นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 5

กับดักของกาลเวลา

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เหล็กดัดบานใหญ่ส่งเสียงกรีดร้องเสียดสีกันด้วยแรงบิดมหาศาล ขณะที่คราบสนิมสีเลือดหมูบนจารึกหินโบราณสะท้อนวับแวมกับแสงไฟฉายคาดหัว อลิสาไม่เคยคิดเลยว่าห้องเก็บวัตถุโบราณใต้ดินของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งนี้ จะกลายเป็นห้องใต้ดินแห่งการพิพากษาที่ไร้ซึ่งทางออก เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วที่พวกมันขังพวกเขาไว้ข้างใน ยังคงทิ้งกลิ่นอายความอับชื้นของความตายไว้ในโพรงจมูก ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้องกังวานมาจากโถงทางเดินมืดมิดเบื้องบน "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขังเราไว้..." เสียงทุ้มต่ำของเรย์มอนด์กระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนจากสัญชาตญาณดิบ เขาก้าวเข้ามาประชิดร่างเธออย่างรวดเร็วเพื่อบังกระแสลมหนาวที่พัดลอดช่องประตู แผ่นอกกว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางของเธอผ่านเสื้อกาวน์สีขาวที่ยับย่น ความอบอุ่นจากตัวเขาตัดกับความเยือกเย็นของห้องใต้ดินอย่างสิ้นเชิง แววตาสีเทาเข้มของนักมานุษยวิทยาผู้นี้หรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในยามที่ความตายหายใจรดต้นคอเช่นนี้ เสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ราวกับซาตานที่เชิญชวนให้เธอดำดิ่งลงสู่หุบเหวไปด้วยกัน อลิสาขยับตัวหลบเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเป็นแพทย์นิติเวชบอกเธอว่าความใกล้ชิดนี้อันตรายไม่แพ้คมมีด แต่สมองส่วนตรรกะกลับประมวลผลเร็วกว่านั้น เธอกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อมองหาทางหนีทีไล่ แสงไฟฉายสาดส่องกระทบชั้นวางวัตถุโบราณที่สั่นคลอน เศษเครื่องปั้นดินเผาอายุหลายพันปีร่วงลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย เสียงนั้นดังสะท้อนราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของพวกเขา "ถอยไป เรย์มอนด์" อลิสาเอ่ยเสียงเรียบ แต่หัวใจกลับเต้นรัวราดด้วยความตึงเครียด มือเรียวภายใต้ถุงมือยางกระชับสเกลัลโลหะในกระเป๋าเสื้อแน่นขึ้น "ถ้าพวกมันต้องการทำลายหลักฐานคดีฆาตกรรมบูชายاني... วัตถุชิ้นนั้นต้องไม่ถูกแตะต้อง" วัตถุชิ้นนั้นคือแผ่นศิลาจารึกยุคสำริดที่มีรอยกรีดลึกรูปดวงตาแห่งอนูบิส ซึ่งตรงกับร่องรอยบาดแผลบนศพที่เธอเพิ่งผ่าพิสูจน์ไปเมื่อวาน มันคือหลักฐานชิ้นเอกที่เชื่อมโยงเครือข่ายอำนาจมืดในแวดวงโบราณคดีกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่อ่านรหัสลับบนนั้นออก *พรวด!* เสียงกระจกแตกกระจายที่ด้านหลังห้องทำให้ทั้งคู่ชะงัก ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำด้านโผล่พ้นความมืดเข้ามา ตามมาด้วยร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า ดวงตาของพวกมันเยียบเย็นและไร้ซึ่งความปรานี เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการเก็บกวาดให้สิ้นซาก "ซ้ายมือ!" เรย์มอนด์ตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งเข้าชาร์จร่างของอลิสาให้ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงหินด้านหลัง เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ปุ... ปุ...* สองสามครั้งติดต่อกัน กระสุนฝังลงบนชั้นไม้จนเศษไม้กระจายว่อน แรงกระแทกทำให้ร่างของอลิสาแนบชิดอยู่ใต้ร่างของเรย์มอนด์ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นกระดาษโบราณผสมกับความเย็นเยียบยามค่ำคืน—อบอวลอยู่รอบตัวเธอ ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันเช่นนี้ แววตาของเรย์มอนด์ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายและความลึกลับที่ชวนให้รู้สึกขนลุก "คุณนี่มันดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะ ดร.