กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้โบราณที่ตุ๋นเคี่ยวด้วยน้ำตาลอ้อยและเครื่องเทศจีนจนเปื่อยนุ่ม กำลังลอยอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านไม้ชั้นเดียวของครอบครัวพันจ่าเอกหินผา ทว่าบรรยากาศภายในห้องครัวกลับไม่ได้อบอุ่นหอมหวานตามกลิ่นอาหารนั้นเลยแม้แต่น้อย
"พี่ริน... ทำไมพี่ถึงใช้วัตถุดิบสิ้นเปลืองแบบนี้ล่ะคะ? หมูสามชั้นชิ้นหนาเตอะนี่ ถ้าเอาไปแลกกับเกลือหรือน้ำมันพืชที่สหกรณ์หมู่บ้าน น่าจะได้หลายกระสอบเชียวนะ"
เสียงหวานใสที่เจือความอิจฉาริษยาอย่างแนบเนียนดังขึ้นจาก "ลำยอง" ลูกพี่ลูกน้องฝั่งสามีผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวห่างๆ หล่อนกวาดสายตามองหม้อดินเผาขนาดใหญ่บนเตาถ่านด้วยแววตาวาววับ ก่อนจะเบนสายตามายังรินรดาที่กำลังยืนตักพะโล้ร้อนๆ ใส่ปิ่นโตเคลือบสีคลาสสิกด้วยท่าทีสงบนิ่ง
รินรดายังคงก้มหน้าจัดเรียงไข่พะโล้สีเข้มและเต้าหู้ทอดพองฟูลงในปิ่นโตอย่างประณีต นางชำเลืองมองน้องสามีตัวแสบแวบหนึ่งผ่านหางตา... คนผู้นี้มักจะแวะเวียนมาตีสนิททุกครั้งยามที่บ้านของนางมีของกินดีๆ เสมอ ทว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงหาใช่ความห่วงใยไม่ หากแต่เป็นความริษยาที่พยายามกัดเซาะทำลายชื่อเสียงของนางทีละน้อยต่างหาก
"ของพวกนี้ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของฉันเอง ไม่ได้ไปเบียดเบียนข้าวปลาอาหารในยุ้งฉางส่วนกลางของใครนี่จ๊ะ ลำยอง" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม นางวางทัพพีลงแล้วหันไปสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "อีกอย่าง การทำอาหารอร่อยๆ ให้สามีและคนในครอบครัวกินเพื่อบำรุงกำลัง ไม่เรียกว่าความสิ้นเปลืองหรอกนะจ๊ะ เรียกว่าการใส่ใจต่างหาก"
ลำยองแค่น "ชิ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ หล่อนแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปใกล้เตาไฟแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระปุกเครื่องเทศราคาแพงที่รินรดาแอบดึงออกมาจาก "มิติร้านชำ" ข้ามภพมาสดๆ ร้อนๆ ขึ้นมาดูพลิกไปพลิกมา
"โอ๊ะ! เครื่องเทศกลิ่นแปลกประหลาดนี่... หน้าตาไม่เหมือนของที่เรามีขายกันทั่วไปเลยนะคะพี่ริน หรือว่า... พี่แอบไปลักลอบค้าขายของเถื่อนมาจากตลาดมืดหลังค่ายทหารกันแน่? สมัยนี้เข้มงวดเรื่องการกักตุนสินค้ามากนะพี่ ถ้าเจ้าหน้าที่รู้เข้า พี่หินผาอาจจะพลอยเดือดร้อนถูกปลดออกจากราชการไปด้วยนะจ๊ะ"
คำพูดของลำยองไม่ใช่แค่การหยอกล้อ แต่เป็นการ "ใส่ร้ายป้ายสี" ที่เจือพิษร้ายหวังให้ถึงตาย ยุคสมัยนี้การถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้าของเถื่อนหรือกักตุนสินค้าเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร โทษทัณฑ์หนักหนาสาหัสถึงขั้นติดคุกตารางหรือถูกไล่ออกจากราชการอย่างไร้เยื่อใย
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ไร้สารៈนั้นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน แววตาของแพทย์สาวจากโลกอนาคตกลับฉายแววสนุกสนานราวกับกำลังมองเด็กน้อยเล่นขายของ
"ของเถื่อนอย่างนั้นหรือจ๊ะ ลำยอง? ตาเธอนี่ช่างแหลมคมเสียจริงนะ ถึงมองออกว่าเป็นของผิดกฎหมาย ทั้งที่กระปุกนี้ฉันเพิ่งเอามาจากห้องเก็บของใต้ถุนบ้านเมื่อครู่เอง... หรือว่าเธอมีความเชี่ยวชาญเรื่องสินค้าหนีภาษีพวกนี้เป็นพิเศษ ถึงได้ดูออกรวดเร็วทันใจขนาดนั้น?"
