อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล•ตอนที่ 3

กาแฟกับเส้นตาย

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"หนึ่งร้อยแปดสิบวินาที... ถ้าเราเลือกแก้ที่เคอร์เนลโดยตรง ระบบระบายความร้อนจะพังทลาย แต่ถ้าเรายอมตัดโมดูลสำรองทิ้ง โค้ดลับของคีย์ก็จะลบตัวเองไปตลอดกาล" น้ำเสียงของธันวาไม่ได้สั่นไพรแม้แต่น้อย แม้ว่านิ้วเรียวยาวของเขาจะกำลังรัวอยู่บนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กราวกับเสียงฝนตกกระทบบานกระจก หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าสะท้อนแสงสีแดงฉานของระบบนับถอยหลังที่กำลังกินเวลาชีวิตของโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านไปทีละเสี้ยววินาที รินรดาขยับแว่นกรอบบางบนสันจมูกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์ของเธอกำลังประมวลผลทางเลือกนับพันในหัวอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน ในฐานะนักพัฒนา UI/UX ที่ต้องรับมือกับความบ้าคลั่งของระบบและการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ภายใต้แรงกดดัน เธอกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... ความท้าทายเบื้องหน้ากำลังทำให้เลือดในกายของเธอสูบฉีดอย่างตื่นเต้น "นายกำลังคิดจะใช้บริดจ์พอร์ตเชื่อมต่อแบบย้อนกลับใช่ไหมล่ะ ธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกย้อมด้วยแสงนีออนสีส้มสลัวจากภายนอก เธอเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ข้างมือ แต่กลับพบว่ามันว่างเปล่าเสียแล้ว มีเพียงหยดน้ำเกาะพราวข้างแก้วที่ฟ้องว่ามันหมดลงตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ธันวาชะงักมือที่กำลังพิมพ์ไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นหันมาสบตากับเธอเป็นครั้งแรกในรอบสามชั่วโมงเต็ม แววตาคู่นั้นมีความประكาดระคนแปลกใจฉายวาบขึ้นมา ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วภายใต้ความนิ่งขรึมตามแบบฉบับของวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็น "เธออ่านใจฉัน หรือแค่อ่านโครงสร้างสถาปัตยกรรมของฉันกันแน่ รินรดา" เขาถามเสียงเรียบ ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็น "ทั้งสองอย่างนั่นแหละค่ะ" เธอตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลาเวนเดอร์จากตัวเธอโชยแตะจมูกธันวาชั่วขณะท่ามกลางกลิ่นอับของกระดาษโน้ตและคาเฟอีน "ถ้าเราปล่อยให้มันนับถอยหลังต่อ คีย์คงหัวเราะร่าอยู่ที่ไหนสักแห่งเพราะทำลายผลงานที่เราเหนื่อยกันมาสามเดือนได้สำเร็จ... ถอยไปค่ะ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่า UI/UX Designer ที่เธอเคยดูถูกสมัยอยู่ค่ายโอลิมปิก เขากู้สถานการณ์วิกฤตกันอย่างไร" ธันวายอมขยับเก้าอี้ถอยหลังเปิดทางให้อย่างจำยอม แม้ในใจจะแอบคค้านว่าเขาไม่เคยดูถูกเธอก็ตาม แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีเวลามาเถียงกันเรื่องเก่าๆ รินรดาทิ้งตัวลงนั่งแทนที่ มือเรียวบางจรดลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว โค้ดบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าถูกเขียนขึ้นด้วยความเร็วสูง ชุดคำสั่งกราฟิกอินเทอร์เฟซถูกดึงมาใช้เป็นเกราะกำบังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของโค้ดระดับ SSS ไม่ให้เข้าถึงแกนกลางระบบ บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงัดลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ดังประสานกันเป็นจังหวะราวกับบทเพลงแห่งการเอาตัวรอด เข็มนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีสองสี่สิบห้า นาทีในคืนที่ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักด้านนอก "อีกหวินาทีสุดท้าย... สาม... สอง..." ธันวานับถอยหลังในลำคอ เสียงทุ้มต่ำของเขามีความแห้งผากเล็กน้อยเนื่องจากความเหนื่อยล้า "เรียบร้อยค่ะ!" รินรดากดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยความแรง หน้าจอสีแดงฉานเปลี่ยนกลับเป็นสีฟ้าคายาเบะอันสงบเงียบ โค้ดปริศนาถูกกักขังไว้ในแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ที่เธอสร้างขึ้นอย่างแนบเนียน ก่อนที่มันจะสลายตัวไปอย่างไร้พิษภัย ทั้งคู่ทรุดตัวพิงพนักเก้าอี้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ลมหายใจผ่อนเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติที่หลุดลอยกลับเข้าร่าง ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความตึงเครียด แต่เป็นความโล่งอกที่อบอวลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน "เก่งนี่" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาคมมองใบหน้าเนียนใสที่มีคราบเหงื่อบางๆ เกาะอยู่ตามไรผม "ไม่นึกว่าคนสายดีไซน์จะเข้าใจโครงสร้างเคอร์เนลลึกซึ้งขนาดนี้" "ดูถูกกันอีกแล้วนะคะ" รินรดาหันมาค้อนขวิดใส่เขาเบาๆ "อย่าลืมสิคะว่าฉันเคยได้เหรียญเงินโอลิมปิกคอมพิวเตอร์นะ ถึงฉันจะผันตัวมาทางด้าน User Experience เพราะเบื่อหน้าจอโค้ดสีดำมืดมน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะทิ้งรากฐานสักหน่อย... ว่าแต่คุณเถอะ ธันวา..." เธอเว้นวรรค ดวงตากลมโตหันมาจ้องมองเขาอย่างจริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนโทนไปทีละน้อย ความใกล้ชิดในห้องสี่เหลี่ยมยามวิกาลทำให้กำแพงที่ทั้งคู่สร้างไว้ดูบางเบาลง "หืม?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ทำไมคุณถึงต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวล่ะคะ?" รินรดาตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจมานาน ตั้งแต่ร่วมงานกันในโปรเจกต์นี้ เธอสังเกตเห็นว่าเขาทำงานราวกับคนไม่มีวันเหนื่อย ราวกับว่าถ้าเขาพลาดแม้แต่นิดเดียว โลกทั้งใบจะพังทลายลงมา "ตอนที่ชุดคำสั่งนั้นปรากฏขึ้น แววตาของคุณไม่ได้ตกใจกลัว... แต่มันคือแววตาของคนที่คุ้นเคยกับการถูกหักหลังต่างหาก" ธันวาชะงักไป ดวงตาคู่คมหลุบลงมองแก้วกาแฟว่างเปล่า รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย บรรยากาศรอบตัวของวิศวกรหนุ่มเย็นเยียบลงทันทีราวกับอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เนิ่นนานเสียจนรินรดาคิดว่าเธออาจจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว และกำลังจะเอ่ยปากขอโทษ ธันวาก็เปล่งเสียงแหบพร่าออกมา "ตอนเด็กๆ ฉันเคยสร้างโปรเจกต์ส่งเข้าประกวดระดับประเทศ..." น้ำเสียงของธันวาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น "มันเป็นระบบ AI ที่ช่วยจัดการพลังงานในโรงพยาบาล... ฉันมั่นใจมากว่ามันสมบูรณ์แบบที่สุด" รินรดานั่งนิ่ง ตั้งใจฟังโดยไม่เอ่ยขัดจังหวะแม้แต่น้อย เธอนั่งชันเข่าขึ้นบนเก้าอี้เล็กน้อย สะท้อนถึงความใส่ใจและความเห็นอกเห็นใจที่ซ่อนอยู่ "แต่คืนก่อนวันตัดสิน..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคู่นั้นไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "โค้ดทั้งหมดถูกแก้ไขโดยคนที่ฉันเชื่อใจที่สุด... เขาขโมยผลงานของฉันไป และบอกกับกรรมการว่าฉันเป็นแค่เด็กอวดดีที่ลอกงานคนอื่น พ่อกับแม่ไม่เคยเชื่อคำแก้ตัวของฉันเลย ท่านมองฉันด้วยสายตาผิดหวัง... สายตาที่บอกว่าฉันเป็นเด็กจอมโกหก" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกหน่วงๆ ในอก รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความสุขุม เย็นชา และความเก่งกาจของธันวา จะมีแผลเป็นในวัยเด็กที่ลึกซึ้งขนาดนี้ซ่อนอยู่ มือเรียวบางตัดสินใจเอื้อมไปสัมผัสหลังมือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านไปยังผิวของเขา ธันวาสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ดึงมือกลับ "นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณนะคะ ธันวา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยใช้มา "และที่สำคัญ... ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะคะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาของเธอสะท้อนภาพของเขาที่มีความจริงใจเต็มเปี่ยม ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งหรือความคาดหวังใดๆ มีเพียงความเข้าใจที่ลึกซึ้ง หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามมันมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางกลิ่นกาแฟจางๆ ในคืนที่ฝนตก เขากำMือเธอกลับแน่นขึ้นเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะซาบซึ้งเกินเลยนี้ ทันใดนั้นเอง... *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุดดังลั่นห้องทำงาน หน้าจอโฮโลแกรมที่เพิ่งสงบไปเมื่อครู่กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย **[WARNING: Unauthorized Access Detected from Root Directory]** **[User ID: 'K' is currently overriding your personal terminal...]** **[ระบบกำลังถูกเจาะข้อมูลส่วนตัว... พื้นที่จัดเก็บความลับทั้งหมดกำลังถูกถ่ายโอนไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกภายใน 10 วินาที!]** ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหน้าจอส่วนตัวที่เขาซ่อนโฟลเดอร์สำคัญที่สุดในชีวิตเอาไว้... โฟลเดอร์ที่บรรจุรหัสผ่านและหลักฐานชิ้นเดียวเกี่ยวกับคดีโกงในอดีตกำลังถูกเปิดออกทีละไฟล์ต่อหน้าต่อตาพวกเขา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%