บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 42

ก้าวข้ามอุปสรรค

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“อย่าแม้แต่จะขยับตัวนะคะ” เสียงของรินสั่นพร่าแต่หนักแน่น มือเรียวบางที่เคยจับปากกาจดเลกเชอร์อย่างสง่างาม บัดนี้กลับสั่นเทาขณะผลักบานตู้เอกสารเหล็กจนปิดสนิท กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่ในพื้นที่แคบมืดมิด พู่กันสัมผัสได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อชายคนนั้นที่ยืนอยู่หน้าห้อง แต่เป็นเพราะความห่วงใยที่มีต่อรุ่นพี่ผู้เปรียบเสมือนดวงตะวันของเธอ “พี่ริน...” พู่กันกระซิบแผ่วเบาในความมืด แต่เสียงกุกกักจากภายนอกทำให้เธอต้องเม้มปากแน่น *ตึก... ตึก...* เสียงฝีเท้าหนักๆ ของ 'อาจารย์อรรถ' ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาเป็นเงาดำมืดในชีวิตนักศึกษาของริน เป็นอดีตคนรักที่ใช้ฐานะผู้มีอิทธิพลคอยบงการชีวิตเธอราวกับตุ๊กตาพังๆ “ริน เธอคิดจริงๆ เหรอว่าปิดประตูห้องแล้วจะขวางทางฉันได้?” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้นผ่านบานไม้โอ๊ก “ข่าวลือเรื่องที่เธอกำลังคั่วกับเด็กปีหนึ่งนั่นน่ะ ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกคณบดี อนาคตหัวหน้าภาควิชาของเธอที่สั่งสมมาจะพังพินาศไม่เหลือชิ้นดีนะ” รินยืนตัวตรงหลังโต๊ะทำงาน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวของดวงตาที่จ้องมองไปยังประตู ดวงตาคู่นั้นที่เคยอ่อนโยนเวลาอ่านเลกเชอร์ให้พู่กันฟัง บัดนี้กลับฉายแววเย็นชาและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “อาจารย์คะ” รินเอ่ยขึ้น เสียงของเธอราบเรียบไร้ร่องรอยของความหวาดหวั่น “ถ้าการมีความรักคือความผิด และการเป็นตัวของตัวเองคือเหตุผลที่ต้องถูกทำลาย งั้นก็เชิญทำตามที่อาจารย์ต้องการได้เลยค่ะ” “เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า!” “หนูรู้ดีค่ะ” รินก้าวเดินไปที่ประตู เธอมือวางบนลูกบิดและหมุนมันให้เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธของชายตรงหน้า “หนูเหนื่อยกับการซ่อนตัวในเงาของอาจารย์มานานเกินไปแล้วค่ะ ชีวิตของหนู เลกเชอร์ของหนู และหัวใจของหนู ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครคนอื่นมาขีดเขียนตามใจชอบ” พู่กันที่แอบฟังอยู่หลังตู้เก็บเอกสารแทบหยุดหายใจ เธอเห็นแผ่นหลังของรุ่นพี่ที่ยืนหยัดสู้กับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต รินไม่ได้เป็นแค่รุ่นพี่ที่เก่งกาจอีกต่อไป แต่รินในตอนนี้คือผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดที่พู่กันเคยรู้จัก “แกคิดว่าเด็กนั่นมันจะรักแกจริงเหรอริน? แกก็แค่ของเล่นชิ้นใหม่ที่มันอยากรู้อยากเห็น พอเบื่อ มันก็ทิ้งเหมือนที่คนอื่นทำกับแกนั่นแหละ!” คำดูถูกนั่นเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจของพู่กัน เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ความขี้ขลาดที่เคยมีมลายหายไปสิ้น พู่กันผลักบานตู้เก็บเอกสารออกจนดัง 'ปัง!' เธอเดินออกไปยืนเคียงข้างริน มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปกุมมือของรุ่นพี่เอาไว้แน่น “อาจารย์คะ” พู่กันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่หนักแน่น “พี่รินไม่ใช่ของเล่น และหนูก็ไม่ใช่แค่เด็กที่อยากรู้อยากเห็น สิ่งที่อาจารย์เห็นว่ามันคือเรื่องอื้อฉาว สำหรับหนูมันคือ 'ความจริง' ที่หนูภูมิใจที่สุดค่ะ” อาจารย์อรรถหัวเราะร่วนในลำคอ “พวกเธอช่างไร้เดียงสาจริงๆ คอยดูเถอะ พรุ่งนี้เช้า รูปถ่ายพวกนี้จะว่อนไปทั่วบอร์ดคณะจนพวกเธอไม่มีหน้าไปเรียนอีกต่อไป!” เขาสะบัดตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในห้องพักอาจารย์ รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาที่เข้มแข็งเมื่อครู่เริ่มรื้นไปด้วยหยดน้ำตา พู่กันรีบคุกเข่าลงข้างๆ กุมมือรินไว้แนบอก “พี่ริน... ไม่เป็นไรนะคะ พู่กันอยู่ตรงนี้แล้ว” รินเงยหน้ามองคนตัวเล็ก สายตาที่เคยดูแคลนตนเองค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่พู่กันเฝ้าโหยหามาตลอด “พู่กัน... เธอรู้ใช่ไหมว่าหลังจากนี้เราจะต้องเจอกับอะไร? คำครหา สายตาดูหมิ่นจากคนรอบข้าง... มันอาจจะหนักหนากว่าที่เธอคิดมากนักนะ” “หนูไม่สนค่ะ” พู่กันยิ้มทั้งน้ำตา นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าคนรัก “ตราบใดที่เลกเชอร์เล่มนั้นยังเขียนไม่จบ ตราบใดที่พี่รินยังอยู่ตรงนี้... พู่กันพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างไปพร้อมกับพี่ค่ะ” รินดึงตัวพู่กันเข้ามากอดแน่น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของรุ่นพี่ทำให้พู่กันรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด นี่คือครั้งแรกที่พวกเธอไม่ได้แอบมองหรือแอบรักผ่านตัวอักษรอีกต่อไป แต่เป็นการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงด้วยใจที่ผูกพันกันแน่นแฟ้น ทว่าความสุขนั้นช่างสั้นนัก เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนดังแว่วมาจากโถงทางเดิน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานประตูดังสั่นสะเทือน “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อาจารย์ริน! เราได้รับแจ้งจากคณบดีว่ามีเหตุการณ์ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นในห้องนี้ ขอให้เปิดประตูและให้ความร่วมมือด้วยค่ะ!” รินผละออกจากพู่กันด้วยความตกใจ แววตาที่เพิ่งสงบลงกลับมาสั่นระริกอีกครั้งเมื่อมองไปที่กองเอกสารสำคัญบนโต๊ะ ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่จะปกป้องสถานะของเธอได้ แต่บัดนี้มันกลับถูกอาจารย์อรรถสลับสับเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! พู่กันเบิกตากว้างเมื่อเห็นสมุดบันทึกเลกเชอร์ของรินที่วางอยู่บนโต๊ะ กลายเป็นสมุดสีดำที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับซองจดหมายสีน้ำตาลที่ถูกเปิดทิ้งไว้... ข้างในนั้นมีรูปถ่ายของพวกเธอสองคนตอนกอดกันเมื่อครู่นี้เอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเป็นกำลังใจให้ 'กลิ่นลิลลี่สีขาว' มาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%