"หมอครับ... หมอช่วยพูดใหม่ได้ไหมว่าเมื่อกี้หมอไม่ได้กำลังจ้องหน้าไอ้ตัวที่นั่งห้อยขาอยู่บนโคมไฟเพดานนั่นอยู่"
เสียงของซันสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด มือที่ถือโทรศัพท์ไลฟ์สดสั่นจนภาพในจอกระตุกไหว เขาเพิ่งก้าวขาออกมาจากห้องเก็บศพที่ควรจะเงียบสงัด แต่ทว่าบรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลของโรงพยาบาลแห่งนี้กลับเย็นเยียบราวกับถูกฉุดลงไปในช่องแช่แข็ง
หมอธันย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยดุจน้ำแข็งขั้วโลกค่อยๆ หันกลับมามองคนข้างกาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว มันมีความนิ่ง... นิ่งเสียจนน่าใจหาย
"นายจะให้ฉันพูดว่าอะไรดีล่ะ ซัน?" ธันย์ถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จะให้บอกว่านั่นแค่ลมพัดโคมไฟ? หรือจะให้บอกว่าทฤษฎีแสงหักเหทำให้เกิดภาพหลอน?"
"ก็... ก็ต้องอย่างนั้นสิครับ! วิทยาศาสตร์มันอธิบายได้ทุกอย่าง หมอเป็นหมอนะ! หมอต้องเชื่อในเรื่องของเหตุและผล ไม่ใช่เชื่อในเรื่องผีสางที่ผมเอาไว้ทำคอนเทนต์เรียกยอดวิว!" ซันพยายามแค่นหัวเราะ กลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ แต่ดวงตาของเขากลับเหลือบไปมองเงาดำๆ ที่ค่อยๆ ทิ้งตัวลงมาจากเพดานอย่างช้าๆ
"วิทยาศาสตร์น่ะอธิบายสิ่งที่ 'พิสูจน์ได้' แต่บางอย่างมันอยู่นอกเหนือสมการพวกนั้น" ธันย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวซัน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นจางๆ ของดอกไม้แห้งที่คล้ายเครื่องหอมโบราณโชยแตะจมูก "ไอ้ที่นายเห็นน่ะ มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่กำลังสนใจกล้องของนายอยู่"
ซันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "หมอ... อย่ามาอำกันนะ ผมปอดแหกนะบอกก่อน ถึงผมจะชอบไปล่าท้าผี แต่ทุกครั้งผมก็มีตัวช่วย นี่มันโรงพยาบาล มันไม่ใช่ศาลร้างที่ไหน มันจะมีได้ยังไง!"
"แล้วทำไมล่ะ?" ธันย์เลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปที่ไหล่ของซัน "โรงพยาบาลก็แค่ทางผ่านของวิญญาณ... และนายเองนั่นแหละที่เป็นตัวเรียกแขกชั้นดี"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งดังก้องมาจากสุดทางเดิน ทั้งที่ตรงนั้นว่างเปล่า ซันสะดุ้งสุดตัว มือคว้าแขนเสื้อกาวน์ของธันย์ไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ หมอธันย์ไม่ได้สะบัดออก แต่กลับยืนนิ่งให้อีกฝ่ายเกาะกุมอยู่อย่างนั้น ความอบอุ่นจากร่างกายของหมอหนุ่มตัดกับความหนาวเหน็บรอบตัวจนน่าประหลาด
"หมอ... ผมว่าผมตาฝาดแล้วจริงๆ แหละ เมื่อกี้... เมื่อกี้เหมือนมันเพิ่งเดินผ่านหน้าเราไป" ซันตัวสั่นเทา ก้มหน้าลงซบกับไหล่ของธันย์อย่างลืมตัว "นี่มันไม่ใช่คอนเทนต์แล้วหมอ ผมไม่อยากดังด้วยเรื่องแบบนี้แล้ว กลับกันเถอะครับ นะ..."
