หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนดวงตาคู่คมของธันวา ไม่ได้แสดงผลเส้นกราฟการเติบโตของธุรกิจ หรือโค้ดโปรแกรมสะอาดตาอย่างที่ควรจะเป็นในเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ หากแต่เป็นตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่กำลังกะพริบถี่กระชั้นชิด พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนระดับวิกฤตที่ถูกตั้งค่าให้เงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของคนที่นอนหลับอยู่บนโซฟาอีกตัวในห้องนั่งเล่นเดียวกัน
02:14:55... 02:14:54...
"รันอัลกอริทึมสำรองดึงข้อมูลข้ามเครือข่ายไม่ได้ผลสินะคะ..."
เสียงงיתกง่วงทว่าแฝงความเฉียบคมดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาผุดลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่เคยรวบไว้หลุดลุ่ยเคลียคลออยู่ข้างแก้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองหน้าจอหลักก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนโดยไม่ต้องเสียเวลาบิดขี้เกียจ ความตื่นตัวของเธอในช่วงเวลาคับขันมักจะเร็วกว่ายามปกติเสมอ ทั้งคู่ไม่ได้นัดหมายกันมาเพื่อทำงานล่วงเวลาในวันหยุด แต่เป็นคีย์—คู่แข่งทางธุรกิจที่ใช้กลสกปรกแทรกแซงซอร์ฟแวร์คอร์โลจิกของระบบ AI ที่พวกเขาร่วมกันพัฒนา—ที่บีบให้วันหยุดยาวกลายเป็นการจำลองสถานการณ์สงครามไซเบอร์ขนาดย่อม
ธันวาไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วเรียวยาวราวกับศิลปินเปียโนกำลังเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วอย่างไร้ที่ติ แววตาของวิศวกรหนุ่มนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาและสมาธิระดับสูงสุดที่ถูกหล่อหลอมมาจากปมในอดีต—ความคาดหวังที่สอนให้เขาไม่มีสิทธิ์ล้มเหลว
"ระบบป้องกันชั้นที่สามกำลังถูกเจาะทะลวงด้วยมัลแวร์ประเภท Polymorphic" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่ทรงพลัง "มันไม่ใช่ฝีมือของคีย์คนเดียว มีคนที่มีฮาร์ดแวร์ระดับเมนเฟรมหนุนหลังเขาอยู่"
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนชิดด้านหลังเก้าอี้ทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจางๆ ลอยปะทะนาสิก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สมองของเธอประมวลผลในตอนนี้ สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับบรรทัดโค้ดที่ไหลผ่านราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก
"ถ้าเราปล่อยให้มันกัดกินฐานข้อมูลหลัก โครงสร้าง UI ทั้งหมดที่เราออกแบบไว้จะพังทลาย และความน่าเชื่อถือของบริษัทก็จะศูนย์ريในพริบตาเดียวค่ะ" นิ้วเรียวชี้ไปที่จุดบอดบนหน้าจอ "แต่ถ้าเราใช้ช่องโหว่ที่คีย์เปิดไว้ตอนส่งแพץเกจเมื่อคืนนี้เป็นกับดัก... เราจะสามารถย้อนรอยสัญญาณกลับไปหาต้นตอได้ทันเวลาก่อนหมดเวลาถอยหลัง"
ธันวาชะอักมือเล็กน้อย เขาดำดิ่งอยู่ในตรรกะของตัวเองจนมองข้ามจุดเชื่อมโยงนั้นไป รินรดามักจะมองเห็นภาพรวมในมุมที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ ความสมบูรณ์แบบทางคณิตศาสตร์ของเขา เมื่อหลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ที่เฉียบคมของเธอ มันกลายเป็นเกราะป้องกันที่ไร้เทียมทาน
"คุณเสี่ยงเกินไป" ธันวาเหลือบมองเธอ แววตาอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที "ถ้าการย้อนรอยสัญญาณล้มเหลว ระบบทั้งหมดจะคลีนตัวเองและลบข้อมูลของคุณออกโดยอัตโนมัติ"
"ฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองไม่มีวันชนะหรอกนะคะ, ธันวา" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความท้าทายแบบที่เคยทำให้พวกเขาเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยค่ายโอลิมปิกวิชาการ "เชื่อมือฉัน... เหมือนที่คุณเชื่อในโค้ดของตัวเองสิคะ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่คำรามเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ ธันวาสบตาเธอนิ่งนาน ประกายไฟแห่งความเข้าใจบางอย่างสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของคนทั้งคู่ มันไม่ใช่แค่มิตรภาพของการทำงานร่วมกัน แต่มันคือความไว้วางใจที่ถูกทดสอบด้วยไฟแห่งวิกฤต
"ตกลง" ธันวาพยักหน้ารับ "ฉันจะเปิดประตูหลังให้คุณเข้าไปวางกับดัก แต่คุณต้องอยู่ในการควบคุมของฉันทุกขั้นตอน ห้ามตัดการเชื่อมต่อเด็ดขาด"
รินรดาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ของเขา มือบางวางทับลงบนหลังมือของธันวาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะทำงาน เพื่อดึงสมาธิและส่งผ่านความอบอุ่นไปในตัว สัมผัสนั้นทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าในวินาทีต่อมา ทั้งคู่ก็กลับสู่โหมดจริงจังเมื่อเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
นิ้วมือของทั้งสองคนประสานสอดรับกันอย่างลงตัวบนหน้าจออินเทอร์เฟซเสมือนจริง ธันวาเป็นผู้ป้อนคำสั่งระดับรากฐานเพื่อเปิดช่องโหว่ ขณะที่รินรดากระโจนเข้าสู่ระบบเครือข่ายของศัตรูเพื่อฝังโค้ดดักจับ การทำงานร่วมกันดำเนินไปอย่างดุเดือดราวกับนักรบสองคนที่หลังชนกันในสนามรบ ดิจิทัลแพ็กเกจพุ่งเข้าปะทะกันจนหน้าจอโฮโลแกรมสั่นไหว สีแดงของระบบเตือนภัยเปลี่ยนเป็นสีส้ม และเริ่มลดระดับลงทีละน้อย
00:05:12... 00:05:11...
"สำเร็จ! ดึงข้อมูลต้นตอได้แล้วแปดสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาสดใสเป็นประกาย
ทว่าในวินาทีที่ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท เสียงระบบพัดลมระบายความร้อนเงียบกริบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วห้องชุด
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในหัว นี่ไม่ใช่ระบบล่มตามธรรมชาติ แต่มันคือการถูกตัดสัญญาณจากภายนอกแบบเบ็ดเสร็จ
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมบานเดียวที่เปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนจอด้วยตัวอักษรสีขาวที่วิ่งช้าๆ ทีละตัว
*ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... ธันวา และเพื่อนร่วมทาง*
ด้านหลังประตูกระจกนิรภัยของห้องทำงาน ซึ่งควรจะล็อกแน่นหนาและปลอดภัยที่สุด ปรากฏเงาร่างของบุคคลปริศนากำลังก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงปรบมือแปะ... แปะ... ที่ดังก้องกังวานน่าขนลุก
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครเสมอนะคะ
อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล•ตอนที่ 21
วันหยุดที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!