สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 24

ยาใส่แผลและความปากร้าย

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ผมจะถือวิสาสะมัดคุณติดกับเก้าอี้ตัวนี้จริงๆ ด้วยนะ, รสา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนระอาดังขึ้นในห้องพักทีมงานชั่วคราว ซึ่งตอนนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ปฐมพยาบาลเฉพาะกิจ กลิ่นไออุ่นจากแอลกอฮอล์และสำลีคละคลุ้งผสมผสานกับความเงียบงันยามดึกที่ทิ้งตัวลงครอบคลุมกองถ่ายโฆษณา ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งซาลงหลังจากเหตุการณ์โครงสร้างฉากจำลองเกือบพังถล่มลงมาเมื่อชั่วโมงก่อน กรวีร์ หรือที่ใครๆ ในกองเรียกติดปากว่าสถาปนิกหน้านิ่ง นั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่บนเก้าอี้พับโครงเหล็ก แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับทบขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยแผลถลอกยาวและคราบเขม่าสีเทาที่เปื้อนผิวเนื้อคมสัน บริเวณข้อศอกและท่อนแขนด้านขวาเกิดจากการที่เขาพุ่งตัวเข้าไปรับคานไม้รับน้ำหนักไม่ให้หล่นลงมาทับรสาเมื่อช่วงบ่าย แต่เจ้าของร่างสูงโปร่งกลับทำตัวเป็นคนไข้ที่รับมือยากที่สุดในสามโลก "ถ้าคุณไม่ดึงดันจะเข้าไปค้ำโครงเหล็กบ้าๆ นั่นคนเดียวตั้งแต่แรก ฉันก็ไม่ต้องมานั่งเช็ดแผลให้คุณหรอกคุณกรวีร์" รสาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนสั้นแต่แฝงความสั่นเครือเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างเต็มที่ ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองค้อนร่างสูงอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางถือขวดน้ำยาฆ่าเชื้อสีน้ำตาลอ่อนไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ผมเป็นสถาปนิกคุมงาน โครงสร้างนั่นผมคำนวณมากับมือ ถ้ามันจะพัง ผมก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้ผู้จัดการกองถ่ายตัวเล็กๆ อย่างคุณวิ่งเข้าไปเอาหัวเป็นเดิมพัน" กรวีร์สวนกลับเสียงเรียบ ปลายเสียงเจือความดุที่พยายามซ่อนความห่วงใยเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "ตัวเล็กแต่ก็มีสมองพอนะคะ! ฉันเห็นนะว่าคุณลังเลเสี้ยววินาทีก่อนตัดสินใจกระโดดเข้าไป ถ้าคุณถอยเร็วกว่านั้นอีกนิดเดียว แขนข้างนี้ของคุณคงไม่ได้มานั่งทำแผลอยู่แบบนี้หรอก!" รสาเถียงกลับเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ความโกรธปนความกลัวที่ยังตกค้างอยู่ในใจทำให้เธอระบายมันออกมาผ่านคำพูดเชือดเฉือน ทว่ามือที่ถือสำลีชุบน้ำยาเช็ดแผลกลับเบามือลงอย่างเห็นได้ชัด—ขัดแย้งกับวาจาร้ายกาจโดยสิ้นเชิง กรวีร์เหลือบมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้บึ้งตึง ดวงตาคู่คมจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ระหว่างเข2คน จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอก ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นที่น่ารักน่าชังของคนตรงหน้าอย่างราบคาบ "คุณนี่นะ... ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ" "ไม่ได้ปากเก่งค่ะ แต่พูดความจริง" รสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกดสำลีลงบนรอยแผลถลอกอย่างจงใจให้แรงขึ้นอีกนิด จนกรวีร์ต้องสูดปากเข้าลึกๆ ด้วยความแสบ ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ยอมขยับหนี ปล่อยให้เธอจัดการต่อตามใจชอบ "โอ๊ย... เบามือหน่อยคุณรสา นี่คนนะครับ ไม่ใช่กระสอบทราย" "สมน้ำหน้าค่ะ จะได้จำไว้ว่าอย่าทำตัวเป็นฮีโร่ไม่ดูตาม้าตาเรืออีก" รสาพูดพรางเป่าลมเบาๆ ที่แผลของเขาอย่างลืมตัว ไออุ่นจากริมฝีปากบางเป่ารดผิวเนื้อที่ระคายเคือง ส่งผลให้กรวีร์ชะงักกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราายกลองทัด ดวงตาสีเข้มมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว เรือนผมยาวที่หลุดรุ่ยจากการทำงานตลอดทั้งวันเคลียคลออยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นเฉพาะตัวของรสาโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้มานาน ชายหนุ่มจ้องมองเธอนิ่งนานโดยไม่ละสายตา ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน "เป็นห่วงผมเหรอ..." คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้อง รสาชะงักมือที่กำลังปิดฝายาขวดเล็กทันที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเจ็บที่มองมาด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แววตาคมกริบที่เคยใช้มองงานออกแบบตอนนี้กลับสะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน—อบอุ่น ลึกซึ้ง และเปิดเผยความรู้สึกที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกตรงๆ "ใคร... ใครเป็นห่วงคุณกันคะ หหลงตัวเองชะมัด" รสาหลบสายตา แสร้งทำเป็นเก็บสำลีและขวดแอลกอฮอล์ลงในกล่องปฐมพยาบาลเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "ฉันแค่ไม่อยากให้โปรเจกต์นี้สะดุดเพราะสถาปนิกแขนเดาะหรอกนะ เดี๋ยวงานมันจะมาตกที่ฉันหมด" กรวีร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน "ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่ง... แต่หูของคุณแดงแจ๋เลยนะรสา" "คุณกรวีร์!" รสาหันขวับมาทำตาเขียวใส่พร้อมจะอ้าปากเถียงต่อ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องพักที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต "โอ๊ะ ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะสวีทกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย พอดีผมแค่จะมาตาม... อุ๊ย มือถือผมตกแถวนี้พอดี" ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิทตัวแสบของรสาโผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจคนทั้งคู่ที่นั่งใกล้ชิดกันจนแทบจะสิงร่างกันบนเก้าอี้ตัวเดิม ธนัตถ์ทำทีเป็นก้มลงมองพื้นหาของ แต่รอยยิ้มมุมปากนั้นฟ้องชัดเจนว่าตั้งใจเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูนี้อย่างแน่นอน รสาหน้าแดงก่ำ รีบผุดลุกขึ้นยืนถอยหลังก้าวหนึ่งทันที พลางส่งสายตาพิฆาตให้เพื่อนรัก "ธนัตถ์! แกตาบอดหรือไงถึงไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเขาคุยอะไรกันอยู่!" "อ้าว ก็ฉันเห็นคุณสถาปนิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะถูกบอกเลิก เลยเดินเข้ามาช่วยชีวิตไงเพื่อนรัก" ธนัตถ์ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะหันไปยิ้มกริ่มให้กรวีร์ที่ตอนนี้กลับมาปั้นหน้าขรึมและแววตาเย็นชาใส่ตามเดิมทันทีราวกับเปลี่ยนหน้ากาก กรวีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีนิ่งสงบ แม้ว่าในใจจะอยากหยิบแฟ้มแบบแปลนปาใส่หัวโปรดิวเซอร์ปากดีคนนี้แค่ไหนก็ตาม "ถ้าธุระของคุณหมดแล้ว ก็เชิญออกไปได้ครับธนัตถ์" กรวีร์เอ่ยเสียงเรียบเย็น ปลดปล่อยออร่าความกดดันออกมาจนธนัตถ์ต้องหัวเราะร่า "โอ 10/10 ครับคุณกรณ์ ดุสมเป็นสถาปนิกมือหนึ่งจริงๆ งั้นผมไม่กวนละ... รสา ผู้กำกับเรียกประชุมด่วนที่สตูดิโอ 2 นะ รีบตามมาล่ะ" ธนัตถ์หันมาขยิบตาให้รสาหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวเดินผิวปากเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ประโยคสุดท้ายแขวนไว้ในความเงียบ รสาพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกปนหงุดหงิด เธอก้มลงหยิบกล่องปฐมพยาบาลเตรียมจะเดินเลี่ยงหนีออกจากห้องไปบ้าง แต่ทว่า... ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาของกรวีร์คว้าเอาไว้เบาๆ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ยอมให้เธอขยับไปไหน รสาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวัง กรวีร์ไม่ได้พูดอะไรในทันที เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอ แผ่วเบาจนเส้นขนอ่อนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง "เรื่องแผล... ขอบคุณนะ" สิ้นคำกระซิบนั้น ดวงตากลมโตของรสายิ่งเบิกกว้างขึ้นไปอีก หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะกระกระโดดออกมานอกอก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดโต้กลับไป กรวีร์ก็ผละตัวออกห่างพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต—รอยยิ้มที่กำลังบอกเป็นนัยว่าเขาเป็นผู้กุมชัยเกมนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอไปง่ายๆ ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมาครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%