ธันย์มองคนขี้เล่นที่ตอนนี้กลายเป็นลูกนกตกน้ำอย่างนึกเอ็นดู มือหนายกขึ้นลูบผมอีกฝ่ายแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ซันไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน มันแฝงด้วยความอ่อนโยนจนน่าใจหาย
"กลัวแล้วเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหู "ทีตอนจะท้าทายล่ะเก่งนัก พอเจอของจริงเข้าหน่อย ถึงกับต้องซุกอกคนอื่นเลยหรือไง"
"ก็... ก็คนมันไม่เคยเจอแบบชัดๆ ขนาดนี้! แล้วหมอไม่ต้องมาเนียนลูบหัวเลยนะ!" ซันเงยหน้าขึ้นมาแหวใส่ แม้แววตาจะยังมีความกลัวเหลืออยู่แต่ก็เริ่มมีความแสบสันกลับมา "ว่าแต่... หมอเห็นมันชัดแค่ไหน?"
ธันย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มใส "เห็นชัด... ยิ่งกว่าใบหน้าของนายในตอนนี้เสียอีก"
ประโยคกำกวมนั้นทำให้ซันถึงกับไปไม่เป็น หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความกลัว บัดนี้กลับเปลี่ยนจังหวะไปเพราะความเขินอายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ มันร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าจนต้องรีบผละออก
"หมอจะสื่ออะไรครับ? อย่ามาพูดจาให้ผมใจสั่นนะ ผมยิ่ง... ผมยิ่งเป็นพวกแพ้ทางคนหล่ออยู่ด้วย" ซันบ่นอุบอิบ พยายามดึงสติให้กลับมาที่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์มือโปร
"ฉันไม่ได้สื่ออะไรทั้งนั้น" ธันย์หมุนตัวเดินนำออกไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้ซันยืนงงอยู่กลางโถงทางเดินที่มืดมิด "แค่จะบอกว่า ต่อไปนี้ถ้านายจะไปที่ไหนที่มันเสี่ยง... ก็บอกฉัน"
ซันรีบวิ่งตามไปทันที "ทำไม? หมอจะเป็นบอดี้การ์ดให้เหรอ? หรือว่าจะให้ผมพาหมอไปหาคอนเทนต์เพิ่ม?"
ธันย์หยุดเดินกะทันหัน ทำให้ซันที่วิ่งตามมาเบรกไม่ทันจนชนเข้ากับแผ่นหลังกว้าง หมอหนุ่มหันกลับมา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซันอ่านไม่ออก
"เพราะถ้าฉันไม่คอยดู... นายอาจจะไม่ได้แค่ 'เห็น' แต่นายอาจจะ 'หายไป' ตลอดกาล" ธันย์คว้ามือซันขึ้นมา แล้วกุมไว้แน่นด้วยสัมผัสที่เย็นเยียบแต่ทว่าหนักแน่น "แล้วตอนนั้น... ใครจะมาคอยกวนประสาทฉันทุกวันแบบนี้ล่ะ จริงไหม?"
ซันยืนนิ่งราวกับถูกสาป ข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์ที่เขายังถือค้างไว้เด้งขึ้นมา มันเป็นข้อความจาก 'แอดมินเพจ' ของเขาเองที่ลืมกดปิดระบบอัตโนมัติ แต่มันกลับขึ้นข้อความว่า *'หมอธันย์... ถ้าผมบอกว่าตอนนี้ผมไม่ได้กลัวผี แต่ผมกลัวใจตัวเองแทน หมอจะว่าไงครับ?'*
ซันเบิกตากว้าง พยายามจะกดลบแต่ทว่า... นิ้วเจ้ากรรมดันกด 'ส่ง' ออกไปในกลุ่มแชทที่เขาและหมอธันย์เพิ่งดึงกันเข้าเมื่อกี้ท่ามกลางความมึนงง
หมอธันย์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือซันที่โชว์ข้อความชัดเจน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับซันด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยากที่สุดในโลก... รอยยิ้มที่ทำให้ซันแทบหยุดหายใจ
"หึ... งั้นคืนนี้เราคงต้องคุยกันยาวแล้วล่ะ ซัน"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเผชิญความสยองไปกับพวกเรานะครับ!
ไล่ผีไม่ทัน ระวังใจสั่นนะคุณหมอ•ตอนที่ 2
หมอครับ...ผมไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไล่ผีไม่ทัน ระวังใจสั่นนะคุณหมอ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
