ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์หัวใจพังโตรั้วมหาลัย•ตอนที่ 2

สงครามน้ำลายริมสนามบอล

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ห้าหมื่นบาทงั้นเหรอคะ? สำหรับพวกคุณมันอาจจะเป็นเงินก้อนโตที่ต้องใช้เวลาเก็บสะสมทั้งเทอม แต่สำหรับชมรมของเรา... มันไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากเศษกระดาษที่เกะกะสายตา!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดริมสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย มินตรา ยืนจังก้าหลังโต๊ะลงทะเบียนชั่วคราว ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะเผาผร่างร่างของ กรวีร์ ให้กลายเป็นจุล ร่างสูงโปร่งของกรวีร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาหยัดกายยืนกอดอกด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะสวมหน้ากากจอมปลอมเข้าหาผู้คน บัดนี้กำลังบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน สายตาคมกริบเหลือบมองไปยัง คณินทร์ ซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังราวกับรูปปั้นหินอ่อน “ปากดีนักนะมินตรา... น้องก็รู้ว่าถ้าไม่มีงบก้อนนี้จากกองทุนบริหาร ชมรมสิทธิบัตรและนวัตกรรมสุดเจ๋งของน้องก็ต้องถูกยุบภายในวันนี้ โปรเจกต์หัวใจพังโตรั้วมหาลัยที่พวกเธอทุ่มเทกันมาทั้งปี ก็จะกลายเป็นแค่เศษขยะราคาถูก” กรวีร์ลากเสียงยาวอย่างจงใจจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรี “แต่ถ้าพิจารณาดีๆ พี่อาจจะพอมีเมตตา... แค่น้องยอมเซ็นโอนสิทธิ์โปรเจกต์นี้มาให้ชมรมบริหารธุรกิจของพี่ ทุกอย่างก็จบ” “ฝันไปเถอะค่ะ!” มินตราสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด เสียงใสๆ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนกรีดลึกลงไปในความมั่นใจของอีกฝ่าย “ต่อให้ชมรมของฉันต้องถูกยุบ หรือฉันต้องเดินเก็บขยะขายรอบมหาวิทยาลัย ฉันก็ไม่มีวันเอาหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเราไปขายวิญญาณให้คนไร้ยางอายอย่างรุ่นพี่หรอกค่ะ!” “ปากกล้าแบบนี้ ระวังจะไม่มีที่ซุกหัวนอนนะน้องสาว” กรวีร์กัดฟันกรอด รอยยิ้มเสแสร้งมลายหายไป เหลือเพียงความเคียดแค้นชิงชังที่ปิดไม่มิด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คณินทร์ที่ยืนเงียบมานานก็ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและนาฬิกาหรูเรือนหลายล้านสะท้อนกับแสงแดดยามบ่าย ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองเอกสารงบประมาณในมือกรวีร์ด้วยความรู้สึกเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจ้อย “เสียงดังน่ารำคาญจริง...” คณินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบสนามฟุตบอลเงียบกริบลงทันตา “แค่เงินห้าหมื่นบาท... ถึงกับต้องเอามาขู่กรรโชกผู้หญิงกันเลยเหรอครับรุ่นพี่? นึกว่านักบริหารธุรกิจพันล้าน ที่แท้ก็แค่ขอทานเรี่ยไรเศษเงินไปวันๆ” “แก!” กรวีร์หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยความสั่นเทา “ไอ้คณินทร์! อย่ามาสามหามนะ แกคิดว่าแกเป็นใครวะ ถึงกล้ามาอวดดีต่อหน้าฉัน เงินแค่นี้แกมีปัญญาจ่ายแทนยัยนี่หรือไง?” คณินทร์ไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับดูน่ากลัวและทรงอำนาจยิ่งกว่าการตะโกนโวยวาย “เงินห้าหมื่นบาท... สำหรับผมมันเทียบไม่ได้กับค่าน้ำมันรถที่ผมขับมาที่นี่ด้วยซ้ำ” คณินทร์ควักกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมาอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังอยู่ ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียวยาว “ถ้ามันจะทำให้พวกหิวแสงแถวนี้หุบปากได้ ผมเหมาจ่ายให้หมดเลยดีไหมครับ?” มินตราหันขวับมามองชายหนุ่มทันที แววตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ลังเล เอกสารในมือกระจัดกระจาย “ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย! คณินทร์! นายคิดว่าเอาเงินมาฟาดหัวแล้วทุกอย่างมันจะจบงั้นเหรอ? ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานของนายนะ ที่อยากจะเปย์ใครก็ได้ตามใจชอบ!” มินตราตวาดใส่หน้าเขา ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกลัว... กลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้กับอำนาจเงินตราของเขา กลัวว่าหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงไว้อย่างแน่นหนาจะพังทลายลงเพราะความใจดีที่แสนเผด็จการนี้ “มินตรา... เธอโง่หรือเปล่า?” คณินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอต้องผงถอยหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับแกVเนียนใส แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและลุ่มลึกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันไม่ได้เอาเงินมาฟาดหัวเธอ... แต่ฉันกำลังปกป้องสิ่งที่เธอรักต่างหาก เลิกดื้อรั้นสักทีได้ไหม?” “ฉันไม่ได้ดื้อ! และฉันก็ไม่ได้ขอให้นายมาปกป้อง!” มินตรากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าชมรมนี้จะอยู่รอดได้ด้วยเงินสกปรกของนาย ฉันยอมให้มันยุบซะยังดีกว่า!” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง กรวีร์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ถึงกับอึ้ง งطกับความดื้อรั้นของทั้งคู่ คณินทร์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่ประกายตาคมกริบจะวาบขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก “งั้นเหรอครับ... ถ้าเงินของผมมันสกปรกนัก งั้นเรามาลองดูบทลงโทษของคนดื้อรั้นกันหน่อยดีกว่า” พูดจบ คณินทร์ก็หันไปหากรวีร์ ยื่นบัตรเครดิตสีดำในมือให้เจ้าหน้าที่การเงินของมหาวิทยาลัยที่ยืนหลบมุมอยู่ใกล้ๆ ทันที “รูดไปเลยครับ ห้าแสนบาท... ไม่สิ หนึ่งล้านบาทถ้วน เป็นทุนสนับสนุนพิเศษให้ชมรมของมินตรา และส่วนที่เหลือ... ยกให้ชมรมของรุ่นพี่กรวีร์ไปซื้อสมองมาใช้เพิ่มก็แล้วกันครับ” สิ้นเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ เจ้าหน้าที่รับบัตรเครดิตมาด้วยมือที่สั่นเทา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาก็แผดเสียงดังสนั่นขึ้น... *ตี๊ดดดดด! อนุมัติรายการสำเร็จ!* หน้าจอเครื่องรูดบัตรปรากฏแสงไฟสีเขียวสว่างวาบ พร้อมกับตัวเลขยอดเงินหนึ่งล้านบาทถ้วนที่ปรากฏหรา ท่ามกลางความตกตะลึงจนอ้าปากค้างของทุกคนรอบสนามฟุตบอล มินตราเบิกตากว้างอย่างช็อกตาค้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งร่างเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้ เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อความบ้าคลั่งของทายาทพันล้านคนนี้เข้าให้อย่างราบคาบเสียแล้ว! *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและความสะใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ)*
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์หัวใจพังโตรั้วมหาลัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%