูกจองจำไว้ในเรือนนี้ "พวกท่านต้องการอะไร" กวินถาม พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด "ผมมาที่นี่เพื่อหาคำตอบ ไม่ได้มาเพื่อเป็นเหยื่อของพวกท่าน" "คำตอบงั้นหรือ?" คราวนี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากรอบทิศทาง มันไม่ใช่เสียงคนเดียวอีกต่อไป แต่มันคือการประสานเสียงที่กรีดแทงแก้วหูจนเลือดซึมออกมาจากรูหู "เลือดของเจ้า... คือกุญแจเดียวที่จะปลดปล่อยรอยเลือดเก่าบนเรือนนี้ให้ไหลเวียนอีกครั้ง ทนายความ... เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อแก้ปม แต่เจ้ามาที่นี่เพื่อเป็น 'เจ้าของ' คนใหม่ของพันธนาการนี้" ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทนับร้อยก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง พวกมันไหลมารวมกันเหมือนฝูงมดสีดำที่หิวโหย กวินเห็นใบหน้าบิดเบี้ยวของเหล่าวิญญาณ บางคนไม่มีดวงตา บางคนใบหน้าเละเทะจนไม่เหลือเค้าเดิม พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าใส่เขาทันที แต่กลับค่อยๆ ขยับเข้ามาล้อมเป็นวงกลม บีบอัดพื้นที่รอบตัวให้แคบลงเรื่อยๆ กวินถอยกรูดจนหลังชนกับเสาไม้เก่าแก่ที่มีรอยเลือดสลักเป็นลวดลายประหลาด เขาพยายามสวดภาวนาตามที่หลวงตาเมฆเคยสอน แต่ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะตัดขาดจากแสงสว่างทางธรรมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันสิ้นสุดของวิญญาณเหล่านั้น "จันทร์... ยายจันทร์! ยายอยู่ที่ไหน!" กวินตะโกนสุดเสียง ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่โผล่พ้นจากกลุ่มวิญญาณ ร่างนั้นดูสง่างามกว่าใคร รอยแผลเป็นที่คอเห็นเด่นชัดแม้ในความมืด นางคือเจ้าของเสียงที่เคยบอกทางเขามาก่อน แต่นัยน์ตาของนางในตอนนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความสมเพช "นางจันทร์ไม่อยู่ที่นี่แล้ว กวิน" วิญญาณหญิงสาวขยับปากโดยไม่มีเสียงออกมา แต่กวินกลับได้ยินมันชัดเจนในหัว "นางคือคนแรกที่ทรยศพวกเรา... และคืนนี้ เจ้าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะได้เห็นเดือนที่มืดมิดที่สุดของชีวิต" วิญญาณหญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้ มือที่ซีดเผือดเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งในขั้วโลกค่อยๆ เอื้อมมาแตะที่หน้าอกของเขา กวินรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาพยายามขยับตัวแต่ร่างกลับหนักอึ้งเหมือนถูกตอกตรึงไว้กับพื้น เขาเห็นมือของเหล่าวิญญาณนับร้อยพุ่งเข้ามาหาเขา เหมือนกับรากไม้ที่พยายามจะฉุดรั้งเขาสู่ความตาย กวินหลับตาลงแน่น พยายามรวมสมาธิทั้งหมดไปที่จี้ห้อยคอ เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างในวินาทีนี้ เขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่าไปตลอดกาล "ถ้าอยากได้เลือดของข้านัก... ก็เอาไป!" กวินกระชากจี้ห้อยคอจนสายสร้อยขาดกระเด็น ความรู้สึกแสบร้อนแล่นผ่านฝ่ามือราวกับถูกไฟครอก เขาใช้เลือดที่ไหลออกจากรอยแผลที่ฝ่ามือวาดลงบนอากาศเป็นยันต์ตามที่เขาเคยเห็นในบันทึกของพ่อ แสงสีขาวจ้าพุ่งวาบออกมาจากฝ่ามือของเขา ชั่วขณะหนึ่งวิญญาณเหล่านั้นถอยร่นไปเหมือนถูกอาวุธร้ายแรง กวินไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังโกลาหล พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง เขาไม่รู้ว่าเขากำลังวิ่งไปที่ไหน รู้เพียงแต่ว่าต้องหนีออกไปให้พ้นจากหลุมมืดมิดนี้ แต่แล้ว... เท้าของเขาก็หยุดชะงักลง เมื่อเงาที่อยู่ตรงหน้าเขากลับไม่ใช่ทางออก แต่เป็นร่างของชายชราในชุดสีเหลืองหม่นที่เขารู้จักดีที่สุด "หลวงตา... หลวงตาเมฆ?" กวินครางออกมาด้วยความหวัง ชายชราค่อยๆ หันกลับมา แสงจากยันต์ในมือของกวินที่ยังคงเรืองรองทำให้เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... บนหน้าผากของหลวงตาเมฆ ไม่ใช่รอยจุดแต้มสีขาวแบบที่พระสงฆ์ทำ แต่เป็นรอยสักสีแดงฉานที่มีรูปร่างเหมือน 'กุญแจ' เลือดหยดลงจากรอยสักนั้นอย่างต่อเนื่อง หลวงตาเมฆยิ้ม ยิ้มที่ดูไม่เหมือนคนใจดีคนเดิม ยิ้มที่ทำให้กวินรู้สึกว่าทุกสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ต้น... เป็นเพียงเกมที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าเท่านั้น "ดีมาก กวิน... เจ้าทำได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย" "หลวงตา... นี่มันหมายความว่ายังไง" กวินถอยหลังกรูด ใจสั่นระรัวจนแทบหยุดเต้น "ก็หมายความว่า..." หลวงตาเมฆยกมือขึ้น แสงรอบตัวดับวูบลงเหลือเพียงนัยน์ตาที่วาวโรจน์เหมือนสัตว์ร้ายในความมืด "ที่นี่ไม่ใช่เรือนอาถรรพ์ที่คุมขังวิญญาณหรอกนะ แต่มันคือ 'ภาชนะ' ที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อรอคอย 'ร่างใหม่' ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์พอจะรองรับวิญญาณบรรพบุรุษของฉัน... และเจ้า ก็มาส่งตัวถึงที่พอดี" เสียงฝีเท้าที่เริ่มขยับเข้ามาล้อมรอบตัวเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้... มันไม่ใช่เสียงวิญญาณ แต่มันคือเสียงหัวเราะที่ดังก้องมาจากปากของหลวงตาเมฆที่ดูเหมือนจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะฉีกถึงใบหู! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดไปกับเสียงกระซิบยามดึกนะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%