"ข้าบอกแล้วไงว่าแป้งนั่นน่ะ ถ้าเจ้าจะทำขายก็ต้องแบ่งเงินให้แม่สามีของเจ้าสักสามส่วน ไม่ใช่เอาไปหมกตัวทำคนเดียวในครัวจนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วแบบนี้!"
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าลู่แผดขึ้นประหนึ่งเสียงนกแก้วถูกเหยียบหาง นางยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าครัวดินเผา ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังเข่งไม้ไผ่ที่หลินว่านจินกำลังบรรจงวางซาลาเปาลูกอวบสีขาวนวลลงไปอย่างใจเย็น
หลินว่านจินไม่ได้เงยหน้ามองเสียด้วยซ้ำ นางเพียงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะปิดฝาซึ้งนึ่งไม้ไผ่ลงอย่างมั่นคง "สามส่วนหรือคะท่านแม่? ท่านไม่ได้แม้แต่จะหยิบจับวัตถุดิบ หรือแม้แต่ซื้อแป้งมาให้ข้าสักกระสอบ แล้วท่านเอาความกล้าหน้าด้านที่ไหนมาเรียกเก็บส่วนแบ่งจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่นคะ"
"เจ้า... นังสะใภ้อกตัญญู! นี่เจ้ากล้าเถียงข้าต่อหน้าสามีเจ้าหรือ!"
"ท่านแม่ครับ" ลู่เฉิงเฟยที่เพิ่งเดินถือฟืนเข้ามาวางข้างเตาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบของชายชาติทหารกลับกดดันจนแม่เฒ่าลู่ต้องชะงัก "ภรรยาข้าทำงานหนักมาทั้งคืน หากท่านไม่มีเรื่องสำคัญอื่นนอกจากเรื่องเงิน... เชิญท่านกลับไปพักผ่อนที่เรือนเถอะครับ"
หลินว่านจินอมยิ้ม มือเรียวบางหยิบผ้าขาวบางมาคลุมซาลาเปาที่นึ่งจนแป้งฟูขาวนวล เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งเหมือนก้อนเมฆ กลิ่นหอมกรุ่นของไส้หมูสับผสมเห็ดหอมจากมิติลับของนางมันช่างยั่วน้ำลายเสียจนคนในรั้วในวังยังต้องหันมอง ซาลาเปาของนางไม่ใช่ซาลาเปาธรรมดา แต่เป็นซาลาเปาที่นางคัดสรรแป้งสาลีเนื้อละเอียดจากห้างสรรพสินค้ามิติลับมาผสมกับแป้งสูตรลับที่นางคิดค้นขึ้นเอง จนได้ความหนานุ่มที่ไม่มีใครในยุคสมัยนี้ทำได้
"เฉิงเฟยคะ วันนี้เราจะเข้าตลาดมืดกัน" หลินว่านจินหันไปกระซิบกับสามี ทิ้งให้แม่เฒ่าลู่ยืนหน้าเขียวหน้าเหลืองอยู่ตรงนั้น
ตลาดมืดในยามวิกาลเต็มไปด้วยไอหมอกและความระแวง แต่ทันทีที่หลินว่านจินเปิดผ้าคลุมเข่งออก กลิ่นหอมเย้ายวนใจของแป้งนึ่งร้อนๆ ก็ฟุ้งกระจายราวกับมนต์สะกด พ่อค้าแม่ค้าที่กำลังซื้อขายของเถื่อนถึงกับชะงักกึก สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ซาลาเปาลูกโตไส้ทะลักในเข่งของนางเป็นตาเดียว
"นี่คืออะไร? กลิ่นช่างหอมนัก..." ชายร่างท้วมที่ดูเหมือนเป็นเจ้าถิ่นเดินเข้ามาใกล้ แต่ถูกลู่เฉิงเฟยขยับตัวขวางไว้ด้วยท่าทางองอาจ
"ซาลาเปาไส้หมูสูตรพิเศษค่ะ รับรองว่าท่านไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน" หลินว่านจินกล่าวด้วยรอยยิ้มการค้า "ราคาลูกละห้าเหรียญทองแดง ซื้อห้าลูกแถมหนึ่งลูกค่ะ"
"ข้าเอาสิบลูก!"
"ข้าเอาด้วย! เอามาให้ข้า!"
"อย่าแย่งกัน! ข้ามาก่อน!"
ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นในพริบตา เมื่อกลิ่นหอมของซาลาเปาทำหน้าที่เป็นพนักงานขายชั้นยอด ผู้คนต่างควักเหรียญทองแดงออกมาแย่งกันซื้อจนเข่งแทบคว่ำ ลู่เฉิงเฟยต้องคอยกันคนไม่ให้เบียดภรรยาของเขา มือหนาของเขาคอยรับเงินและส่งสินค้าอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขามีแต่ความภาคภูมิใจเมื่อเห็นภรรยาของตนจัดการกับลูกค้าได้อย่างฉลาดและเด็ดขาด
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ซาลาเปาสองร้อยลูกก็หมดเกลี้ยง หลินว่านจินนับเหรียญทองแดงในมือด้วยความพึงพอใจ กำไรมหาศาลครั้งนี้คือตบหน้าบรรดาญาติพี่น้องที่คอยเหยียดหยามนางว่าไร้ค่าได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเก็บร้านเพื่อเดินทางกลับ ลมหนาวก็พัดวูบผ่านหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำที่ดูไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไปก็ดังขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้ ชายคนกลางที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าก้าวออกมาข้างหน้า สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ซาลาเปา แต่มองตรงมาที่ขวดเครื่องปรุงรสที่หลินว่านจินเผลอวางทิ้งไว้ข้างเข่ง
"รสชาติที่ข้าตามหามานาน... ในที่สุดก็มาอยู่ในตลาดกระจอกๆ แห่งนี้" ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับหยิบขวดเครื่องปรุงขึ้นมาเปิดดม "แม่นาง... เจ้าเอาเครื่องปรุงประหลาดนี้มาจากไหน? และทำไมมันถึงมีกลิ่นที่เหมือนกับสมบัติที่สาบสูญไปของตระกูลข้า!"
หลินว่านจินหัวใจกระตุกวูบ เมื่อพบว่าชายที่อยู่ตรงหน้ามีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่นางเคยเห็นในหนังสือประวัติศาสตร์ของมิติลับที่ยังอ่านไม่จบ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 13
ซาลาเปาไส้ทะลักขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!