สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 1

การพบกันที่ไม่น่าประทับใจ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังยืนกรานว่าจะเอาเครนตัวนี้มาตั้งตรงจุดนี้ ผมเกรงว่ากองถ่ายของคุณคงต้องย้ายไปหาโลเคชันใหม่ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มถ่ายทำครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบทว่าเฉียบขาดดังขึ้น ท่ามกลางเสียงจอแจของทีมงานจัดไฟและช่างภาพที่กำลังวิ่งวุ่นกันฝุ่นตลบ รสาหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ พร้อมกับม้วนกระดานสตोरीบอร์ดในมือเคาะลงกับต้นขาเบาๆ อย่างพยายามสะ¬กดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในอาคารสถาปัตยกรรมสุดล้ำยุคแห่งนี้ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตาคมกริบมองไปยังเจ้าของเสียงทุ้มที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยขัดมันอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมคายติดจะเรียบตึงจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมคายคู่นั้นมองกลับมาอย่างประเมินและปราศจากไมตรีจิตโดยสิ้นเชิง กรวีร์ สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและหวงผลงานยิ่งกว่าไข่ในหิน รสาคลายริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งคืบอย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันจากรัศมีรอบตัวของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้ทำให้ผู้จัดการกองถ่ายสาวมือฉกาจอย่างเธอสะท้านเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งกระตุ้นความพยศในตัวให้ลุกโชนขึ้นเสียด้วยซ้ำ "คุณกรวีร์สินะคะ... เอ๊ย, ครับ!" รสาเผลออุทานแก้คำสรรพนามแทบไม่ทัน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาใช้คำพูดคุ้นเคยแบบนั้นได้ "ผมหมายถึง... คุณกรวีร์ครับ เราคุยเรื่องนี้กันผ่านอีเมลและเคลียร์กับทางโปรดิวเซอร์ของคุณไปเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอครับว่า จุดนี้คือมุมที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดฉากซีนสำคัญ" กรวีร์ขยับแว่นเล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความระอาอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อีเมลฉบับนั้นตอบโดยผู้ช่วยผม ซึ่งน่าจะยังไม่ได้ประเมินความเสียหายที่พวกคุณกำลังจะทำกับพื้นหินขัดนำเข้าตารางเมตรละเป็นหมื่นๆ นี่หรอกครับ คุณผู้จัดการกองถ่าย... รสา ใช่ไหมครับ?" น้ำเสียงที่จงใจเน้นชื่อเธอท้ายประโยคให้ความรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติกลายๆ รสาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาววับอย่างท้าทาย "ถ้าคุณสถาปนิกผู้สูงส่งจะกรุณาใช้สายตาอันทรงคุณค่ากวาดมองไปรอบๆ สักนิด คุณก็จะเห็นว่าเราปูแผ่นยางกันรอยหนาถึงสามชั้นทับไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่พื้นราคาแพงลิบลิ่วของคุณจะเป็นรอยขีดข่วนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวแน่นอนครับ... เว้นเสียแต่ว่าคุณจะตั้งใจหาเรื่องถ่วงเวลากองถ่ายของเราด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง" ประโยคหลังเธอกระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ท้าทาย และจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่เจือด้วยกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วเข้มจากตัวเขา กรวีร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม ร่างสูงไม่ได้ถอยหนี กลับโน้มใบหน้าลงมาหาเธอในระยะที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันอย่างจงใจ "ผมไม่มีเวลาว่างพอจะมาหาเรื่องใครหรอกครับคุณรสา..." กรวีร์เอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากเธอ "แต่ถ้าผมจะหาเรื่อง... ผมคงเลือกทำกับเรื่องอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าการมาเถียงกับคนดื้อรั้นที่ไม่รู้จักเคารพสถานที่ของคนอื่นแบบคุณ" รสาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าผู้ชายท่าทางเคร่งขรึมราวกับหุ่นยนต์เดินได้คนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยถ้อยคำยียวนกวนประสาทในระยะประชิดแบบนี้ หัวใจดวงน้อยในอกกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งด้วยความประหม่าที่จู่ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมา แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาแล้วจ้องตอบด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "ใครกันแน่ครับที่ไม่รู้จักกาลเทศะ กองถ่ายเราทำตามสัญญาเช่าทุกระเบียบนิ้ว ถ้าคุณมีปัญหามากนัก ทำไมไม่เอาป้ายประกาศห้ามเข้ามากั้นแล้วล็อกประตูตึกนี้ไว้คนเดียวเลยล่ะครับ!" "ถ้าทำได้ผมทำไปนานแล้วครับ..." เสียงทุ้มเอիยตอบทันควัน ดวงตาคมกริมจ้องลึกลงไปในนاتนัยน์ตาของเธอ นิ่งนานราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความดื้อรั้นนั้น สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลเจือความดุดันที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันท่ามกลางความวุ่นวายของกองถ่าย ในจังหวะที่รสาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงหอบแฮกก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้นเสียก่อน "เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆๆ! เบรกก่อนคุณเพื่อน!" ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิทของรสาพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนเหงื่อส่งยิ้มแห้งๆ ให้สถาปนิกหนุ่มที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ "ขอโทษแทนยายรสาด้วยนะครับคุณกรณ์ พอดีช่วงนี้ประจำเดือน เอ๊ย! หมายถึงโปรเจกต์นี้มันกดดันน่ะครับ เลยเครียดง่ายไปหน่อย อย่าถือสาคนสวยขาโหดเลยนะ" ธนัตถ์หัวเราะแห้งๆ พร้อมกับดึงแขนรสาให้ถอยหลังออกมา รสาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที "ธนัตถ์! แกอยากตายใช่ไหม ถึงได้พูดจาแบบนี้" "เอ้า ก็ฉันไม่อยากให้พวกเธอวางมวยกันกลางกองถ่ายนี่หรอกน่า ดูสิ ทีมงานมองกันหมดแล้ว" ธนัตถ์กระซิบกระซาบเสียงเบา ก่อนจะหันไปทางกรวีร์ที่ยืนจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย กรวีร์ปรายตามองรสาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน เป็นรอยยิ้มบางเบาที่ทำเอาคนมองรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีสองที "ตกลงตามนี้... ให้เวลาพวกคุณเซ็ตอัพตรงนี้ได้อีกแค่สิบลาที" กรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ ปรายตามองนาฬิกาข้อมือราคาแพง "หลังจากนั้น ถ้ามีรอยขีดข่วนบนพื้นหินอ่อนแม้แต่นิดเดียว ผมจะสั่งรื้อกองพวกคุณออกทันทีโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากใครทั้งสิ้น... หวังว่าจะเข้าใจตรงกันนะครับ, ผู้จัดการรสา" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รสายืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจจนตัวสั่น "ไอ้... ไอ้สถาปนิกปากปีจอ!" รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายเข้าไปในลิฟต์แก้วด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งฉุนเฉียว และที่สำคัญ... หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ กับประโยคเมื่อครู่เสียด้วย ธนัตถ์หันมามองเพื่อนสาวแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่ม "แหม... สายตาตอนที่เขามองเธอนี่มันดุเดือดเผ็ดมันดีแท้ ฉันว่าคู่นี้มีแววได้ตบจูบกันนอกรอบแหงๆ" "ตบหัวแกสิธนัตถ์! ไปทำงานต่อเลยไป!" รสากระแทកเสียงใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจ้ำอ้าวไปยังจุดเซ็ตอัพฉากทันที โดยไม่รู้เลยว่า ที่ชั้นบนสุดของอาคารผ่านจอมอนิเตอร์วงจรปิด กรวีร์กำลังยืนมองท่าทีฟึดฟัดของเธอผ่านหน้าจอ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นเหมือนอย่างที่แสดงออกต่อหน้าเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%