"กินเสียให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่น้ำแกงหยดเดียว..."
เสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ติดต่อกันสามครั้ง คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับความพยายามของหลินฟางในยามนี้
บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบที่เคยมีเพียงความว่างเปล่าและเสียงท้องร้องกิ่วของเด็กๆ ตอนนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ที่เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวข้นราวกับน้ำนม ผสานกับกลิ่นหอมละมุนของพริกไทยและขิงสดที่ช่วยดับคาวได้อย่างลงตัว ด้านข้างมีซาลาเปาแป้งโฮลวีตลูกโตนึ่งร้อนๆ ผิวเนียนนุ่มจนเห็นรอยบุ๋มตามปลายนิ้วที่กดลงไป เมื่อบิออกไอความร้อนก็พวยพุ่งพร้อมกับไอน้ำหอมกรุ่นของเนื้อหมูสับผสมต้นหอมที่อัดแน่นอยู่ข้างใน
เป่าเป่า เด็กน้อยวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับจ้องมองซาลาเปาในมือแม่ราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า แก้มยุ้ยๆ ที่เคยตอบซูบผอมจนเห็นกระดูกโครงหน้า ตอนนี้เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้วจากอาหารบำรุงที่หลินฟางแอบดึงออกมาจากมิติลับอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"แม่จ๋า... เป่าเปากินหมดนี่จริงๆ หรือคะ?" เสียงเล็กๆ เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ มือเล็กป้อมสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น กลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง
"กินได้เลยค่ะลูกสาวของแม่ วันนี้พวกเรามีกินให้อิ่มท้อง ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนมาแย่งอีกแล้ว" หลินฟางส่งยิ้มอ่อนโยน มือเรียวตักชิ้นกระดูกหมูที่เปื่อยนุ่มจนร่อนออกจากกระดูกใส่ลงในชามถ้วยเล็กของเด็กหญิง ก่อนจะหันไปพยักพริบตากับเสี่ยวเป่า พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบที่กำลังนั่งกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่อย่างสำรวม
เสี่ยวเป่าเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉายแววซับซ้อน แม้เด็กชายจะดีใจกับอาหารตรงหน้า แต่ความหวาดระแวงจากอดีตที่เคยถูกแม่สามีจางและคนในบ้านตระกูลโจวคอยแย่งชิงหรือทุบตีเมื่อแอบกินของดี ก็ยังคงฝังรากลึกในใจ
"กินสิคะเสี่ยวเป่า ลูกเป็นพี่ชาย ต้องกินให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อปกป้องน้องและแม่เข้าใจไหม?" หลินฟางเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กของบุตรชายเบาๆ สัมผัสได้ถึงเส้นผมที่เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น ไม่แห้งกรอบและหลุดร่วงง่ายเหมือนสัปดาห์ก่อน
เด็กชายพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะกัดลงไปที่ซาลาเปาร้อนๆ คำโต รสชาติหวานมันของแป้งสาลีชั้นดีและไส้เนื้อหมูชุ่มฉ่ำแตกซ่านในปาก น้ำตาของเด็กน้อยคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขากับน้องไม่เคยลิ้มรสชาติอาหารที่อร่อยและอิ่มท้องขนาดนี้มาก่อนเลย อาหารทุกมืดยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ หวาดผวา แต่วันนี้... ฝีมือของแม่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
ขณะที่สองพี่น้องกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า สายตาดุดันของโจวหานที่เพิ่งเดินกลับเข้าบ้านมาหลังเสร็จจากงานในไร่ ก็ชะงักกึกไปชั่วขณะ
นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาคมกวาดมองภาพความอบอุ่นภายในห้องครัวเล็กๆ ภรรยาของเขากำลังใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ส่วนลูกๆ ทั้งสองก็มีสีหน้าสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แก้มที่เคยตอบโคมกลับมีเลือดฝาด ร่างกายที่เคยผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นจากการบำรุงอย่างถูกวิธี
โจวหานรู้สึกจุกอยู่ในอก ความรู้สึกผิดและความรักที่อัดแน่นพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกัน เขาเป็นทหารที่ปกป้องประเทศชาติได้ แต่กลับปกป้องครอบครัวของตัวเองจากความอดอยากไม่ได้เลย หากไม่ได้หลินฟางที่ลุกขึ้นมาพลิกสถานการณ์และจัดการทุกอย่างด้วยความเด็ดเดี่ยวป่านนี้ลูกๆ ของเขาคง...
"ยืนทำอะไรอยู่คะ ล้างมือแล้วมาทานข้าวด้วยกันสิคะ ซุปนี่ฉันเคี่ยวมาตั้งแต่ว่ายบ่าย รสชาติกำลังดีเลยค่ะ" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น
โจวหานพยักหน้ารับ เดินก้าวเท้าหนักแน่นเข้ามาล้างมือที่อ่างดินเผา ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สายตาคมกริบมองชามซุปในมือภรรยาครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์
"คุณ... เหนื่อยมากไหมช่วงนี้?"
หลินฟางชะงักมือที่กำลังตักซซุปให้สามีเล็กน้อย นางเงยหน้าสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณ เป็นห่วง และยำเกรงเล็กน้อย นางยิ้มมุมปากเบาๆ พลางตักชิ้นเนื้อส่วนที่ดีที่สุดวางลงในชามของเขา
"เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ค่ะ แต่เหนื่อยใจกับพวกเหลือขอข้างนอกมากกว่า... อ้อจริงสิ วันนี้ตอนฉันไปตักน้ำที่บ่อกลางหมู่บ้าน ป้าสะใภ้ใหญ่กับแม่สามีแวะเวียนมาทำลับๆ ล่อๆ แถวรั้วบ้านเราอีกแล้วนะคะ"
เพียงแค่เอ่ยถึงชื่อนี้ บรรยากาศรอบตัวของโจวหานก็เย็นเยียบลงทันตา ดวงตาดุดันฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"พวกมันมาทำอะไรอีก?" เสียงทุบโต๊ะเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอหนา
"ก็คงมาสืบดูว่ากลิ่นหอมอะไรลอยไปทั่วบ้านจนข้างบ้านอิจฉาล่ะมั้งคะ" หลินฟางหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ นางวางชามลงบนโต๊ะอย่างมั่นคง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบเสียงเบาแต่เฉียบคม "แต่เสียดายที่ฉันเก็บกวาดหลักฐานหมดจดแล้ว ป้าสะใภ้ใหญ่คงได้แต่นั่งกลืนน้ำลายตัวเองอยู่ที่บ้านนั่นแหละค่ะ"
จังหวะนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้านเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยแผดเผาเข้ามาในความเงียบ
"หลินฟาง! นังสะใภ้อกตัญญู! แกแอบซ่อนอาหารดีอะไรไว้ในบ้าน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าผัวแกอยู่แล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้นะ!"
เสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่สามีจางดังแผดก้องทะลุกำแพงดินเข้ามา ทำเอาเป่าเป่าสะดุ้งโหย่งโผเข้ากอดเอวหลินฟางด้วยความหวาดกลัวทันที
หลินฟางหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษแป้งออกจากชายเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับโจวหานที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมใบหน้าที่มืดมนดั่งพายุฝน
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้คงต้องมีแขกไม่เชิญมาร่วมวงเสียแล้วล่ะค่ะคุณสามี"
ไป๋เป่าเปาของแม่ขอตัวไปหยิบไม้กวาดรอดักฟาดปากคนแก่ปากเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 6
ความหวังครั้งใหม่ของลูกน้อย
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!