กระดาษไขแผ่นบางที่ประทับตราครั่งสีแดงฉานถูกบีบยับคืองานศิลปะแห่งความตายที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของยุคสมัยอันปั่นป่วน ปลายเล็บเรียวดุจหยกสลักของไป๋จินซูจิกเข้ากับเนื้อกระดาษจนเกิดเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา ทว่าแววตาของนางมิได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย กลับทอประกายลึกล้ำราวกับสระน้ำโบราณที่ไร้ระลอกคลื่น
"หมายจับกุม... ในฐานะหัวหน้าเครือข่ายสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ ช่างเป็นข้อหาสูงส่งยิ่งนัก ผู้กองลู่"
เสียงหวานกังวานดั่งระฆังแก้วเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานอับชื้นกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ในมือของนางยังคงคีบเข็มเงินเล่มยาวที่เพิ่งผ่านการลนไฟฆ่าเชื้อ สายตาคมกริบกวาดมองร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกของลู่ถิงเฉิน ชายหนุ่มผู้ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้านางด้วยสีหน้าเรียบเฉยดุจหินผา
ลู่ถิงเฉินไม่ขยับเขยื้อນ เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายฝุ่นควันสนามรบเจือจางปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจีน โครงหน้าคมคายดั่งสลักจากหินอ่อนนั้นตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดสำรวจทุกรายละเอียดบนใบหน้างดงามไร้ที่ติของนาง ราวกับต้องการค้นหาพิรุธจากสตรีผู้กุมความลับของตระกูลไป๋
"เจ้าไม่ตกใจเลยหรือ ไป๋จินซู" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกดดัน "ลายเซ็นบนคำสั่งนี้ส่งตรงมาจากเมืองหลวง เบื้องบนต้องการปิดปากเครือข่ายแพทย์แผนโบราณที่ตกค้าง หากข้าต้องการจับกุมเจ้าตามหน้าที่ ตอนนี้ข้อมือของเจ้าคงสวมกุญแจมือเหล็กกล้าไปแล้ว"
จินซูวางเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดุจดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว
"หากผู้กองลู่วางแผนจะจับกุมข้าจริงๆ ท่านคงไม่เลือกที่จะมายืนสนทนาเรื่องหมายจับกับข้าในสถานีอนามัยประจำตำบลที่ร้างผู้คนเช่นนี้ในยามวิกาลหรอกกระมังคะ... เอ้ย, ครับ" นางเปลี่ยนสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ผิดวิสัย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความรู้ทัน "ท่านต้องการสิ่งใดจากข้ากันแน่ หรือว่า... ยาทิพย์ชะตาขาดสำรับนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะแลกกับความเงียบของท่าน"
ลู่ถิงเฉินแค่นเสียง in response ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับโครงหน้าของหญิงสาว เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับทำให้นางเจ็บ มันคือการแสดงออกถึงการควบคุมและการปกป้องในคราเดียวกัน
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว จินซู" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจรินรดกัน "ตระกูลไป๋ล่มสลายไปตั้งแต่ทศวรรษก่อน แต่ตำรับยาฟื้นฟูไขกระดูกและสมุนไพรหยุดยั้งโรคระบาดที่เจ้าเพิ่งส่งมอบให้กองพลเมื่อสัปดาห์ก่อน กลับดึงดูดสายตาของพวกสุนัขล่าเนื้อจากส่วนกลางเข้าอย่างจัง ทางการต้องการสูตรยานั้นไปใช้ในกองทัพลับ แต่พวกมันกลัวอำนาจที่หลงเหลือของบรรพบุรุษเจ้า จึงต้องใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อหากบฏ"
