พานไม้ขัดเงาบนโต๊ะกลางห้องโถงสั่นน้อยๆ ตามแรงกระแทกจากฝ่ามือเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าเฉิน รอยยิ้มบนใบหน้ายับย่นนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งราวกับนางพญาผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งหมู่บ้าน ในขณะที่ห่อผ้าสีแดงคล้ำที่ถูกโยนลงมาส่งกลิ่นอับชื้นของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและเหรียญทองแดงขึ้นสนิมคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว
"หลินหว่านเอ๋อ เจ้าอย่าได้เล่นตัวให้มากความนักเลย!" แม่เฒ่าเฉินแค่นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง "ตระกูลจางเมตตาให้ที่ซุกหัวนอน ให้ข้าวปลาแกกินมาหลายเดือน จนถึงเวลาที่สะใภ้เช่นเจ้าต้องตอบแทนบุญคุณแล้ว สินสอดห้าสิบหยวนนี้ แลกกับการที่เจ้าต้องหย่าขาดจากจางเหว่ย แล้วย้ายชื่อไปอยู่ทะเบียนบ้านของเศรษฐีเฒ่าตระกูลหวังที่อำเภอ... นี่คือทางรอดเดียวที่เจ้าจะมีชีวิตรอดในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้!"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แม่สามีตระกูลจางนั่งลูบมุมปากยิ้มกริ่มอยู่บนเก้าอี้หวาย ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด นางรอเวลานี้มานานนับเดือนแล้ว—เวลาที่สะใภ้ตัวดีคนนี้จะถูกขับไล่ออกไปอย่างไร้ค่า โดยที่ตระกูลจางไม่ต้องแบกรับข้อครหาใดๆ แถมยังได้เงินก้อนโตมาแบ่งกันใช้สอย
ทว่า หลินหว่านเอ๋อ กลับไม่แสดงอาการตื่นตระหนกหวาดกลัวแม้แต่น้อย
หญิงสาวแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดหวั่น เจือไว้ด้วยความเย้ยหยันที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด เธอปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินเข้มอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังกดดันที่ทำให้แม่เฒ่าเฉินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"เงินห้าสิบหยวน... กับอนาคตของฉันอย่างนั้นหรือคะ แม่เฒ่าเฉิน?" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้น กังวานก้องไปทั่วห้องโถง "ท่านช่างประเมินค่าชีวิตคนต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียจริง หรือว่า... พานสินสอดปลอมๆ กับเศษเงินก้นถุงพวกนี้ คือมาตรฐานการซื้อขายมนุษย์ที่ท่านใช้หากินมาตลอดชีวิตกันแน่คะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" แม่เฒ่าเฉินหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบสำลักน้ำลาย "แกกล้าดียังไงมากล่าวหาข้า! นี่คือความเมตตาจากตระกูลหวังต่างหาก!"
"เมตตาหรือคะ?" หว่านเอ๋อแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับเอ็กซ์เรย์ทะลุทะลวงจิตใจคน "ถ้าเมตตาจริง ทำไมท่านถึงไม่เอาหลานสาวแท้ๆ ของตัวเองไปแต่งให้เศรษฐีเฒ่าตระกูลหวังที่ขึ้นชื่อเรื่องซ้อมภรรยาจนปางตายล่ะคะ? อ้อ... เพราะกลัวว่าเงินก้อนนั้นจะไม่อยู่ในกระเป๋าตัวเองสินะคะ"
เปรี้ยง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว แม่สามีตระกูลจางทนไม่ไหวผุดลุกขึ้นชี้หน้าด่ากราด "หลินหว่านเอ๋อ! แกมันสะใภ้อกตัญญู! กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่แม่เฒ่าเฉิน และพูดจาหยาบคายกับแม่สามี! วันนี้ถ้าแกไม่เซ็นใบหย่า อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากบ้านตระกูลจางแม้แต่ก้าวเดียว!"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้หน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ กลิ่นอายไอแดดและฝุ่นละอองจากท้องทุ่งผสมผสานกับความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาในทันที
จางเหว่ย ก้าวเข้ามาในห้องด้วยดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรี ชุดทหารสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนคราบดินโคลนจากการทำงานหนัก แต่แผ่นหลังนั้นกลับตั้งตรงสง่างาม รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนแม่เฒ่าเฉินและแม่สามีถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"ใครบอกว่า... ภรรยาของผมจะต้องก้าวออกจากบ้านตระกูลจางมือเปล่า?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า จางเหว่ยเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างหว่านเอ๋อ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของและปกป้องเธอกลายๆ สายตาคมกวาดมองพานเงินบนโต๊ะด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะปัดมันร่วงลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย เหรียญทองแดงกระจายเกลื่อนส่งเสียงดังน่ารำคาญ
"จางเหว่ย! แก... แกกล้าดียังไง!" แม่สามีหวีดร้องเสียงหลง "นี่แกจะเข้าข้างนังตัวซวยนี่งั้นเหรอ มันไม่ออกลูกออกหลานให้ตระกูลเรา แถมยัง..."
