กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแสบนาสิก แทรกตัวผ่านความมืดมิดเข้ามารังควานประสาทสัมผัส ปลุกสัญชาตญาณดิบของแพทย์นิติเวชในตัวฉันให้ตื่นตัวอย่างเต็มพิกัด ความอุ่นชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณแผ่นหลัง ไม่ใช่หยาดเหงื่อจากความหวาดกลัว... แต่เป็นของเหลวหนืดข้นที่ไหลรินจากร่างไร้วิญญาณด้านบน
"ถ้าคุณยังอยากรักษาสติปัญญาอันน่าทึ่งเอาไว้..."
เสียงกระซิบแหบพร่าของเรย์มอนด์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่กดปิดเปลือกตาของฉันไว้เมื่อครู่ ยังทิ้งไออุ่นจางๆ ไว้บนผิวแก้ว นัยน์ตาของฉันถูกความมืดโรยตัวทับถม แต่โสตประสาทกลับทำงานด้วยความถี่สูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังบดขยี้พื้นปูนเบื้องนอกประตูเหล็กบานพับที่แง้มอยู่เพียงคืบเดียว แสงไฟฉายกราดผ่านรอยแยกสว่างวาบเป็นทางยาว สะท้อนละอองฝุ่นในอากาศให้เต้นระบำราวกับภูตผี
"ตำรวจกองปราบ... มือใครอยู่ข้างใน! แสดงตัวเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยโทนเสียงห้าวหาญทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่ซัดเข้ากับบานประตูเหล็กสนิมเขรอะจนบานพับสั่นสะเทือน โครงสร้างตึกร้างแห่งนี้ส่งเสียงครางต่ำด้วยความชราภาพ
ในเสี้ยววินาทีนั้น เรย์มอนด์ไม่ได้ขยับหนี เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวแนบชิดลงมาบนแผ่นหลังของฉัน ร่างสูงใหญ่ของนักมานุษยวิทยาผู้เย่อหยิ่งทาบทับลงมาเพื่อบังร่างฉันไว้จนมิด กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่า หมึกพิมพ์โบราณ และกลิ่นอายฝนแรกบนผืนป่า—ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดอย่างไร้ความปรานี ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาฉวยข้อมือฉันไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อพันธนาการ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนผ่านชีพจรที่เต้นระรัวในจังหวะเดียวกัน
*อย่าขยับ...*
ฉันอ่านความนัยนั้นได้จากแรงบีบที่ข้อมือ อลิสาคนนี้ผ่านศพมานับร้อยนับพันร่าง ผ่านห้องผ่าตัดนิติเวชที่เย็นเยียบจนชาชิน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่สถานการณ์จะพลิกผันจากผู้ผ่าตัด กล is กลายเป็น "ผู้ต้องสงสัย" ในคดีฆาตกรรมสดๆ ร้อนๆ ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เบื้องล่างรองเท้าบูทของเรา ศพของสารวัตรผู้กว้างขวางนอนแน่นิ่งในสภาพกระดูกคอหักผิดรูป และมีรอยสลักประหลาดรูปดวงจันทร์เสี้ยวเลือดบนหน้าผาก—รอยเดียวกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปีในแฟ้มลับที่ฉันกำลังตรวจสอบ
แรงกระแทกครั้งที่สองระเบิดขึ้น ประตูเหล็กพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล แสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงสาดส่องเข้ามาภายในห้องแคบๆ ทันที
"ยื่นมือออกมา! วางอาวุธแล้วหมุนตัวมาทางนี้ช้าๆ!"