จินซูหรี่ตาลง นางพิจารณาบุรุษตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง บุรุษผู้นี้กุมอำนาจทางทหารในเขตปกครองนี้ แต่กลับเลือกที่จะปกปิดร่องรอยให้นาง นั่นหมายความว่า เขากำลังเดิมพัน... เดิมพันด้วยอนาคตและชีวิตของตนเองเช่นกัน
"ถ้าเช่นนั้น ข้อเสนอของท่านคืออะไรล่ะคะ... คืออะไรหรือครับ?" จินซูเปลี่ยนคำพูดให้เข้ากับยุคสมัยทันที นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายดั่งพญาอินทรีย์ของเขา "ท่านต้องการให้ข้าก้มหัวยอมจำนนต่ออำนาจมืด หรือต้องการให้ข้าปรุงยาพิษปลิดชีพพวกมันให้ท่านกันแน่"
มุมปากของลู่ถิงเฉินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่ทัพสนามรบ
"ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตาย และไม่ต้องการให้เจ้าก้มหัวให้ใคร" เขากระซิบชิดริมใบหูของนาง เสียงนั้นต่ำทุ้งและทรงพลัง "พรุ่งนี้ ทางการจะส่งคณะกรรมการตรวจสอบพิเศษลงมาตรวจค้นสถานีอนามัยแห่งนี้ พวกมันต้องการหาหลักฐานว่าเจ้าใช้สมุนไพรต้องห้าม หากเจ้าพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ประวัติศาสตร์ของตระกูลไป๋จะปิดฉากลงอย่างถาวร"
"การตรวจสอบพิเศษ..." จินซูทวนคำ รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นบนใบหน้า "พวกมันคิดจะใช้ข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยของประชาชนมาฮุบสถานีอนามัย และยึดครองตำรับยาทั้งหมดสินะ ช่างเป็นวิธีสกปรกที่คาดเดาได้ไม่ยากเลย"
"ใช่" ลู่ถิงเฉินผละตัวออกเล็กน้อย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากนาง "ดังนั้น ในฐานะที่เจ้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลสถานีอนามัยประจำตำบลคนใหม่ ข้าสั่งให้เจ้า... พลิกสถานการณ์นี้ซะ ทำให้คณะกรรมการพวกนั้นต้องคุกเข่าขอร้องให้เจ้าปรุงยาให้พวกมันดื่มด้วยความเต็มใจ"
คำสั่งนั้นเปี่ยมด้วยความท้าทาย ทว่าแววตาของลู่ถิงเฉินกลับเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างประหลาด
รุ่งอรุณวันถัดมา แสงแดดสีทองสาดส่องผ่านม่านหมอกหนาทึบของหมู่บ้านชนบท ทว่าบรรยากาศรอบสถานีอนามัยประจำตำบลกลับอึมครึมราวกับมีพายุใหญ่กำลังก่อตัว รถจิ๊ปทหารสีเขียวเข้มสามคันแล่นเข้ามาจอดสนิทที่ลานหน้าอาคาร ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ใบหน้าของเขาบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ถือแฟ้มเอกสารหนังสีดำสนิท นามบัตรในกระเป๋าเสื้อระบุตำแหน่งชัดเจนว่าเป็น 'หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบสาธารณสุขพิเศษจากส่วนภูมิภาค' — รองผู้อำนวยการเฉิน
จินซูในชุดเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ก้าวเดินออกมาจากประตูสถานีอนามัยด้วยท่าทีสง่างามและเยือกเย็น เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตด้วยปิ่นไม้ไผ่เรียบง่าย ทว่ากลับขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาวของนางโดดเด่นสะดุดตา ท่วงท่าการเดินของนางมั่นคงและสง่างาม ราวกับฮองเฮาที่กำลังเสด็จออกว่าราชการในท้องท้องพระโรง มิใช่แพทย์หญิงชนบทผู้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต
"ใครคือผู้รับผิดชอบสถานีอนามัยแห่งนี้!" รองผู้อำนวยการเฉินตวาดกร้าวทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตอาคาร สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความดูแคลน "ได้รับรายงานว่าสถานีอนามัยแห่งนี้มีการใช้ยาต้มสมุนไพรพื้น2บ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน และอาจมีส่วนผสมของสารเคมีต้องห้ามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน!"