อลิสา" เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วิสาสะ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของมือสังหารที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที "เก็บคำชมไว้พูดตอนที่เรายังมีลมหายใจเถอะค่ะ" อลิสากัดฟันตอบ น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงด้วยความเฉียบขาด เธอยกศอกขึ้นกระแทกเข้าที่สีข้างของเขาอย่างแรง จนเรย์มอนด์ต้องยอมผละออกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความขบขันจางๆ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อลิสาอาศัยจังหวะที่มือสังหารคนแรกก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟ พลิkตัวลุกขึ้นพร้อมกับคว้าขวดสารเคมีกรดเข้มข้นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าๆ สาดใส่ใบหน้าของมันเต็มแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นห้อง กลิ่นเนื้อไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่อับชื้น แต่มันยังไม่จบ มือสังหารคนที่สองพุ่งเข้ามาล็อกตัวเธอจากด้านหลัง แขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กเหนี่ยวรัดลำคอระหงของเธอไว้แน่นจนอากาศขาดช่วง อลิสาดิ้นรนสุดกำลัง เล็บมือจิกข่วนลงบนแขนของมัน แต่มันกลับยิ่งรัดแน่นขึ้น รัศมีการมองเห็นเริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางท่ามกลางความมืดมิดที่โถมเข้าใส่ "ปล่อยเธอ..." เสียงคำรามต่ำที่หลุดออกมาจากลำคอของเรย์มอนด์เปรียบเสมือนเสียงจากขุมนรก เขากระโจนเข้าใส่รุกฆาตมือสังหารคนนั้นด้วยความดุดันผิดคาด แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับชั้นวางกระดูกโบราณ เศษกระดูกมนุษย์นับร้อยชิ้นร่วงหล่นลงมาเกลื่อนพื้นราวกับหิมะสีขาวโพลน เรย์มอนด์ใช้เหล็กฉากที่หยิบฉวยมาได้กระหน่ำฟาดลงที่ร่างของมือสังหารไม่ยั้ง ความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษนักมานุษยวิทยาปะทุออกมาอย่างเต็มเปี่ยม จนมือสังหารแน่นิ่งไปในที่สุด ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของอลิสากับเรย์มอนด์ที่ดังแข่งกัน อลิสาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือเรียวกุมลำคอที่ปรากฏรอยแดงช้ำ เลือดจากเศษกระจกบาดที่ฝ่ามือไหลซึมออกมาหยดลงบนพื้นซีเมนต์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอ สายตาของแพทย์นิติเวชสาวถูกดึงดูดไปยังรอยสักรูปงูกินหางที่ต้นคอของมือสังหารคนที่นอนหมดสติอยู่ รอยสักนั้น... เป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับแฟ้มคดีลับที่พ่อของเธอเคยเก็บไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำเมื่อสิบปีก่อน "นี่มัน..." อลิสาพึมพำด้วยความตกตะลึง แววตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกในเวลาเดียวกัน เรย์มอนด์ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงข้างๆ เธอ นิ้วเรียวยาวของเขายื่นมาแตะที่ปลายคางของเธอเบาๆ เพื่อบังคับให้เธอมองหน้าเขา แววตาสีเทาของเขาลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายที่เธอไม่อาจคาดเดา "ดูเหมือนว่า... ความลับที่คุณตามหามาตลอดชีวิตกำลังจะเปิดเผยแล้วล่ะนะ ดร.อลิสา" เรย์มอนด์กระซิบเสียงพร่า พร้อมกับใช้นิ้วอีกข้างเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา "แต่ปัญหาก็คือ... คุณพร้อมที่จะรับรู้ความจริงที่ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด อาจเป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่คุณไว้วางใจ... หรือแม้แต่ตัวผมเอง... หรือยัง?" ก่อนที่อลิสาจะได้ทันเอ่ยปากตอบคำถามที่สั่นคลอนจิตวิญญาณนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังขึ้นกึกก้องที่ด้านนอกประตูเหล็กดัด พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่ส่องลอดผ่านช่องว่างเข้ามา และเสียงเปิดล็อกรหัสประตูก็ดังขึ้น... *คลิก* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%