นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 24

ความลวงที่งดงาม

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
คราบเลือดจางๆ บนแผ่นโลหะสเตนเลสในห้องชันสูตรไม่ได้ให้คำตอบใดๆ ที่กระจ่างชัดไปกว่ารอยแผลเป็นในใจของดร.อลิสา แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับใบมีดผ่าตัดในมือเรียวที่สวมถุงมือยาง กระแสลมเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้ผิวเนื้อของแพทย์นิติเวชสาวสะท้านเท่ากับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศรอบตัว ความเงียบที่ไม่ได้ว่างเปล่า หากแต่เต็มไปด้วยแรงกระแทกของข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย เมื่อหลักฐานชิ้นล่าสุดจากกระดูกโบราณอายุกว่าหมื่นปีกลับมีรอยกรีดที่สอดคล้องกับรอยแผลบนศพเหยื่อฆาตกรรมรายล่าสุดอย่างน่าขนลุก เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังบานประตูกระจกฝ้าโดยไม่ต้องเอ่ยคำอนุญาต อลิสาไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร เรย์มอนด์... ผู้ชายที่ยืนอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างนักโบราณคดีผู้ทรงเกียรติกับผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เธอตามล่า กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและฝุ่นดินจากแหล่งโบราณคดีลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคย "คุณกำลังใช้ตรรกะทางนิติเวชมาจับต้องสิ่งที่มีอายุเกินกว่าจะอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นะ ดร.อลิสา" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่นิ่งสนิทดังขึ้น ทว่าแฝงรอยยิ้มบางเบาที่เธอสัมผัสได้จากคลื่นเสียงนั้น อลิสาวางมีดผ่าตัดลงบนถาดโลหะเสียงดังกระทบกันกังวาน เธอถอดถุงมือยางออกช้าๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นตาบางเฉียบฉายแววเยือกเย็นและท้าทาย "วิทยาศาสตร์อาจอธิบายอดีตไม่ได้ทุกเรื่องค่ะ เรย์มอนด์ แต่รอยมีดบนกระดูกชิ้นนี้ไม่ได้โกหก มันถูกกรีดด้วยมุมองศาเดียวกัน แรงกดเดียวกัน และใช้วัสดุที่มีความแข็งใกล้เคียงกับโลหะผสมในยุคสำริด... ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่าเป็นยุคสมัยที่คุณเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ" เธอจงใจเน้นเสียงที่คำว่า 'บังเอิญ' พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะชันสูตร ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางความคิดที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต เรย์มอนด์ไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงอยู่ แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย มันคือความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา "คุณคิดว่าผมเป็นฆาตกรจริงๆ หรืออลิสา..." เขาเอ่ยชื่อเธอห้วนๆ โดยไม่มีคำนำหน้าตำแหน่ง นี่คือช่วงเวลาที่ความสุภาพแบบมืออาชีพถูกละลายด้วยความตึงเครียดทางจิตวิทยา "ตลอดเวลาที่คุณพยายามใช้มีดผ่าตัดชำแหละความลับของซากศพ คุณเคยใช้ความรู้สึกชำแหละหัวใจตัวเองบ้างไหมว่าทำไมคุณถึงพยายามผลักไสผมออกไป" หัวใจของอลิสาเต้นกระหน่ำในอกอย่างผิดจังหวะ แต่น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบราวน้ำแข็ง "เพราะหลักฐานทั้งหมดมันชี้มาที่คุณ... และฉันไม่เคยปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาเหนือกว่าหน้าที่" "หน้าที่เหรอ..." เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเร้าใจจนน่ากลัว เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวเฉียดผ่านเส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างกรอบหน้าของเธอไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะหยุดค้างไว้กลางอากาศ ราวกับเขารู้ดีว่าหากแตะต้องเธอ มันจะเป็นการจุดชนวนระเบิดที่ไม่มีวันดับ "คุณบอกว่าตัวเองยึดมั่นในตรรกะ แต่ทำไมเวลาที่อยู่ใกล้ผมชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วกว่าปกติถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะ ดكتور... นี่คือข้อเท็จจริงทางนิติเวชที่คุณปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน" อลิสาชะงักไปชั่วขณะ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป ไม่ใช่เพราะเขาอาจจะเป็นฆาตกรที่เธอกำลังตามล่า แต่เพราะเขารู้จักวิธีพังทลายกำแพงตรรกะที่เธอสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองจากความตายของครอบครัวในอดีตได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่ามีดผ่าตัด "คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยา เรย์มอนด์" เธอกระซิบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เธอเกลียดตัวเองนัก "ผมไม่ได้เล่นเกม" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและลุ่มลึกขึ้น แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการหยอกเย้าหลงเหลืออยู่ มีเพียงความมืดมนและจริงใจที่พรั่งพรูออกมา "ผมยอมรับว่าผมหมกมุ่นกับพิธีกรรมโบราณ ผมยอมรับว่าผมรู้เรื่องราวความตายเหล่านั้นมากกว่าที่ตำรวจรู้... แต่คนที่ผมอยากเปิดเปลือยความลับให้ฟังมากที่สุด ไม่ใช่ประวัติศาสตร์หน้าไหนเลย... แต่อย่างน้อยก็คือคุณ อลิสา" บรรยากาศในห้องชันสูตรเงียบสงบลงจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าๆ ที่ปิดไม่สนิท ความตึงเครียดเปลี่ยนรูปเป็นความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวง เคมีระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ อลิสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เธอมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีเทาคู่นั้น—ผู้หญิงที่เย็นชาต่อโลกภายนอก แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับความดิบเถื่อนและลึกลับของผู้ชายตรงหน้า เธอยกมือขึ้นตั้งท่าจะผลักอกเขาออกเพื่อสร้างระยะห่าง แต่มือของเรย์มอนด์กลับไวusเร็วกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ดิ้นหลุด แต่ก็ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ แรงสัมผัสที่อบอุ่นสวนทางกับความเย็นเยียบของห้องชันสูตรทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด "ถ้าคุณคิดว่าผมคือภัยอันตราย..." เรย์มอนด์ก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มจนขนลุกซู่ "ทำไมคุณถึงยังเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไว้ในลิ้นชักส่วนตัวของคุณ... ชิ้นที่คุณไม่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ในสำนวนคดี" อลิสาเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่ววินาที ความลับที่เธอซ่อนไว้... หลักฐานชิ้นที่สามที่บ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของฆาตกร ซึ่งมีเพียงเธอกับผู้ตายเท่านั้นที่รู้... เขารู้ได้อย่างไร? ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากปฏิเสธ เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบคอมพิวเตอร์หลักของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องชันสูตรแทนที่แสงนีออนสีขาว บนหน้าจอแสดงผลของระบบฐานข้อมูลคดีฆาตกรรมปรากฏข้อความแจ้งเตือนด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน: *[WARNING: unauthorized access detected - Database is downloading to an unknown external IP]* อลิสาหันขวับไปมองหน้าจอ ก่อนจะตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การเจาะระบบจากภายนอก แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่เสียบคาอยู่กับพอร์ตยูเอสบีข้างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอเอง... แฟลชไดรฟ์ที่เรย์มอนด์เพิ่งดึงมือออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปกับ "เงาจันทราลี้ลับ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%