เสียงฮือฮาของชาวบ้านที่มารุมล้อมมุงดูเหตุการณ์ดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจของคณะกรรมการจากเมืองใหญ่
จินซูแย้มรอยยิ้มบางเบา นางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนต่อท่าทีคุกคามนั้น สองมือประสานกันไว้เบื้องหน้าอย่างสำรวม นางก้าวเข้าไปใกล้รองผู้อำนวยการเฉินช้าๆ
"เรียนท่านรองผู้อำนวยการเฉิน ยาต้มที่ท่านกล่าวถึง หาใช่ยาอันตรายไม่..." น้ำเสียงหวานกังวานทว่าทรงพลังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "หากแต่เป็น 'ตำรับโอสถบูรณะหยาง' ที่บรรพบุรุษตระกูลไป๋ใช้สืบทอดกันมานับร้อยปี และเพิ่งช่วยชีวิตบุตรชายของเลขาธิการพรรคประจำอำเภอจากอาการไข้ป่าเมื่อสามวันก่อน ท่านคิดว่า... ประชาชนที่รอดชีวิตพวกนั้น จะเห็นด้วยกับข้อกล่าวหาของท่านหรือไม่เล่าคะ?"
รองผู้อำนวยการเฉินหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินชื่อเลขาธิการพรรค เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหญิงสาวตอกกลับต่อหน้าธารกำนัล "สามหาว! เจ้ากล้าเอาชื่อเลขาธิการพรรคมาขู่ข้าอย่างนั้นหรือ? เอาตัวมันไป! ค้นหาห้องเก็บยาให้ทั่ว หากพบสมุนไพรต้องห้ามแม้แต่ต้นเดียว จับกุมตัวในข้อหามีไว้
เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสองคนก้าวพรวดพราดเข้าไปหมายจะเข้าจับกุมตัวจินซูทันที ทว่าในวินาทีที่มือหยาบกร้านกำลังจะเอื้อมมาแตะข้อศอกของนางนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของนายทหารผู้หนึ่ง
"กองกำลังรักษาความมั่นคงชายแดน มาถึงแล้ว! คำสั่งพิเศษจากท่านผู้บัญชาการสูงสุด... ให้ความคุ้มครองสถานีอนามัยและบุคลากรทางการแพทย์ของตระกูลไป๋อย่างเต็มรูปแบบ ห้ามผู้ใดแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว!"
ลู่ถิงเฉินก้าวลงจากรถจิ๊ปคันหน้าสุด ใบหน้าคมคายเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาดั่งเหยี่ยวจ้องมองตรงมาที่รองผู้อำนวยการเฉินด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและฝ่ายจินซูกุมความได้เปรียบอยู่นั้นเอง... รองผู้อำนวยการเฉินกลับยกยิ้มเยาะหยันขึ้นที่มุมปากอย่างน่าประหลาด มือที่สั่นเทาควักซองจดหมายสีเหลืองซีดฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อใน ชูขึ้นสูงท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
"ผู้กองลู่... คุณมาทันเวลาพอดีเลยสินะ" รองผู้อำนวยการเฉินหัวسในลำคอด้วยความสะใจ "แต่เกรงว่าคำสั่งคุ้มครองของคุณ คงจะใช้ไม่ได้กับ... พระราชโองการลับฉบับนี้ ที่เพิ่งโทรเลขด่วนมาจาก... 'ท่านผู้บัญชาการสูงสุดแห่งส่วนกลาง' โดยตรง"
จินซูชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาดุจหยกสลักหรี่แคบลงเมื่อกวาดมองตราประทับสีดำสนิทบนโทรเลขฉบับนั้น ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดที่แม้แต่ลู่ถิงเฉินก็ไม่อาจละเมิดได้!
---
*ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอนะครับ*
บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 11
ตำรับยาโบราณในโรงงานท้องถิ่น
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!