ก,ไป๋หลาน" คำพูดนั้นมิใช่เสียงกระซิบแห่งความอาลัย หากแต่เป็นถ้อยคำสัตย์สาบานที่ถูกจารึกด้วยโลหิตแห่งการล้างผลาญ ปราณกระบี่เก้าชั้นฟ้าสะท้านสะเทือนจนหิมะสีขาวโพลนบนยอดเขาเมฆาแตกกระเซ็นเป็นละอองฝุ่น นัยน์ตาของมู่หรงเฉินลึกล้ำดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ทว่าภายในกลับอัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแห่งความทรงจำที่แผดเผาหัวใจมานานนับร้อยปี
กฏเหล็กแห่งสำนักโอสถสวรรค์บัญญัติไว้ชัดเจน — ศิษย์ทรยศต้องมอดไหม้ใต้เพลิงทัณฑ์สวรรค์ มิอาจมีโอกาสหวนคืน
แต่ในวินาทีนี้ เบื้องหน้าของมหาปรมาจารย์ผู้เย็นชา ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกลับคุกเข่าลงท่ามกลางความหนาวเหน็บ ร่างกายบอบบางสั่นเทาด้วยแรงกดดันจากอาณาจักรจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ทว่าแว่นแคว้นแห่งดวงตากลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากแต่ซ่อนประกายความแค้นเคืองที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความนอบน้อมอย่างแนบเนียน
ประหลาดนัก... ไอปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างคล้ายคลึงกับศิษย์รักที่เขาลงมือสังหารด้วยมือตนเองเมื่อสามปีก่อนราวกับพิมพ์เดียวกัน
"เงยหน้าขึ้น" มู่หรงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ดุจกระบี่น้ำแข็งที่พร้อมจะเสียดแทงทะลวงหัวใจผู้คนได้ทุกเมื่อ
เด็กหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ยังคงความเยาว์วัย ทว่าริมฝีปากกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่สะท้อนเงาของมู่หรงเฉิน ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงต่อหน้ามหาปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ มีเพียงความเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกตาที่กระพริบไหว
"ศิษย์... คารวะท่านอาจารย์"
น้ำเสียงนั้นกังวานใส ทว่าบาดลึกเข้าสู่โสตประสาทของมู่หรงเฉินราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ชื่อที่ถูกเอמה่ออกมาเต็มไปด้วยความประชดประชันที่คนนอกย่อมไม่มีวันเข้าใจ สามปีก่อน นางคือศิษย์เอกผู้เพียบพร้อม ดั่งไข่มุกอันล้ำค่าแห่งสำนักโอสถสวรรค์ แต่เขากลับต้องใช้กระบี่เล่มเดียวกันนี้ปลิดชีพนางเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎสำนัก
แล้วเหตุใด... วิญญาณที่ควรแตกดับสลายไปตามวิถีแห่งวัฏสงสาร จึงกลับมาปรากฏกายในร่างใหม่ พร้อมกับดวงจิตที่เต็มไปด้วยความชิงชังเช่นนี้เล่า?
มู่หรงเฉินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝาดกระทบพื้นหิมะดังกรอบแกรบสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของยอดเขา ไอปราณรอบกายเขาแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันอันมหาศาล บีบอัดจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างของเด็กหนุ่มเซถอยไปด้านหลังเล็กน้อยด้วยแรงกดดันระดับมหาปรมาจารย์ แต่ริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"เจ้าชื่ออะไร" มู่หรงเฉินถาม มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว
"ศิษย์มีนามว่า 'ไป๋หลาน' ขอรับ... เป็นชื่อที่มารดาผู้ล่วงลับตั้งให้ ก่อนที่นางจะสอนข้าว่า 'ผู้ใดที่หักหลังความไว้ใจ สมควรต้องชดใช้ด้วยชีวิต'"
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมหายใจของมู่หรงเฉินสะดุดไปเสี้ยววินาที นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอันตราย ปราณกระบี่ในกายพุ่งพล่านแทบทะลักออกมาจากจุดตันtian คำพูดนี้... ประโยคนี้... คือคำพูดสุดท้ายที่นางเคยกล่าวไว้ก่อนที่คมกระบี่ของเขาจะแทงทะลุหัวใจนาง!
ไป๋หลานจ้องมองปฏิกิริยาของอาจารย์ผู้เยือกเย็นด้วยความสะใจที่ซ่อนเร้น นางยอมละทิ้งร่างเดิม ยอมใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อดึงดวงจิตกลับมาจากห้วงอเวจี แลกกับการสูญเสียพลังยุทธ์เกือบทั้งหมดและต้องทนทุกข์ทรมานยามราตรีมานานนับปี ก็เพื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในวันนี้ เพื่อถามคำถามเดียวที่ค้างคาใจ...
*เหตุใดท่านจึงฆ่าข้า?*
มู่หรงเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความสั่นไหวในจิตใจ เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามีพิษสงรอบตัว และการรับศิษย์ผู้นี้เข้ามาในตำหนักโอสถสวรรค์ ย่อมเท่ากับการชักศึกเข้าบ้าน นำพาหายนะที่อาจทำลายล้างสำนักทั้งสำนักมาสู่มือตนเอง ทว่า... ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเรียกร้องให้เขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
ปลายนิ้วที่กุมด้ามกระบี่คลายออกช้าๆ มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่าเต็มไปด้วยความท้าทายต่อลิขิตสวรรค์
"ดี..." มู่หรงเฉินก้าวเข้าไปประชิดตัว จนกระทั่งกลิ่นอายจางๆ ของดอกเหมยป่าลอยเข้าจมูก — กลิ่นอายเดียวกับที่นางเคยใช้ไม่มีผิดเพี้ยน "ในเมื่อเจ้าปรารถจะเรียนวิถีโอสถและวิถีกระบี่จากข้านัก ข้าก็จะรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดคนสุดท้าย"
ไป๋หลานชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบรับง่ายดายเช่นนี้ แววตาฉายความสงสัยระคนระแวดระวังขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่มู่หรงเฉินกลับโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและทรงพลัง จนทำให้เลือดในกายของเด็กหนุ่มเต้นเร้าด้วยความหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
"แต่จำไว้... ศิษย์น้อย หากวันใดที่เจ้าคิดทรยศข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ลังเลเลยที่จะส่งวิญญาณของเจ้าไปสู่ความว่างเปล่า ตลอดกาล..."
ทว่า ในวินาทีที่มู่หรงเฉินผละกายถอยหลัง สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นรูปดอกบัวโลหิตที่ต้นคอของเด็กหนุ่ม ซึ่งโผล่พ้นปกเสื้อขึ้นมาวูบหนึ่งตามแรงลม... รอยแผลนั้น เป็นรอยแผลเดียวกับที่เขาเป็นคนฝังไว้ด้วยกระบี่โลหิตเมื่อสามปีก่อน!
รอยแผลที่ไม่มีทางลบเลือนต่อให้ผ่านไปกี่ชาติภพ!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนอันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 1
หิมะโปรยปราย ณ เขาเมฆา
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!