กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นสีอะคริลิกราคาแพง ลอยอบอวลอยู่กลางสตูดิโอขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัย แต่บรรยากาศรอบกายในเวลานี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก เมื่อข้อพิพาทเรื่องรสนิยมงานศิลปะระหว่าง "นักวาดภาพประกอบชื่อดัง" กับ "ผู้จัดการส่วนตัวคนเก่ง" กำลังเดินทางมาถึงจุดเดือด
"คุณรินรดา ช่วยใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์งานชิ้นนี้ให้ลึกซึ้งกว่าการมองผ่านๆ สักนิดจะได้ไหมครับ"
คีย์ ธันวา ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววหงุดหงิดระคนท้าทาย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยสักจางๆ ที่ปลายแขน ขยับตัวเข้าใกล้ผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่เพิ่งตวัดพู่กันเสร็จหมาดๆ โทนสีดาร์กช็อกโกแลตตัดกับเส้นสายสีแดงเลือดนกสะท้อนความดาร์กในจิตใจได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับคนที่ต้องแบกรับตัวเลขยอดขายและภาพลักษณ์ของสำนักพิมพ์... มันคือหายนะทางธุรกิจชัดๆ
รินรดากวาดตามองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเท้าเข้ามาประชิดผืนผ้าใบอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันคุกคามของอีกฝ่าย เธอยกมือขึ้นกอดอก เลียนแบบท่าทางของเขาอย่างเย้ยหยัน
"ลึกซึ้งเหรอคะคุณธันวา?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าลูกค้าเห็นโทนสีหม่นหมองชวนจิตตกนี่เข้าไป หนังสือภาพสำหรับเด็กยอดฮิตที่กำลังจะตีพิมพ์คงกลายเป็นคัมภีร์เรียกวิญญาณแทนที่จะเป็นนิทานก่อนนอน คุณกำลังใช้พื้นที่งานหลวงมาบำบัดปมในวัยเด็กอีกแล้วนะฃ"
"นี่คุณ!" คีย์หน้าตึงขึ้นมาทันที เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนปะทะเข้ากับผิวแก้มของหญิงสาว แต่นอกจากเธอจะไม่ถอยหลังหนี รินรดากลับยิ่งเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แววตาพราวระยับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว
"ทำไมคะ พูดความจริงแล้วรับไม่ได้เหรอ" เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ "ปากบอกว่าเป็นศิลปินอิสระผู้มีจิตวิญญาณเสรี แต่สุดท้ายก็แค่นักวาดภาพซึนๆ ที่แอบเก็บความน้อยใจไว้ใต้กองกระดาษร่างพวกนี้ไม่ใช่หรือไง"
"คุณรินรดา!" คีย์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน มือหนาเอื้อมไปควاมขอบโต๊ะข้างตัวจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้กำลังตีรวนอยู่ในอก เขาเกลียดผู้หญิงคนนี้... เกลียดที่เธอมองทะลุปรุโปร่ง เกลียดที่เธอรู้ทันทุกแผนการหลบเลี่ยงสังคมของเขา และที่สำคัญที่สุด... เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงทุกครั้งที่เธอเข้ามาอยู่ใกล้ในระยะอันตรายแบบนี้
"ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะคะ" รินรดาผ่อนลมหายใจยาวด้วยความระอา แต่ดวงตากลมโตกลับเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่กรอบผ้าใบ ขัดจังหวะอารมณ์ระอุของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้รูปนี้ลงปก ฉันในฐานะผู้จัดการส่วนตัวก็จะฉีกมันทิ้งตรงนี้แหละค่ะ คีย์ ธันวา"
"กล้าก็ลองดูสิครับ!" เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ ปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะเฉียดเข้ากับแก้มเนียนของเธอ "ถ้าคุณกล้าแตะต้องงานของผมแม้แต่นิดเดียว ผมจะ... จะลงโทษคุณด้วยวิธีที่คุณไม่มีวันลืม"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงและสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็นคลั่ง
รักอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าเกะกะระราน แต่ประกตาคู่นั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าเขายอมจำนนต่อเธอทุกทางแล้ว
บรรยากาศในสตูดิโอเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาเหยียบย่างในสตูดิโอ โดยที่ทั้งคู่ยังคงยืนประชิดตัวกันในท่าทางล่อแหลมเกินกว่าจะแก้ตัว
"คุณธันวาคะ พอดีฉันเอาเอกสารสัญญาลับฉบับใหม่มาให้— อุ๊ย! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับผู้จัดการจอมเนี๊ยบ•ตอนที่ 2
สมรภูมิในสตูดิโอ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับผู้จัดการจอมเนี๊ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
