คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 30

บทสรุป: อบอุ่นในรังรัก

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำล้างปลาเค็มใส่หน้าให้หมดความเป็นคนเลยคอยดู!" เสียงตวาดกร้าวอย่างทรงพลังของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้านตระกูลโจว ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีตัดเย็บประณีตยืนกอดอกด้วยสีหน้าเยียบเย็น สายตาคมกริบกวาดมองร่างของแม่สามีจางที่กำลังอ้าปากค้างหน้าซีดเผือดอยู่ตรงหน้าประตู แม่สามีจางผู้เคยใช้อำนาจบาทใหญ่ กดขี่ข่มเหงสะใภ้รองมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เส้นผมที่เคยหวีเรียบร้อยยุ่งเหยิงเพราะความรีบร้อน ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงแก่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่สายตาของหลินฟาง... แต่เป็นเงาร่างสูงใหญ่ของบุตรชายคนรองอย่าง 'โจวหาน' ที่ก้าวออกมายืนซ้อนหลังภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเครื่องแบบทหารปลดประจำการแผ่ไอสังหารและแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "แม่มาที่นี่ทำไมอีก" เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาของโจวหานดังขึ้น ไร้ซึ่งความอบอุ่นหรือเยื่อใย "เงินที่พวกเราแบ่งให้ตามกฎหมายเมื่อตอนตัดขาดตระกูล หมดเกลี้ยงไปกับการเล่นการพนันของพี่ใหญ่แล้วใช่ไหม ถึงได้หน้าด้านมาแบมือขอร้องแกมบังคับกับภรรยาผม" "ทะ... ฐานะลูกแกนะโจวหาน! แกจะอกตัญญูกับแม่แท้ๆ ได้ลงคอเลยหรือไง!" แม่สามีจางแผดเสียงกรีดร้องโวยวายตามนิสัยเดิม หวังจะใช้ความด่าทอเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านละแวกนั้น ทว่ารอบกายกลับเงียบสงบ ไม่มีใครกล้าโผล่หน้ามามุงดู เนื่องจากทุกคนต่างรู้ดีว่าปัจจุบัน ครอบครัวของหลินฟางและโจวหานกลายเป็นผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งในตำบลนี้ไปเสียแล้ว ทั้งร่ำรวย มีหน้ามีตา และที่สำคัญ... ไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัว "อกตัญญู?" หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "ตอนที่ฉันกับลูกเกือบอดตายอยู่ในห้องครัวเก่าๆ ท่านเคยคิดว่าพวกเราเป็นมนุษย์บ้างไหม? ตอนที่ฉันต้องหอบสังขารป่วยๆ ไปหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้สามี ท่านเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปให้พี่ชายคนโตเอาไปผลาญเล่นที่บ่อน ตอนนั้นท่านเคยใช้คำว่า 'แม่ลูก' บ้างหรือเปล่า!" คำพูดแต่ละคำราวกับมีดคมที่กรีดลงบนแผลสด แม่สามีจางหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ละอายใจหรือ? ไม่... หญิงแก่เพียงแค่เจ็บใจที่แผนการรีดไถล้มเหลวไม่เป็นท่า "แก... อีสะใภ้ตัวดี! แกมันนางปีศาจ!" แม่สามีจางชี้หน้ากรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหันไปหวังพึ่งพาบุตรชาย "โจวหาน แกดูเมียแกสิ! มันเหยียบย่ำหัวใจแม่..." "ภรรยาผมพูดถูกทุกอย่าง" โจวหานตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดไร้เยื่อใย "ตั้งแต่พวกท่านขับไล่พวกเราออกจากบ้านโดยไม่ใยดี เส้นทางระหว่างเราก็ขาดสะบั้นลงแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าท่านยังกล้ามาวุ่นวายกับครอบครัวผมอีก อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นสายเลือด" พูดจบ โจวหานก็ยกมือขึ้นโอบเอวบางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาทำให้มุมปากของหลินฟางคลายความตึงเครียดลง เธอมองหน้าสามีด้วยแววตารuรักลึกซึ้ง ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองแม่สามีที่กำลังทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง "ไสหัวไปซะ!" หลินฟางเอ่ยคำขาดคำ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน ปล่อยให้แม่สามีจางร่ำไห้คร่ำครวญอยู่หน้าบ้านตามลำพัง โดยไม่มีใครสนใจไยดีอีก เมื่อประตูไม้เนื้อดีปิดลง เสียงความวุ่นวายภายนอกก็ถูกตัดขาดหายไปทันที เหลือไว้เพียงกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรและไอน้ำอุ่นๆ ที่ลอยกรุ่นมาจากห้องครัว โจวหานทอดมองภรรยาคนสวยที่กำลังจัดแจงพับแขนเสื้อเตรียมตัวทำอาหารมื้อเย็น แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและลุ่มลึกอย่างเหลือเชื่อ เขาสกาวเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ฝังใบหน้าคมคายลงบนซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความหอมเข้าปอดลึกๆ "เหนื่อยไหมครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอาหลินฟางสะดุ้งเล็กน้อย ใบงอนระเรื่อขึ้นด้วยสีแดงเรื่ออย่างเขินอาย "ใครจะไปเหนื่อยกับเรื่องไร้สาระแบบนั้นกันคะ" หลินฟางเอี้ยวตัวกลับมาตีมือหนาที่โอบกอดเอวเธอไว้เบาๆ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้ม "คุณต่างหาก ออกแรงไล่คนอื่นเสียงดังแบบนั้น เจ็บคอมandบ้างหรือเปล่าคะ?" โจวหานหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำสั่นสะเทือนอกแกร่งที่แนบชิด "เพื่อปกป้องภรรยาและลูก ต่อให้ต้องตะโกนดังกว่านี้ผมก็ทำได้... ว่าแต่ เย็นนี้ภรรยาคนเก่งจะทำเมนูอะไรปรนเปรอสามีครับ กลิ่นหอมลอยมาแตะจมูกตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว" หลินฟางยิ้มกริ่ม ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างน่ารัก เธอหันไปเปิดฝาหม้อดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านไฟอ่อน ไอร้อนพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนที่ผสมผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อหมูสามชั้นชั้นดีอย่างลงตัว "วันนี้ฉันทำ 'หมูตุ๋นน้ำแดงสูตรลับเฉพาะ' ค่ะ!" หลินฟางตักหมูตุ๋นสีแดงฉ่ำวาวที่เปื่อยนุ่มจนละลายในปากใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต "นอกจากนี้ยังมีผัดผักกวางตุ้งไฟแดงกรอบๆ และซุปไก่ตุ๋นโสมบำรุงกำลังสำหรับคุณโดยเฉพาะด้วยนะคะ" เพียงแค่ได้ยินชื่อและกลิ่นหอมที่ตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว โจวหานก็กลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหิวโหย แต่เป็นเพราะความสุขและความอิ่มเอมใจที่เอ่อล้นอยู่ในอกต่างหาก ชีวิตในยุค 70-80 ที่เคยแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในตอนนี้กลับกลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินที่มีทั้งภรรยาที่ฉลาดเฉลียว งดงาม และรักเขาหมดหัวใจ มีลูกชายตัวน้อยที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแรงและเฉลียวฉลาด และมีทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองอย่างภาคภูมิใจ ตึง! เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในครัว พร้อมกับร่างป้อมของลูกชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาซบที่ชายกระโปรงของมารดา "แม่ครับ! กลิ่นหอมจังเลย เป่าเปาหิวจนท้องร้องจ๊อกๆ แล้วนะฮะ!" เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาออดอ้อน พร้อมกับลูบพุงกลมๆ ของตัวเองเรียกเสียงหัวเราะจากคนเป็นพ่อและแม่ได้ทันที หลินฟางย่อตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก หอมแก้มยุ้ยๆ ฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว "เจ้าตัวแสบ หิวเก่งแบบนี้โตขึ้นต้องกลายเป็นเชฟใหญ่แน่ๆ เลยใช่ไหมคะ" "ผมจะเป็นเชฟมือหนึ่งคอยทำอาหารอร่อยๆ ให้แม่กินทุกวันเลยครับ!" เจ้าตัวเล็กหัวคิกคักซบหน้าลงกับไหล่บาง โจวหานยื่นมือไปโอบกอดทั้งภรรยาและลูกชายไว้ในอ้อมแขนเดียวกัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเชื่อมโยงหัวใจทั้งสามดวงเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น สายตาสบประสานกับภรรยารักผ่านรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า สาดส่องแสงสีส้มทองทอประกายอบอุ่นผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาภายในบ้านพักที่สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและความรัก โต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยอาหารเลิศรสควันฉุย กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งรังรักแห่งนี้ บ่งบอกถึงจุดจบของอุปสรรคทั้งปวง และการเริ่มต้นของอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความร่ำรวย และความรักที่มั่นคงชั่วนิรันดร์ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงบทสรุปนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%