ลำยองหน้าถอดสีทันที สีหน้าที่เคยยิ้มเยาะแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว หล่อนรีบวางกระปุกเครื่องเทศลงบนโต๊ะราวกับมันเป็นของร้อน "พะ...พูดจาอะไรแปลกๆ นะพี่ริน! ฉันจะไปรู้เรื่องของเถื่อนพวกนั้นได้ยังไงกันเล่า ฉันก็แค่... แค่เป็นห่วงพี่กับพี่หินผาต่างหากล่ะ!"
"เป็นห่วงหรืออยากหาเรื่องใส่ร้ายกันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องครัว พันจ่าเอกหินผาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาดุคมกริบกวาดมองลำยองด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้ผู้อื่นต้องหายใจไม่ทั่วท้อง
หินผาเพิ่งกลับมาจากลาดตระเวนชายแดน เขายืนฟังบทสนทนาทั้งหมดอยู่หน้าประตูนานพอที่จะรู้ว่าใครกำลังหาเรื่องใคร เมียรักของเขาเป็นคนฉลาดและขยันทำมาหากิน ย่อมไม่มีทางทำเรื่องโง่เขลาอย่างการเอาอนาคตของครอบครัวไปเสี่ยงแน่นอน
"พี่... พี่หินผา!" ลำยองสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางถ้วยชาม "คะ...คือว่า ลำยองแค่หยอกล้อกับพี่รินเล่นเฉยๆ ค่ะ ไม่คิดว่าพี่จะ..."
"การใส่ร้ายป้ายสีภรรยาของฉันจนเกือบทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น" หินผาก้าวเข้าไปประชิดตัวลำยองด้วยท่าทีคุกคาม ร่างกายกำยำแผ่ไอสังหารของทหารผ่านศึกออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าเธอว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็กลับไปช่วยงานที่แปลงนาของครอบครัวตัวเองซะ อย่ามาเดินเพ่นพ่านหาเรื่องคนในบ้านนี้อีกเป็นอันขาด!"
ลำยองหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาพันจ่าเอกหินผา ทำได้เพียงกัดริมฝีปากล่างด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก ก่อนจะสะบัดหน้าวิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตมาดร้ายไว้เบื้องหลัง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างกาย นางยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสแขนแกร่งเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"คุณนี่นะ ดุเกินไปแล้ว เดี๋ยวเขาก็เอาไปนินทาเสียหายหรอกค่ะ" รินรดายิ้มบางๆ
หินผาถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าที่เคยดุดันอ่อนลงทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา เขายื่นมือหนามาโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมนุ่มของภรรยา
"ใครจะกล้านินทาอะไรเมียผมอีก ถ้ามันไม่อยากเจอดี" หินผากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะก้มลงมองปิ่นโตอาหารบนโต๊ะ "แล้วนี่... คุณจะเอาพะโล้พวกนี้ไปไหนหรือครับ?"
"ฉันตั้งใจจะเอาไปฝากผู้พันกับภรรยาที่กองพันค่ะ พอดีมีเรื่องต้องไปเจรจาเรื่องการขอเช่าพื้นที่โรงครัวเก่าท้ายค่ายเพื่อเปิดร้านขายอาหารเช้าเล็กๆ เสียหน่อย" รินรดาอธิบายแผนการในใจให้สามีฟัง ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
หินผานิ่งงันไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา นางมีความสามารถและวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำกว่าผู้คนในยุคนี้หลายเท่าตัวนัก ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจ
"งั้นเดี๋ยวผมเดินไปส่ง..."
ยังไม่ทันที่หินผาจะพูดจบประโยค เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของทหารยามประจำกองร้อยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ผู้กองหินผา! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดมืดหลังค่าย สินค้าล็อตใหม่ที่คุณรินรดาฝากไปฝากขาย... ตอนนี้กำลังถูกเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบุกเข้ายึดและรื้อค้นร้านค้าจนพินาศหมดแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมและชิมความอร่อยไปพร้อมกับรินรดานะครับ
ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ•ตอนที่ 9
ศัตรูตัวฉกาจปรากฏกาย
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!