“เงินก้อนนี้เพียงพอสำหรับค่ามัดจำตึกแถวหัวมุมถนนเส้นนั้นแน่นอนค่ะ คุณพี่คิดว่าอย่างไรคะ?”
หลินหว่านเอ๋อวางบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่จดบันทึกด้วยลายมือบรรจงลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ในขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่จางเหว่ยซึ่งกำลังขัดทำความสะอาดปืนประจำกายอย่างใจเย็น
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบที่เคยดูดุดันสำหรับคนภายนอก บัดนี้กลับอ่อนแสงลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาของภรรยา เขาพับผ้าเช็ดปืนลงแล้วขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความอบอุ่นแบบฉบับชายชาติทหารจางๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นแป้งขนมปังจางๆ ที่ติดตัวหว่านเอ๋อเสมอ
“ตึกแถวหัวมุมนั่นทำเลดีก็จริง แต่มันค่อนข้างซับซ้อนเรื่องโฉนดที่ดิน คนดูแลเดิมคือตระกูลซู พวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องเขี้ยวลากดิน” จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปกุมมือภรรยาไว้ “หากเธอต้องการเปิดร้านสาขาสอง ผมจะจัดการเรื่องสัญญาให้เอง เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเหนื่อยถึงมือเธอหรอกค่ะ”
หว่านเอ๋ออมยิ้ม มืออีกข้างหยิบกระดาษจดสูตรขนมปังเนยสดขึ้นมาพัดเบาๆ “ถ้างานไหนไม่เหนื่อย ก็คงไม่เรียกว่าการสร้างอาณาจักรหรอกนะคะ อีกอย่าง... ยิ่งคู่แข่งเขี้ยวลากดินเท่าไหร่ ขนมปังของฉันก็จะยิ่งขายดีเท่านั้น เพราะไม่มีใครต้านทานกลิ่นหอมจากเตาอบของฉันได้หรอกค่ะ”
จางเหว่ยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงหญิงสาวที่ทำขนมอร่อย แต่เธอมีความคิดความอ่านที่เหนือกว่าชาวบ้านทั่วไปหลายขุม ความฉลาดแกมโกงเล็กๆ ในการเจรจาค้าขายของเธอมักทำให้เขาทึ่งอยู่เสมอ
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองด้วยรถกระบะคันเก่าที่ผ่านการปรับแต่งเครื่องยนต์โดยจางเหว่ยจนวิ่งฉิว เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ก่อนจะจอดสนิทลงหน้าตึกแถวขนาดสองคูหาที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า หว่านเอ๋อก้าวลงจากรถพร้อมสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของโอกาสลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
“นั่นไงคะ คุณนายซูที่ดูแลตึกนี้อยู่” หว่านเอ๋อกระซิบ พลางชี้ไปที่หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่กำลังนั่งกระดิกเท้าอยู่ในร้านน้ำชาฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้แต่งตัวหรูหราแต่เครื่องประดับทองคำบนนิ้วมือบอกฐานะได้เป็นอย่างดี
หว่านเอ๋อไม่รอช้า เธอหยิบตะกร้าหวายที่มีคุกกี้เนยสดหอมกรุ่นที่เพิ่งอบสดใหม่จากมิติลับในตัวเธอออกมา กลิ่นหอมหวานของเนยแท้ผสมกับความหอมละมุนของวานิลลาขจรขจายไปทั่วบริเวณจนคนเดินผ่านไปมาต้องหยุดมอง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณนายซู วันนี้อากาศดีจังนะคะ เลยแวะนำขนมมาฝากค่ะ” หว่านเอ๋อเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย
คุณนายซูเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่แต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูดีผิดหูผิดตาก่อนจะปรายตามองไปที่ตะกร้าขนม “ขนมงั้นรึ? แถวนี้มีร้านขายอยู่แล้ว จะเอามาขายแข่งหรือไงแม่หนู?”
