คราบโลหิตบนกระบี่โลหิตาของศัตรูยังไม่ทันแห้งสนิท กลิ่นอายคาวเลือดก็ยังคงลอยอวลปะปนกับไอหมอกยามราตรีบนยอดเขาเมฆาคล้อย ทว่าบรรยากาศรอบกายในยามนี้กลับมิได้ระอุด้วยจิตสังหาร หากแต่กลับเงียบงันจนน่าประหลาด ราวกับเสียงกาลเวลาหยุดนิ่งลง ณ เบื้องหน้าของหลี่เฟย
ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจื่อหยวนสั่นเทาเล็กน้อย นางผู้ได้รับฉายา 'เซียนกระบี่เหมันต์' ผู้ไม่เคยแม้แต่จะก้มหัวให้แก่ฟ้าดินหรือพญามาร ในยามนี้กลับยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ หยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ริมขอบตาอย่างน่าเวทนา แต่ทว่าประกายในแววตานั้นกลับเด็ดเดี่ยวและร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงที่แผดเผา
หลี่เฟยเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยกิริยาที่สงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก ปราณกระบี่รอบกายมลายหายไปสิ้น เขามองนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ศิษย์พี่... ท่านบาดเจ็บ เหตุใดจึงไม่รีบโคจรปราณรักษาตัว"
คำพูดที่เรียบเฉยและเต็มไปด้วยความห่วงใยตามหน้าที่ ยิ่งย้ำเตือนกำแพงน้ำแข็งที่หลี่เฟยสร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขากับนางมาโดยตลอด
"บาดเจ็บหรือ..." จื่อหยวนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของนางช่างเจือด้วยความขื่นขมและตัดพ้อ รอยยิ้มบนเรียวปากบางดุจกลีบเหมยช่างดูเปราะบางเหลือเกิน "เจ้ามองเห็นเพียงบาดแผลภายนอกของข้า ร่างกายนี้ต่อให้ถูกกระบี่นับพันเล่มแทงทะลุ ข้าก็ไม่เคยใส่ใจ... แต่หัวใจของข้าเล่า หลี่เฟย... เจ้าเคยใช้สายตามองดูมันบ้างหรือไม่?"
น้ำเสียงของนางสั่นสะท้าน หลุดพ้นจากกรอบกติกาอันเคร่งครัดของสำนักและฐานะศิษย์พี่ใหญ่จนหมดสิ้น ความรู้สึกที่ถูกกดทับ กักเก็บ และทรมานมาเนิ่นนานนับร้อยปี ในที่สุดก็ทะลักล้นออกมาดั่งเขื่อนแตก
หลี่เฟยชะงักไปเล็กน้อย คิ้วคมขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อยก่อนจะคลายออก เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมเช่นเดิม "ท่านเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย หน้าที่ของท่านคือการค้ำจุนสำนักและรักษาธรรมะ... เรื่องระหว่างข้ากับท่าน มันไม่สมควร..."
"กฎเกณฑ์ ศิษย์พี่ใหญ่ สำนักกระบี่เมฆาคล้อย!" จื่อหยวนตวาดแทรกขึ้นทันที หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงอาบแก้มเนียนดั่งไข่มุกต้องน้ำค้าง "ข้าเบื่อหน่ายคำเหล่านี้เต็มทีแล้ว! ข้าต้องแบกรับชื่อเสียงนี้ไว้บนบ่าเพื่ออะไร ในเมื่อยามที่ข้าเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ หรือยามที่ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดในแดนมิคสัญญี คนที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างข้า คอยเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องข้า... มิใช่สำนัก แต่เป็นเจ้า! หลี่เฟย!"
นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายหอมเย็นของดอกเหมันต์ประจำกายโชยปะทะนาสิก ทว่ากลับร้อนรุ่มด้วยไออารมณ์ที่พลุ่งพล่าน มือเรียวบางเอื้อมออกไปคว้าจับสาบเสื้อของหลี่เฟยไว้แน่น แรงสั่นจากปลายนิ้วของนางบ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาเนิ่นนาน
"ท่านกำลังลุ่มหลงในมารยาและอารมณ์ชั่ววูบ..." หลี่เฟยพยายามถอยหลังหลบเลี่ยงสายตาคู่นั้น แต่มือของนางกลับเหนี่ยวรั้งไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ เขากจะหายลับไปในความมืดมิดชั่วนิรันดร์
"ใช่! ข้ากำลังลุ่มหลง!" จื่อหยวนตะโกนก้อง หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย แต่นัยน์ตากลับทอประกายเด็ดเดี่ยวและจริงจังยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต "ข้าลุ่มหลงในตัวเจ้า ลุ่มหลงในความเย็นชาที่ซ่อนความอ่อนโยน ลุ่มหลงในแผ่นหลังที่คอยกางกั้นอันตรายให้ข้าเสมอมา! เจ้าคิดว่าข้าตามรังควานเจ้า คอยก้าวก่ายวิถีบำเพ็ญของเจ้าเพราะเหตุใดกันเล่า? โง่เง่า! ข้าเพียงแค่อยากอยู่ใกล้เจ้า อยากให้สายตาคู่นั้นมองมาที่ข้า... มิใช่ฐานะศิษย์น้องหรือศิษย์พี่ แต่ในฐานะ... สตรีคนหนึ่ง!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมยามราตรีที่พัดผ่านยอดสนส่งเสียงหวีดหวิวราวกับบทเพลงแห่งโชคชะตา
หลี่เฟยยืนนิ่งงัน ดั่งถูกสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงกลางใจ ในอดีตชาติเขาเคยเป็นถึงมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ผ่านโลกีย์วิสัยและความรักมานับครั้งไม่ถ้วน จนหัวใจด้านชาดั่งหินผา ทว่าในยามนี้ คำสารภาพที่ออกมาจากปากของเซียนกระบี่เหมันต์ผู้สูงส่ง กลับทำให้หัวใจที่ตายด้านไปแล้วดวงนั้นกระตุกวาบอย่างรุนแรง
เขารู้ดีว่าวิถีแห่งเซียนนั้นโดดเดี่ยวและโหดร้าย การมีความรักเทียบเท่ากับการผูกมัดวิญญาณด้วยโซ่ตรวนแห่งกรรม ยิ่งลึกซึ้ง ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งต้องเผชิญกับอุปสรรคและทัณฑ์สวรรค์ที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น
แต่ทว่า... เมื่อเขามองลึกลงไปในดวงตาที่สะท้อนเงาร่างของตนเอง สัมผัสได้ถึงความจริงใจและหยาดน้ำตาที่รินไหลอย่างไร้ความเสแสร้ง กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองก็เริ่มสั่นคลอน
หลี่เฟยหลุบตาลงเล็กน้อย ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา "ท่านรู้หรือไม่ว่า การเดินเคียงข้างข้า... มันหมายถึงการเดินไปสู่ความตาย"
จื่อหยวนแย้มยิ้มทั้งน้ำตา รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มจนสรรพสิ่งรอบกายราวกับสูญสิ้นสีสัน "หากไร้ซึ่งเจ้า ต่อให้ข้ามีชีวิตอยู่ยืนยาวชั่วนิรันดร์ เป็นเซียนผู้ไร้เทียมทานเหนือฟ้าดิน... มันก็เป็นเพียงความว่างเปล่าอันหนาวเหน็บ หลี่เฟย... เจ้าจะปฏิเสธหัวใจของข้าจริงๆ หรือ"
นิ้วเรียวบางของนางขยับขึ้นสัมผัสแก้มสากของเขาแผ่วเบา ความอบอุ่นจากผิวเนื้อของนางซึมซาบผ่านความเยือกเย็นของยามราตรี ส่งตรงเข้าสู่ความรู้สึกของหลี่เฟยอย่างไม่อาจปฏิเสธ
เขายื่นมือออกไปหมายจะจับข้อมือของนางเพื่อผลักไสให้ออกห่างตามวิถีที่ควรจะเป็น ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสถูกข้อมือของนางนั้นเอง...
*เปรี้ยง!*
ท้องนภาที่เคยเงียบสงบพลันคำรามกึกก้อง สายฟ้าสีทองฉานผ่าแหวกม่านเมฆลงมาเบื้องล่างอย่างกะทันหัน แสงสว่างวาบสะท้อนใบหน้าของทั้งสองคนให้เห็นชัดเจน และในวินาทีต่อมา ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงที่พื้นเบื้องหน้าของพวกเขาอย่างจัง แรงกระแทกทำให้พื้นศิลาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
ทั้งหลี่เฟยและจื่อหยวนผละออกจากกันตามสัญชาตญาณ หลี่เฟยตวัดสายตาดุดันมองไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบบนยอดเขา
ที่ตรงนั้น... ปรากฏร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายอักษรโลหิตที่หน้าอก แววตาดุดร้ายดั่งปีศาจจอมราชันย์กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ไม่นึกเลยว่า ศิษย์พี่ใหญ่ผู้สูงส่งแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย จะมาแอบพลอดรักกับศิษย์ปลายแถวผู้ต่ำต้อยในยามวิกาลเช่นนี้... น่าสนุกเสียจริง" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้น พร้อมกับกระบี่มารในมือที่เริ่มปลดปล่อยไอสังหารเข้มข้น
หลี่เฟยหรี่ตาลง ไอสังหารในกายพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที จื่อหยวนเองก็ชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝักด้วยใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้ง
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ของทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน บุรุษชุดดำผู้นั้นกลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย พร้อมกับดีดนิ้วส่งกระดาษแผ่นหนึ่งตกลงแทบเท้าของหลี่เฟย
"ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับพวกเจ้า... แต่อาจารย์ของพวกเจ้า ถูกข้าจับตัวไว้ที่หุบเขาอสูรโลหิต... หากอยากให้ตาแก่หนังเหนียวนั่นมีชีวิตรอด เจ้า... หลี่เฟย จงไปพบข้าเพียงลำพังก่อนรุ่งสาง!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ผมมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอักษรทุกตัวจะสถิตในใจท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
*หมึกทองคำข้ามภพ*
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 18
ความรู้สึกที่ปิดกั้นไม่ได้
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!