เสียงสนั่นหวั่นไหวของกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเซฟเฮาส์จนแตกกระจายละเอียด เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าเวลาแห่งความปลอดภัยได้หมดลงแล้ว
พวกมัน... ตามมาเจอที่นี่ได้อย่างไร ทั้งที่ย้ายมาได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ!
ความมืดของยามวิกาลถูกฉีกกระชากด้วยแสงแฟลชจากปากกระบอกปืนและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ล้อมกรอบเข้ามาจากทุกทิศทาง
"หมอบลง!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับร่างหนาของภาคินที่พุ่งเข้าชาร์จร่างบางของรินรดาลงไปกองกับพื้นในเสี้ยววินาที แรงกระแทกทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยเข้าจมูก ท่ามกลางเศษกระจกที่ร่วงกราวลงมาราวกับหิมะมรณะ
"ฉันบอกให้หมอบดีๆ ทำไมคุณถึงชอบทำตัวเป็นภาระอยู่เรื่อย" ภาคินกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบทอประกายดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด มือหนาคว้าแขนเรียวแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นวิ่งฝ่าความมืดออกทางประตูหลังทันที
"ฉันไม่ใช่ภาระนะคุณ! แล้วอีกอย่าง ฉันจะไปรู้เหรอว่าลูกน้องของธันวาจมูกไวเหมือนสุนัขล่าเนื้อขนาดนี้!" รินรดาเถียงกลับเสียงกร้าว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความกลัวแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง แต่ความพยศในตัวก็ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
เท้าทั้งสองข้างกึ่งเดินกึ่งวิ่งลุยความมืดทึบของผืนป่าดงดิบเบื้องหน้า กิ่งไม้แห้งและรากไม้ระเกะระกะคอยขัดขาจนเกือบล้มอยู่หลายครั้ง
เบื้องหลัง เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนไล่ล่าของศัตรูยังคงดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด ความมืดของป่าทึบทำให้ทัศนวิสัยแทบจะเป็นศูนย์ มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้หนาลงมาพอให้เห็นเค้าโครงรางๆ ของต้นไม้ใบหญ้า
ภาคินสบถเบาๆ ในลำคอ มือข้างหนึ่งถือปืนพกพร้อมลั่นไกตลอดเวลา ส่วนมืออีกข้างกระชากข้อมือของหญิงสาวให้วิ่งตามฝีเท้าอันรวดเร็วของเขาอย่างไม่ยอมให้หลุดมือ
"ทางนี้!"
เขาพาเธอลัดเลาะหลบหลังพุ่มไม้หนา ก่อนจะดันร่างบางให้เข้าไปหลบซ่อนอยู่หลังโพรงรากไม้ใหญ่ที่แผ่ขยายออกมาราวกับอุโมงค์ธรรมชาติ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่า มีเพียงเสียงลมหายใจรดรินและความตึงเครียดที่แทบจะตัดเฉือนได้
รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาผสมกับคราบฝุ่นดินบนใบหน้า ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนบังกระสุนให้อยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ หงุดหงิด และ... หวั่นไหวอย่างประหลาด
นานเท่าไหร่แล้วที่เธอต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้? นานเท่าไหร่แล้วที่มีผู้ชายคนนี้คอยเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องเธอจากเงื้อมมือของอิทธิพลมืดอย่างธันวา?
"ไหวไหม" เสียงทุ้มกระซิบถามแผ่วเบา ขณะที่สายตาคมกวาดมองไปรอบกายเพื่อระวังภัย
"ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยนะภาคิน แค่วิ่งหนีแค่นี้... ทำไมฉันจะไม่ไหว" เธอย้อนเสียงแข็ง แม้เสียงนั้นจะสั่นเครือด้วยความเหนื่อยล้าจนกลบไม่มิด
ภาคินหันกลับมามองสบตาเธอในความมืด แววตาที่เคยแข็งกระด้างและเย็นชามาตลอด บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าเธอกำลังฝืน เขารู้ดีว่าภายใต้เกราะป้องกันที่แข็งกร้าวและฝีปากกล้า รินรดาก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ต้องแบกรับปราบความเจ็บปวดจากการสูญเสียพี่ชายไว้บนบ่าลำพัง
"ถ้าไม่ไหว ก็บอกกันตรงๆ... อย่าเก่งให้มันมากนักเลยรินรดา" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งเธอจะได้ยินจากปากบอดี้การ์ดหน้านิ่งคนนี้
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไปกระแทกเข้ากับกำแพงความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี กำแพงใจที่หนาแน่นเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและจิตใจประเดประเดเข้ามาพร้อมๆ กัน จนน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตา
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่มีหรือที่สายตาคมกริบของภาคินจะมองไม่เห็น
ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง มือหนายื่นออกไปสัมผัสกับแก้มเนียนที่เปื้อนฝุ่นอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วหยาบกร้านปาดคราบน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
"ร้องไห้ออกมาเถอะ... อยู่ต่อหน้าฉัน เธอไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้" ภาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยราวกับเขากำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างไว้สุดกำลัง
รินรดาหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ในความมืดมิดของป่าดงดิบ มีเพียงแสงประกายในแววตาสีเข้มของชายหนุ่มที่สะท้อนความรู้สึกคลั่งรักที่เขาเก็บงำมาเนิ่นนาน เคมีและความใกล้ชิดหลอมรวมความตึงเครียดรอบตัวให้มลายหายไป เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างลังเล ก่อนที่เธอจะปล่อยให้ความรู้สึกที่อัดอั้นพรั่งพรูออกมา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งเกินเลยไปกว่าคำว่าเจ้านายกับบอดี้การ์ด
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่!
ภาคินชักสีหน้ากลับสู่โหมดระแวดระวังในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดั่งคมมีด มือซ้ายดึงรินรดาเข้ามาชิดอกแกร่งพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปยังทิศทางต้นเสียงทันที
เงาดำทะมึนร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกจากพุ่มไม้ทึบเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว
"เจอตัวจนได้นะ... หน่วยอารักขาตัวแสบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 16
คืนอันตรายในป่าดงดิบ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!