“เรียกว่ามาเพิ่มสีสันให้ย่านนี้จะดีกว่าค่ะ” หว่านเอ๋อเปิดผ้าคลุมตะกร้าออก กลิ่นเนยสดตีเข้าจมูกคุณนายซูทันที หญิงวัยกลางคนชะงักไปชั่วครู่ ลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ทว่าก่อนที่การเจรจาจะดำเนินไปถึงขั้นเปิดสัญญาเช่า เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากท้ายซอย ร่างของแม่สามีตระกูลจางที่พยายามตามรอยมาถึงที่นี่ก็โผล่พรวดเข้ามาพร้อมใบหน้าถมึงทึง “หลินหว่านเอ๋อ! นี่แกกล้าแอบเอาเงินครอบครัวมาซื้อที่ดินเพื่อสนองความอยากได้อยากมีของตัวเองงั้นเหรอ!”
ชาวบ้านในย่านนั้นเริ่มหยุดเดินดูเหตุการณ์ จางเหว่ยขยับตัวก้าวไปยืนขวางหน้าภรรยาไว้ทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกั๊กทหารดูน่าเกรงขามจนแม่สามีชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ความโลภบดบังความกลัว นางยังคงกรีดร้องโวยวายหวังจะดึงเงินจากมือลูกสะใภ้ให้ได้
“แม่คะ” หว่านเอ๋อเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง เธอมองแม่สามีด้วยสายตาที่เฉียบคมจนคนฟังต้องสะดุด “นี่คือเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของฉันที่ทำขนมขายจนดึกดื่น ส่วนคุณนายซูท่านนี้คือเจ้าของที่... ถ้าแม่ยังไม่หยุดรบกวนการทำมาหากินของฉัน ฉันคงต้องให้จางเหว่ยพาส่งสถานีตำรวจในฐานะผู้ก่อความวุ่นวายต่อความสงบเรียบร้อยของย่านการค้า”
จางเหว่ยประสานสายตากับแม่ตัวเอง ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก “แม่ กลับไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับความเห็นแก่ตัวของแม่ไปมากกว่านี้”
ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไป คุณนายซูที่นั่งมองเหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนท่าที เธอไม่ได้มองหว่านเอ๋อด้วยสายตาดูแคลนอีกต่อไป แต่กลับมองด้วยความสนใจ “แม่หนู... คนที่กล้าหักหน้าคนในครอบครัวเพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเองแบบนี้ ก็น่าจะคุยเรื่องสัญญาเช่ากับฉันได้รู้เรื่อง”
หว่านเอ๋อยิ้มที่มุมปาก ชัยชนะเริ่มปรากฏชัดเจน แต่ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยื่นสัญญาจ้างงานช่างปรับปรุงร้าน จู่ๆ รถยนต์สีดำคันหรูที่ติดป้ายทะเบียนราชการระดับสูงก็จอดเทียบฟุตบาทหน้าตึกแถว หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงสั่งตัดพิเศษก้าวลงจากรถพร้อมท่าทางเย่อหยิ่ง
เธอเดินตรงเข้ามาหาหว่านเอ๋อโดยไม่สนใจใคร “ตึกนี้... ฉันจองไว้แล้ว และฉันให้ราคาสูงกว่าที่เธอเสนอให้คุณนายซูเป็นสองเท่า หลินหว่านเอ๋อ เธอควรเก็บของกลับหมู่บ้านไปซะ เพราะที่นี่ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอย่างเธอ!”
หว่านเอ๋อนิ่งค้างไปชั่วขณะ เธอจำนัยน์ตาคู่นั้นได้ดี... มันคือนัยน์ตาของคนในอดีตที่เธอไม่เคยคิดว่าจะข้ามมิติมาพบเจอในยุค 80 แห่งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหว่านเอ๋อในครั้งนี้นะคะ!
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 30
แผนขยายร้านเบเกอรี่
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!