ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 8

พายุเข้าไร่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าแปรเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นห้องขังธรรมชาติอันมืดมิด เม็ดฝนขนาดใหญ่สาดซัดกระหน่ำใส่หลังคาสังกะสีของกระท่อมไม้ปลายไร่อ้อยจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย กลิ่นอายดินเปียกชื้นและไอร้อนจากพายุโซนร้อนตีรวนคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่คับแคบ รินรดาหายใจหอบถี่ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะความตื่นตระหนก ขณะที่แผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เก่าๆ จนแทบไม่มีช่องว่าง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าพายุฟ้าคะนองด้านนอก กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า—พยัคฆ์ ดวงตาคมกริบราวกับพญาสัตว์ป่าคู่นั้นจ้องมองเธอเขม็ง แววตาดิบเถื่อนสะท้อนประกายไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่า เงาของเขาทาบทับร่างเธอจนมิดชิด ราวกับงูยักษ์กำลังแผ่แม่เบี้ยโอบล้อมเหยื่อผู้ไร้ทางหนี "พายุเข้าหนักแบบนี้ ต่อให้พี่ชายเธอมีปีกบินได้ ก็ไม่มีทางฝ่าสายฝนเข้ามาช่วยเธอได้หรอก รินรดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่แฝงไว้ด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้เรียวปากสีระเรื่อจะสั่นระริกด้วยความกลัว แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคออยู่ทำให้เธอยังคงจ้องตอบเขาด้วยแววตาดื้อรั้น "คุณมันคนสารเลวพยัคฆ์! กักขังฉันไว้แบบนี้ คิดว่าตระกูลฉันจะยอมจำนนหรือไง?" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ากลัว ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดจนรินรดาต้องผวากดแผ่นหลังแนบสนิทกับประตูยิ่งขึ้น กลิ่นกายบุรุษปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ แผ่ซ่านความกดดันจนเธอลืมวิธีหายใจ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับบานประตู กักตัวเธอไว้ในวงแขนแกร่ง นิ้วหยาบกร้านจากการจับไร่ไถนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ปากเก่งนักนะ... เดี๋ยวฉันจะคอยดูว่า ถ้าความอดทนของฉันมันขาดสะบั้นลง เธอยังจะกล้าใช้สายตาแบบนี้มองฉันอีกไหม" สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวแก้มร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างคว้าคางมนไว้แน่น บังคับให้เเววตาคู่นั้นต้องสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะและแรงเสน่หาที่สะสมมานาน แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วที่ถูกแรงเหวี่ยงจากพายุภายนอกบีบอัดให้เข้าหากัน พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาวผ่อง ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่ไร้การควบคุม ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหลบและใช้มือเรียวทุบตีแผงอกกว้างที่แน่นขนัดไปด้วยมัดกล้าม ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวพยัคฆ์แม้แต่น้อย ชายหนุ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอน้อมรับรสจูบอันดุดันและเอาแต่ใจ จูบของเขาไม่ได้มีความอ่อนหวานนุ่มนวล มีแต่ความดิบเถื่อนและเรียกร้องราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอเข้าไป ความหิวกระหายที่ถูกกักเก็บไว้ระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ นี้ รินรดาครางอือในลำคอเมื่อความคมเข้มของรสจูบแทรกซึมลึก ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้าไปกอบโกยลมหายใจจนเธอรู้สึกพร่าเลือน ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก หากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแรงของพยัคฆ์ที่โอบกระชับเอวคอดกิ่วรั้งเข้าหาจนแนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ร่างของเธอน่าจะทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งนานแล้ว สัมผัสแนบเนื้อทำให้รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่แค่ของเธอ... แต่เป็นของเขาด้วย พยัคฆ์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาของเขามืดมนลงเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับมอด รินรดานัยน์ตาฉ่ำน้ำระเรื่อด้วยพิษจูบ ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำ เธอหอบหายใจตัวโยน หน้าอกกระเพื่อมไหวอยู่ตรงหน้าอกเขาพอดี "ปล่อย..." เสียงเธอกระซิบแผ่วเบາไร้เรียวแรงจะต่อต้าน "สายไปแล้ว รินรดา" พยัคฆ์กระซิบตอบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ "ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในถ้ำเสือ พายุลูกนี้ก็เป็นใจให้เราได้สะสมบัญชีแค้น... และชำระมันให้สาสม" ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนอย่างง่ายดาย รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบยกมือคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ พยัคฆ์พาเธอก้าวเดินไปยังเตียงนอนไม้เก่าที่มุมห้อง เสียงฝนข้างนอกยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่โลกภายในกระท่อมหลังน้อยกลับถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิใดๆ เมื่อร่างบางถูกวางลงบนฟูกนุ่ม พยัคฆ์ทาบทับลงมาทันทีราวกับเสือตะครุบเหยื่อ ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดดมความหอมหวานที่ติดตรึงใจ มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาหลับตาลงรับรู้ถึงสัมผัสวาบหวามที่ไล้ผ่านผิวเนื้อ ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกความหวามไหวเข้ากัดเซาะทีละน้อย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของชายหนุ่มปลุกเร้าสัญชาตญาณเดียวกันในตัวเธอให้ตื่นขึ้น เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงสลัวของตะเกียง พยัคฆ์ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาดำมืดสะท้อนภาพเรือนร่างเย้ายวนที่อยู่ใต้ร่างของเขา ความอดทนที่พยายามสะกดกลั้นมาตลอดพังทลายลงในพริบตาเดียว ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบซับไปทั่วลาดไหล่เนียน ไหปลาร้า และซอกคอหอมกรุ่น รินรดาสะท้านเฮือก แอ่นอกรับสัมผัสด้วยความลืมตัว มือเรียวที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว ค่ำคืนนี้ยาวนานเกินกว่าจะคาดเดา และพายุร้ายภายนอกก็ยังคงโหมกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสงบ... ทว่า ท่ามกลางเสียงลมฝนที่คำรามก้อง จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ลุยน้ำย่ำเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงทุบไม้ดังปังๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว "รินรดา! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" พยัคฆ์หยุดชะงักการเคลื่อนไหว ดวงตาดิบเถื่อนตวัดมองไปที่ประตูด้วยความฉุนเฉียวระคนแปลกใจ ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก เมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%