เสียงตะโกนเฉียบขาดพร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนพกสั้นนับสิบคู่ดังประสานกันระงม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในกรอบของตรรกะ แม้ว่าสมองส่วนอะมิกดาลากำลังกรีดร้องเตือนภัย สีหน้าของฉันเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์—หน้ากากอันสมบูรณ์แบบของแพทย์นิติเวชที่ถูกสวมทับลงไปทันที
เรย์มอนด์ค่อยๆ ขยับตัวถอยออกไปครึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้เงาหมวกไหมพรมหันกลับไปสบตากับฉันเพียงชั่วเสี้ยววินาที แววตาคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายระยิบระยับของความท้าทาย ราวกับเขากำลังสนุกสนานกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยลมหายใจ
"ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ! บอกให้ยกมือขึ้น!" นายตำรวจยศสารวัตรคนใหม่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปืนสั้นในมือเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเรย์มอนด์ ก่อนจะกราดมาที่ฉัน
ฉันค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ช้าๆ และสง่างาม ปลายนิ้วยังมีคราบเลือดสีเข้มติดอยู่เล็กน้อยจากศพเบื้องล่าง สายตากวาดมองผ่านกลุ่มนายตำรวจที่ล้อมกรอบเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนก้าวพ้นแถวแนวตำรวจเข้ามา
ผู้กำกับการวิกรม... นายตำรวจใหญ่ผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าฉากฆาตกรรมตรงหน้านี้ถูกจัดฉากและคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วอย่างแม่นยำ
"ไม่นึกเลยนะครับ ดร.อลิสา..." เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องอับชื้น "แพทย์นิติเวชมือหนึ่งของกรมตำรวจ จะผันตัวมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องในยามวิกาลเสียเอง"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ฉันสบตากับผู้กำกับการวิกรมตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยศักดิ์ศรีที่ไม่อมจำนนต่อข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ
"ถ้าท่านผู้กำกับการใช้ตรรกะพื้นฐานของนักสืบ มากกว่าอคติส่วนตัว..." ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนกังวานก้องไปทั่วห้อง "ท่านคงจะมองเห็นรอยช้ำรูปนิ้วมือบนลำคอของศพ ที่บ่งบอกว่าผู้ลงมือมีความสูงไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร และถนัดมือซ้าย... ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่สรีระของฉัน"
ผู้กำกับการวิกรมหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันพูดได้หลายภาษาครับคุณหมอ... โดยเฉพาะเมื่อลายนิ้วมือของคุณกำลังกำด้ามมีดอาคมที่ปักอยู่บนอกของสารวัตรผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นอยู่พอดี"
ฉันชะงักไปชั่วขณะ หางตาเหลือบมองลงไปยังร่างของสารวัตรเบื้องล่าง ทันใดนั้นเอง หัวใจก็กระตุกวูบ เมื่อพบว่ามีมีดโบราณด้ามไม้แกะสลักลวดลายประหลาด—มีดเล่มเดียวกับที่ฉันเก็บมาจากที่เกิดเหตุเมื่อสามวันก่อน—บัดนี้ถูกเสียบคาไว้ที่หน้าอกของศพ และที่สำคัญที่สุด... บนด้ามมีดนั้น มีรอยคราบเหงื่อและลายนิ้วมือของฉันปรากฏเด่นชัดภายใต้แสงไฟฉาย
นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ... นี่คือการจัดฉากเพื่อกำจัดฉันให้พ้นทางโดยสมบูรณ์แบบ!
เรย์มอนด์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก เขากระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ท่ามกลางกระบอกปืนนับสิบที่จ่อตรงมา
"ดูเหมือนว่า... เรากำลังนั่งอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วนะครับ คุณหมอคนสวย"
ผู้กำกับการวิกรมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ "จับกุมตัวทั้งสองคนไว้! แยกสอบสวนทันที อย่าให้คลาดสายตา!"
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายพุ่งเข้ามาล็อกแขนของฉันและเรย์มอนด์อย่างรุนแรง เหล็กเย็นเฉียบของกุญแจมือถูกสวมทับข้อมือ ความเย็นยะเยือกเสียดแท่นลึกลงถึงกระดูก ทว่า ในวินาทีที่ฉันถูกกระชากตัวให้หันหลังเพื่อเดินออกไปจากห้องมืดทึบนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแยกของพื้นไม้ปาเกต์เก่าๆ ใกล้กับจุดที่ศพนอนอยู่
เศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่ง โผล่พ้นร่องพื้นออกมาเล็กน้อย ลายมือหวัดๆ บนเศษกระดาษนั้นเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท เป็นตัวเลขชุดหนึ่งที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... มันคือพิกัดละติจูดลองจิจูดของ "ห้องใต้ดินลับ" ใต้ตึกสถาบันนิติเวชที่ฉันทำงานอยู่!
ลมหายใจของฉันสะดุดกึกในลำคอ ใครบางคนกำลังส่งสาส์น... หรือบางที นี่อาจไม่ใช่จุดจบของการไล่ล่า แต่เป็นเพียง "ประตูบานแรก" ที่ถูกเปิดออก เพื่อดึงฉันดำดิ่งลงไปสู่ความมืดมิดที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ใต้รากฐานอันผุพังของกฎหมายและความตาย
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ด้วยความระทึกใจจากเงาจันทราลี้ลับค่ะ
นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 12
จุดเริ่มต้นของการไล่ล่า
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!