ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 14

ค่ำคืนแห่งการสารภาพ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอฟางแห้งและกลิ่นอายดินฝุ่นช่วงพลบค่ำลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานกว้างในเรือนใหญ่ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของพยัคฆ์ เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนและความดุดันในแววตาที่ไม่มีวันจางหาย รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของค่ำคืนกลางไร่อ้อย แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากร่างหนาที่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ปากดีนักนะ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นลอดไรฟัน พยัคฆ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างเหงื่อไคล กลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันตามธรรมชาติแผ่ซ่านจนแทบจะกลืนกินอากาศรอบตัว "คิดว่าเอาไอ้คุณชายสำอางนั่นมาขู่ฉัน แล้วฉันจะถอยงั้นรึ?" "คุณมันบ้า อำนาจครอบงำจนไม่รู้ถูกผิดแล้ว พยัคฆ์!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ "ต่อให้คุณจะขังฉันไว้ที่นี่ หรือเอาชีวิตฉันไป... ฉันก็ไม่มีวันก้มหัวให้ฆาตกรเลือดเย็นอย่างคุณ!" คำว่า 'ฆาตกร' กระตุกเส้นประสาททุกเส้นในสมองของพยัคฆ์ ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยเพลิงโทสะ มือหนาพุ่งเข้าคว้าต้นแขนเรียวบางของเธอไว้ทันที แรงบีบมหาศาลทำให้รินรดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับเลือกที่จะส่งสายตาท้าทายกลับไปโดยไม่ยอมปริปากร้องขอความเห็นใจ "อยากรู้ใช่ไหม ว่าฆาตกรคนนี้มันทำอะไรลงไปบ้าง... ถึงได้เกลียดตระกูลของเธอจนเข้าไส้ขนาดนี้!" พยัคฆ์กระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับความนุ่มหยุ่นของเธอ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด รินรดาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึกของชายหนุ่ม ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะไฟแค้นที่สุมอกมานานนับปี รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งขัดขืน เขากยิ่งตรึงเธอไว้แน่นขึ้นด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้จุดชนวนสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว "ปล่อยนะ... คนป่าเถื่อน!" เธอทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนอกแกร่ง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวเสือ พยัคฆ์ก้มหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความต้องการอันลึกล้ำที่ยากจะควบคุม รสชาติของความดื้อรั้นในตัวเธอมันช่างยั่วยวนและท้าทายให้เขาอยากทำลายให้แหลกคามือ... หรือไม่ก็กลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว "ปากเก่งนัก... งั้นก็ลองบอกฉันซิ ว่าเธอจะเก่งได้สักกี่น้ำ" สิ้นคำพูดนั้น พยัคฆ์ก็ประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธอทันทีอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ความดิบเถื่อนและดุดันถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ไม่มีความปรานี รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนึกรังเกียจและพยายามเบือนหน้าหนี พร้อมกับออกแรงทุบตีเขาอย่างสุดกำลัง แต่วินาทีต่อมา แรงต้านทานทั้งหมดก็เริ่มอ่อนยวบลงเมื่อมือหนาเปลี่ยนจากการพันธนาการมาเป็นตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับองศาให้รับรสจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านริมฝีปากที่เผยอออกด้วยความตกใจ กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หา รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว สัมผัสร้อนผ่านเนื้อผ้าทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอย ร่างกายทรยศต่อความตั้งใจ เมื่อเรียวแขนที่เคยทุบตีเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว พยัคฆ์คำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการยอมจำนนทางกาย เขาผริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีKusุหลาบจางๆ มือใหญ่วาดผ่านโค้งเว้าของสรีระอย่างจาบจ้วงและเร่าร้อน ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชาให้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ในความมืดสลัวของค่ำคืนนั้น เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงครางแผ่วเบาด้วยความสั่นสะท้านดังคลอเคล้าไปกับเสียงลมพัดผ่านนอกหน้าต่าง ทั้งสองหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงขับเคลื่อนจากความแค้น ความปรารถนา และสัญชาตญาณดิบที่ไม่อาจปฏิเสธ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามที่ชายหนุ่มมอบให้อย่างเต็มใจและยอมจำนนต่อเสน่หาอันรุนแรงนี้อย่างไม่มีทางหลีกหนี เนิ่นนานกว่าที่พยัคฆ์จะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ เขายังคงกอดร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวไว้แนบอก ลลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว ในความเงียบงันและมืดมิดของห้องทำงาน ชายหนุ่มซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและดุดันเมื่อครู่กลับสั่นเครือและเต็มไปด้วยความขมขื่นที่อัดแน่นมาทั้งชีวิต "เธอรู้ไหม... วันที่พ่อแม่ของฉันตายในกองเพลิงที่ไร่แห่งนี้..." พยัคฆ์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกจนรินรดารู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่ร่วงหล่นกระทบลงบนผิวไหล่ของเธอ "ไม่มีใครเคยเช็ดน้ำตาให้ฉันเลยสักคน... รินรดา" ร่างของหญิงสาวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวและพายุอารมณ์สวาทเมื่อครู่หยุดชะงักลงทันที เมื่อความจริงอันมืดมนและบาดแผลในอดีตถูกเปิดเผยออกมาจากปากของพยัคฆ์ในวินาทีที่เปราะบางที่สุด ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%