"พอเสียที!" จางเหว่ยตวาดลั่นจนผนังบ้านสะเทือน "ผมทนให้พวกท่านสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรามามากพอแล้ว ตั้งแต่แต่งงานเข้ามา หว่านเอ๋อไม่เคยเรียกร้องอะไรจากตระกูลนี้ มีแต่พวกท่านที่คอยขูดรีดและหาเรื่องกลั่นแกล้งนางมาโดยตลอด!"
ชายหนุ่มหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นสัญญาแยกบ้านที่เขาเขียนและลงชื่อเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วด้วยลายมือหนักแน่น ดุดัน และเด็ดขาด
"นี่คือหนังสือแยกบ้าน... และหนังสือตัดขาดจากทะเบียนบ้านตระกูลจาง" จางเหว่ยโยนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ "ผมขอแลกทุกอย่างที่พวกท่านเคยอ้างว่าเป็นบุญคุณ ด้วยที่ดินรกร้างแปลงท้ายหมู่บ้าน และเงินเก็บก้อนสุดท้ายของผม แลกกับการที่พวกเรา 'สองคนสามีภรรยา' จะเป็นอิสระจากตระกูลนี้ไปตลอดกาล!"
แม่สามีอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ที่ดินรกร้างแปลงนั้นไม่มีใครเอาเพราะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่นางไม่คาดคิดเลยว่าบุตรชายคนนี้จะยอมตัดขาดจากตระกูลเพื่อผู้หญิงคนเดียว!
ในขณะที่แม่เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือด รีบเก็บข้าวของเตรียมเผ่นหนีเมื่อเห็นว่าแผนการพังไม่เป็นท่า แต่หว่านเอ๋อชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนสิคะ แม่เฒ่าเฉิน..." หว่านเอ๋อแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว "ท่านอุตส่าห์หิ้วพานสินสอดปลอมๆ มาเยือนถึงที่... จะรีบกลับไปมือเปล่าได้อย่างไรล่ะคะ?"
หญิงสาวสะบัดมือเบาๆ ในมิติห้างสรรพสินค้าส่วนตัว บัตรกำนัลและภาพถ่ายหลักฐานการติดหนี้การพนันของลูกชายแม่เฒ่าเฉินที่เธอแอบไปสืบมาเมื่อวานซืน ก็ปรากฏขึ้นในมืออย่างแนบเนียน หว่านเอ๋อวางภาพถ่ายเหล่านั้นลงบนโต๊ะทีละใบ ช้าๆ ทว่าหนักแน่น
"ถ้าท่านไม่อยากให้เรื่องที่ลูกชายท่านไปโกงเงินสหกรณ์หมู่บ้านแดงขึ้นล่ะก็... ช่วยเซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญาแยกบ้านฉบับนี้ให้หน่อยนะคะ แม่เฒ่าเฉิน"
แม่เฒ่าเฉินมองภาพถ่ายในมือ ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหญิงสาวตรงหน้า รีบคว้าปากกามาจรดลายมือชื่อลงในกระดาษอย่างลนลานจนแทบทำปากกาหัก ก่อนจะวิ่งหนีออกจากบ้านตระกูลจางไปราวกับเห็นผี
ภายในห้องโถงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของจางเหว่ยที่ยังคงพะวงอยู่กับภรรยา เขาหันมามองหน้าหว่านเอ๋อด้วยความกังวลระคนโล่งอก "หว่านเอ๋อ... เธอไม่เป็นไรนะ? ต่อไปนี้เราไม่มีบ้านหลังนี้แล้ว เราต้องไปอยู่กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน..."
หว่านเอ๋อเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มอบอุ่นและประกายตาระยิบระยับปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย เธอยื่นมือไปแตะแก้มสากของสามีเบาๆ สัมผัสที่เต็มไปด้วยความรักและความเชื่อมั่น
"ใครบอกว่าเราจะลำบากกันล่ะคะ คุณสามี..." หว่านเอ๋อกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "กระท่อมร้างหลังนั้นแหละค่ะ คืออาณาจักรแห่งความร่ำรวยที่เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเราเอง... และตอนนี้ ฉันทำ 'เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม' อุ่นๆ หอมกรุ่นกลิ่นโกโก้ไว้ในครัวเสร็จพอดี เราไปฉลองอิสรภาพของเรากันเถอะค่ะ"
กลิ่นหอมหวานละมุนของช็อกโกแลตเข้มข้นผสมผสานกับเนยแท้ ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องโถง ทะลุออกไปถึงหน้าประตูบ้าน และลอยไปตามสายลมจนชาวบ้านที่แอบมามุงดูเหตุการณ์ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความหิวโหย
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกจากบ้านตระกูลจางพร้อมกับอิสรภาพที่รอคอย เสียงเคาะประตูดังปังๆ อย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"จางเหว่ย! หว่านเอ๋อ! รีบหนีเร็วเข้า! กองกำลังตรวจค้นจากอำเภอ... กำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังนี้แล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทาง สู้ชีวิต และส่งกำลังใจให้ซุปเปอร์สะใภ้ของเราในตอนนี้นะคะ!
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 12
วันแยกบ้านที่รอคอย
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!