ความมืดของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเงียบ หากแต่เปรียบเสมือนการก้าวลงสู่ท้องสมุทรลึกที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง กลิ่นอับชื้นของไม้สักโบราณ กลิ่นอายของฝุ่นละอองที่ทับถมกันมานับศตวรรษ และกลิ่นเคมีจางๆ ของน้ำยาเคลือบวัตถุโบราณ ลอยอบอวลปะปนกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง
เสียงรองเท้าหนังของเรย์มอนด์กระทบกับพื้นหินอ่อนแกรนิตดังสะท้อนก้องกังวาน แม้เขาจะพยายามเดินให้เบาที่สุดแล้วก็ตาม
"คุณกำลังทำให้เรากลายเป็นเป้านิ่ง, เรย์มอนด์"
เสียงกระซิบต่ำลอดผ่านริมฝีปากของ ดร.อลิสา ดังขึ้นในความมืด น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมและเต็มไปด้วยความกดดัน ร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉายด้ามเล็กในมือที่ส่องนำทางผ่านห้องจัดแสดงโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์
เรย์มอนด์หยุดเดินชั่วขณะ เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ยากจะอ่านออก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก แม้ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกจับกุมข้อหาบุกรุกยามวิกาลเช่นนี้
"ความตื่นเต้นทำให้ประสาทสัมผัสของคุณเฉียบคมขึ้นต่างหาก, คุณอลิสา" เรย์มอนด์โน้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์และบุหรี่ราคาแพงลอยปะทะจมูก "คุณชอบความเสี่ยง... ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ยอมก้าวเข้ามาในห้องจัดแสดงนิทรรศการมรณะนี่กับผมหรอกจริงไหมคะ?"
อลิสาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มวาววับขึ้นด้วยความไม่พอใจ เธอขยับตัวถอยห่างจากเขาอย่างเว้นระยะห่างทางกายภาพและจิตวิทยา ปลายกระบอกไฟฉายในมือเธอนิ่งสนิท ไม่มีอาการสั่นไหวแม้แต่น้อย แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงด้วยความหวาดระแวงอันซับซ้อน
"ฉันไม่ได้มาเล่นสนุกกับคุณ, เรย์มอนด์" อลิสาเน้นเสียงทีละคำอย่างเยือกเย็น "บันทึกต้นฉบับอายุหมื่นปีเล่มนั้น... มันเชื่อมโยงกับรอยแผลเป็นบนศพของเหยื่อรายล่าสุดในห้องผ่าศพของฉัน และฉันต้องการคำตอบ ไม่ใช่คำพูดเย้าแห้งไร้สาระของคุณ"
เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่ในความเงียบสงัด เขาไม่ได้โต้แย้ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินนำต่อไปยังโซนจัดแสดงพิเศษ—พื้นที่ส่วนท้ายสุดของพิพิธภัณฑ์ที่ถูกปิดตายจากสายตาของสาธารณชน
เป้าหมายของพวกเขาคือห้องคลังเอกสารโบราณชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาบันทึกใบลานและศิลาจารึกชิ้นสำคัญที่ถูกขุดค้นพบจากแหล่งโบราณคดีลึกลับ ทางเข้าถูกซ่อนไว้หลังฉากกั้นไม้แกะสลักรูปอสุรกายโบราณ
อลิสากวาดสายตามองไปรอบๆ รูปปั้นสำริดของเทพเจ้าโบราณที่ตั้งเรียงรายตามทางเดินทอดเงาทอดยาวประหลาด ราวกับพวกมันกำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้าทั้งสองด้วยสายตาสมเพชเวทนา บรรยากาศดาร์กโรแมนติกและกลิ่นอายความตายแผ่ซ่าน ชวนให้จินตนาการถึงพิธีกรรมนองเลือดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
เรย์มอนด์หยุดอยู่ที่หน้าบานประตูเหล็กนิรภัยที่ขึ้นสนิมเขรอะ มือหนาหยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วและเงียบเชียบ ราวกับมืออาชีพที่คุ้นเคยกับการทำลายกฎหมายมานับครั้งไม่ถ้วน
"คุณนี่... ดูเชี่ยวชาญเรื่องการบุกรุกสถานที่ราชการเสียเหลือเกินนะคะ" อลิสาเอ่ยเหน็บแนมเบาๆ ขณะยืนกอดอกพิงผนังเย็นเยียบ คอยระวังหลังให้เขา
"ความรู้คือการลงทุนที่คุ้มค่าเสมอ, โดยเฉพาะความรู้ที่คนอื่นพยายามซ่อนไว้" เรย์มอนด์ตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากกลอนประตู "บางครั้ง... ความจริงก็สกปรกเกินกว่าจะปล่อยให้คนทั่วไปมองเห็นในแสงสว่าง"
คลิก!
เสียงกลอนประตูกลไกโบราณดีดตัวเปิดออกเบาๆ เรย์มอนด์ผลักบานประตูเหล็กให้แง้มออก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าพวยพุ่งออกมาทันที ทั้งสองก้าวล่วงล้ำเข้าไปในเขตหวงห้าม
ภายในห้องคลังเอกสารมีเพียงชั้นวางโลหะสูงตระหง่าน แสงไฟฉายสาดส่องกวาดไปตามสันหนังสือและกล่องเก็บเอกสารโบราณ อลิสาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่กลางห้อง บนโต๊ะมีสมุดบันทึกหนังสีดำเล่มหนาวางอยู่—มันคือเป้าหมายที่พวกเขาตามหา
อลิสาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางยื่นออกไปสัมผัสกับปกหนังที่เย็นเฉียบ เธอบรรจงเปิดหน้ากระดาษแรกออก ภาพวาดลายเส้นโบราณของพิธีกรรมบูชายัญด้วยเครื่องในมนุษย์ปรากฏแก่สายตา พร้อมกับตัวอักษรโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้ม—สีที่เธอมั่นใจว่าเป็นเลือดมนุษย์
"เจอแล้ว..." อลิสาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความแปลความหมายที่เขียนแทรกไว้ด้วยลายมือภาษาละตินสมัยใหม่
เรย์มอนด์ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังเธอ ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ ทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ อลิสารู้สึกถึงพลังงานอันตรายและแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่วินาทีนี้ ความอยากรู้ครอบงำสติสัมปชัญญะของเธอจนหมดสิ้น
"อ่านเจออะไรที่น่าสนใจหรือยังคะ, หมอ?" เสียงกระซิบของเรย์มอนด์ชิดริมใบหูของเธอ
อลิสาชะงักค้าง มือที่ถือไฟฉายสั่นไหวเล็กน้อยเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายของบันทึกหน้าดังกล่าวจบลง—บันทึกที่ระบุชื่อเหยื่อรายต่อไปอย่างชัดเจน และชื่อนั้น... คือชื่อของเธอเอง
ในวินาทีที่ความตระหนกวาบผ่านเข้ามาในดวงตาสีเข้ม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูทางเข้าห้องคลังเอกสาร เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืดมิด!
เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนบานประตูที่เปิดแง้ม พร้อมกับเสียงล็อกกลอนด้านนอกที่ดังขึ้น "กริ๊ก!"
พวกมันขังพวกเขาไว้ข้างในแล้ว...
"เงาจันทราลี้ลับ" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 4
รอยเท้าในพิพิธภัณฑ์
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!