"ถ้าไม่อยากตาย ก็นั่งนิ่งๆ แล้วหุบปากซะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหู พร้อมกับแรงกระชากที่ทำให้ร่างกายของผมถูกเหวี่ยงไปปะทะกับกำแพงตึกเก่าที่ชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ พุ่งเข้าจมูกจนผมแทบสำลัก แต่ที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือสัมผัสจากมือหนาที่กดไหล่ผมไว้แน่นจนกระดูกแทบแหลก
ผม—รินรดา นักข่าวที่เพิ่งค้นพบว่า 'ความจริง' ที่ตามหามาตลอดสามปี อาจมีราคาที่แพงกว่าชีวิตของตัวเอง—เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มของภาคินในเวลานี้ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย็นเยียบของเครื่องจักรสังหารที่กำลังทำงาน
*ปัง!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นเบาๆ แต่คมกริบ กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าที่อิฐบล็อกข้างหูผมจนเศษฝุ่นฟุ้งกระจาย หากเขากระชากผมช้าไปเพียงเสี้ยววินาที สมองของผมคงได้ไปละเลงอยู่บนกำแพงแทนที่จะเป็นแค่เศษปูนพวกนี้
"ปากดีไม่เลิก ถ้าฉันมาช้ากว่านี้สักนาที เธอคงกลายเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งในฐานะศพนิรนามไปแล้ว" ภาคินแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตรอกมืดๆ นั่นอย่างระแวดระวัง
"ถ้านายไม่เสนอหน้ามา ฉันก็คงได้หลักฐานชิ้นสำคัญจากไอ้พวกนั้นแล้ว!" ผมสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก แต่สันดานนักข่าวที่ฝังลึกทำให้ผมไม่ยอมลดละ
"หลักฐานเหรอ? หลักฐานที่ทำให้เธอต้องเอาตัวมาเสี่ยงแบบนี้เนี่ยนะ!" ภาคินหันขวับมามองผม แววตาที่เคยนิ่งสงบสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดัน "เลิกเพ้อเจ้อแล้วถอยไปอยู่ข้างหลังฉัน นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นบทนางเอกผู้กล้าในละครน้ำเน่า"
"ฉันไม่ใช่ตัวเอก และนี่ไม่ใช่ละคร ฉันแค่ต้องการความจริง!"
"ความจริงที่ว่าพี่ชายเธอตายเพราะโง่ดักดานพยายามแฉธันวาเนี่ยนะ!"
คำพูดนั้นเหมือนตบฉาดลงมากลางหน้าผม ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโต้กลับด้วยความเดือดดาล "อย่าเอาพี่ฉันไปรวมกับพวกขี้ขลาดแบบนาย! นายมันก็แค่หมาเฝ้าบ้านที่รับใช้คนเลว เพื่อเงินเพียงไม่กี่บาท!"
ภาคินนิ่งไป แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคืออะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น... ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง เขาเม้มปากแน่นก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนจมูกของเราเกือบแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าผม มันเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายและทำให้หัวใจผมสั่นรัวด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความกลัว
"ถ้าการที่ฉันต้องมาปกป้องผู้หญิงดื้อรั้นอย่างเธอคือการรับใช้คนเลว... งั้นฉันก็ยอมเป็นคนเลวคนนั้นก็ได้"
เขากระชากแขนผมให้ขยับตามเขาไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของพวกมันใกล้เข้ามาทุกที เราวิ่งผ่านตรอกแคบๆ ไปจนถึงรถสีดำสนิทที่จอดทิ้งไว้ในมุมมืด ภาคินผลักผมเข้าไปในรถก่อนจะรีบอ้อมมาที่นั่งคนขับและเหยียบคันเร่งออกไปทันที
บรรยากาศในรถเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม ผมจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูเคร่งขรึมและสุขุมผิดกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เขาไม่ใช่บอดี้การ์ดธรรมดา... ผมรู้ดี ภาคินทำงานให้ธันวามานาน แต่ทำไม... ทำไมเขาถึงต้องมาช่วยผม?
"ทำไมต้องช่วย" ผมถามขึ้น ทำลายความเงียบ
"คำสั่งของธันวา" เขาตอบเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง
"โกหก" ผมจ้องเขม็ง "ธันวาไม่ได้สั่งให้คนของเขามาช่วยนักข่าวที่กำลังจะเปิดโปงตัวเองหรอก ถ้านายทำตามคำสั่ง เขาต้องปล่อยให้ฉันตาย"
ภาคินบีบพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน เขาตบไฟเลี้ยวแล้วหักรถเข้าข้างทางกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้ตัวผมเซไปชนกับคอนโซลหน้ารถ เขาหันขวับมามองผม สายตาคู่นั้นดูราวกับจะแผดเผาผมให้มอดไหม้
"เธออยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไม?" เขาโน้มตัวเข้ามาหาผมอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เปิดโอกาสให้ผมหนี มือหนาคว้าเข้าที่คางของผม บังคับให้สบตากับเขา "เพราะถ้าเธอตาย... โลกนี้ก็คงไม่มีอะไรน่ารำคาญให้ฉันต้องคอยห่วงอีกแล้วน่ะสิ"
"นาย... ห่วงฉัน?" เสียงผมสั่นพร่า
เขาเลิกคิ้วมองผมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา นิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้านไล้เบาๆ บนริมฝีปากล่างของผม จังหวะหัวใจของผมแทบหยุดเต้น ในวินาทีที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่สำคัญ...
*ครืด... ครืด...*
โทรศัพท์ของภาคินดังขึ้นบนคอนโซลรถ หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที 'ธันวา'
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากคางของผมด้วยท่าทีเย็นชาดั่งเดิม เขากดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าทันใดนั้นเอง รถสีดำอีกคันก็พุ่งเข้ามาจอดขวางหน้าเราไว้อย่างจัง แรงปะทะทำให้รถสั่นสะเทือนไปทั้งคัน
ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวลงมาจากรถคันนั้น พร้อมกับแสงไฟหน้ารถที่ส่องเข้ามากระทบกระจกหน้าจนเราต้องยกมือขึ้นบังสายตา
"ออกมาซะ... ภาคิน" เสียงเย็นเยียบดังผ่านเครื่องขยายเสียงมาจากภายนอก "แกคงไม่ได้คิดจะหักหลังฉัน เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวใช่ไหม?"
ผมเบิกตากว้างมองใบหน้าของภาคินที่ตอนนี้ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหว แต่ดวงตากลับฉายแววตัดสินใจบางอย่างที่น่ากลัว... เขากำลังจะทำอะไรกันแน่?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในนิยายเรื่องนี้นะครับ หวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นไปกับตอนถัดไปครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 1
ข่าวหน้าหนึ่งกับกระสุนนัดแรก
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!