แม่ค้ามิติพิชิตความจนกับสามีนักรบผู้แสนซื่อ•ตอนที่ 2

มิติฟาร์มกับรวงข้าววิเศษ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
จมูกของทุกคนในลานบ้านตระกูลโจวต่างกระตุกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย กลิ่นหอมเข้มข้นของซุปไก่ตุ๋นโสมภูเขาป่าไม่ได้ลอยมาตามลมธรรมดา แต่มันพุ่งทะลักออกมาจากอากาศว่างเปล่าราวกับมีมือที่มองไม่เห็นเปิดฝาหม้อวิเศษกลางห้องโถง ความหอมหวานของเนื้อไก่เคี่ยวเปื่อยผสานกับกลิ่นสมุนไพรล้ำค่าอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่กลิ่นสาบโคลนและกลิ่นควันไฟเก่าๆ ยังต้องยอมจำนนถอยร่น แม่เฒ่าโจวที่อ้าปากเตรียมจะแผדเสียงด่าทอหลินฟางเซียนเรื่องความไร้ประโยชน์ ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างจนแทบถลնออกนอกเบ้า จมูกเหี่ยวๆ สูดดมกลิ่นหอมที่ยั่วยวนกระเพาะอาหารจนน้ำลายสอโดยไม่รู้ตัว นางกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความหวาดระแวง "กลิ่น... กลิ่นบ้าอะไรนี่!" แม่เฒ่าโจวคำรามในลำคอ เสียงแหลมสูงด้วยความตกใจปนโลภ "นังตัวดี! แกแอบซ่อนเนื้อไก่ไว้ที่ไหน! เอาออกมานะ! บ้านนี้ไม่มีสมบัติอะไรให้แกแอบกินคนเดียว!" หลินฟางเซียนยืนนิ่งสงบ นางใช้หลังมือปาดคราบเขม่าบนใบหน้าออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก หัวใจของนางเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน ไม่ใช่เพราะกลิ่นซุปไก่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะ 'ความจริง' ที่เพิ่งกระจ่างชัดในห้วงความคิดเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน *มิติฟาร์มในหยกโบราณ... มันไม่ได้ติดตามมาแค่วิญญาณ แต่มันตามมาพร้อมกับคลังเสบียงเคลื่อนที่!* ย้อนกลับไปเมื่อครู่ ตอนที่ความกดดันจากครอบครัวสามีพุ่งถึงขีดสุด จิตใต้สำนึกของนางได้ร้องเรียกหาทางรอดอย่างสิ้นหวัง และนั่นทำให้จิตวิญญาณของนางหลุดเข้าไปในพื้นที่สีขาวบริสุทธิ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่นั่นมีแปลงนาข้าววิเศษที่รวงโน้มต่ำด้วยน้ำหนักเมล็ดพันธุ์สีทองเรืองแสง บ่อน้ำทิพย์ไอหมอกพวยพุ่ง และกระท่อมไม้ไผ่ที่เก็บตุนวัตถุดิบชั้นเลิศไว้ล้นหลาม นางเพียงแค่คิดถึง 'ซุปไก่บำรุงกำลัง' เพื่อแก้หนาวและประทับร่าง, ไก่ตุ๋นโสมหม้อนั้นก็ปรากฏขึ้นในมิติ และกลิ่นของมันก็รั่วไหลออกมาสู่โลกภายนอกอย่างไม่ตั้งใจ "แม่พูดเรื่องอะไรกันคะ?" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก "บ้านเราแห้งแล้งจนแม้แต่รำข้าวสักหยิบมือยังไม่มีจะกรอกหม้อ ฉันจะเอาไก่มาจากไหนล่ะคะ หรือว่าแม่ซ่อนมันไว้ที่ห้องใต้หลังคาแล้วลืมกันแน่?" "แก! นังปากดี!" แม่เฒ่าโจวก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหมายจะคว้าผมของสะใภ้ตัวแสบมาตบสั่งสอนให้หายแค้น ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะสัมผัสโดนชายเสื้อ โจวหยาง สามีผู้เงียบขรึมและถูกตราหน้าว่าเป็นภาระของบ้าน ก็ก้าวเข้ามาขวาง1ก้าวเต็มๆ แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเปรียบเสมือนกำแพงหินผา โ조วหยางไม่ได้พูดจาข่มขู่หรือตะโกนโวยวาย แต่ดวงตาคมกริบที่มักจะก้มมองพื้นด้วยความเจียมตัวเมื่อยามอยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว บัดนี้กลับฉายแววดุดันน่าเกรงขามราวกับพยัคฆ์หนุ่มปกป้องอาณาเขต กลิ่นอายคุกรุ่นของอดีตทหารผ่านศึกแผ่ออกมาจนแม่เฒ่าโจวต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "หยางหยาง! แกกล้าขวางแม่รึ!" แม่เฒ่าโจวแผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความกลัว "นังนี่มันมีลับลมคมใน! แกดูมันสิ! แต่งเข้าบ้านมาไม่เคยทำประโยชน์ มีแต่จะทำให้พวกเราอดตาย!" "แม่ครับ" โจวหยางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทุกคนในลานบ้านเงียบกริบ "ฟางเซียนเพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังอ่อนแอ ถ้าแม่ยังจะหาเรื่องโวยวายเรื่องไร้สาระอีก ผมคงต้องขออนุญาตพาเธอย้ายไปอยู่กระท่อมปลายนาตามสิทธิ์ของผมในฐานะบุตรชายคนรอง" คำว่า 'ย้ายไปอยู่กระท่อมปลายนา' ทำให้สีหน้าของคนตระกูลโจวเปลี่ยนสีทันที กระท่อมปลายนาหลังนั้นผุพังและกันลมหนาวไม่ได้ หากบุตรชายคนรองแยกตัวออกไปจริงๆ แปลงนาส่วนที่พวกเขาเคยเกณฑ์แรงงานให้ทำก็จะขาดคนดูแลไปถนัดตา หลินฟางเซียนแอบอมยิ้มในใจ นางเหลือบมองสามีรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังลมหนาวให้ตนเองอย่างแนบเนียน ชายหนุ่มคนนี้แม้ภายนอกจะดูซื่อบื้อและยอมจำนนต่อความกตัญญูจอมปลอมของตระกูลโจว แต่ลึกๆ แล้วเขากลับปกป้องนางด้วยชีวิตตั้งแต่วินาทีแรกที่แต่งเข้าบ้าน เคมีอุ่นๆ ระหว่างเขากับนางก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บของยุคสมัย "แก... แกกล้าขู่แม่เรึไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่เฒ่าโจวตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าบุตรชายและสะใภ้ "ได้! อยากแยกใช่ไหม งั้นก็ไสหัวไปซะ! แต่บอกไว้ก่อนว่าข้าวสารสักเม็ด หรือหม้อสักใบในบ้านนี้ ห้ามหยิบติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว!" "ตกลงค่ะ ตามที่แม่ว่าเลย" หลินฟางเซียนตอบรับทันทีอย่างไร้ความลังเล สร้างความประหลาดใจให้โจวหยางและทุกคนในครอบครัว นางไม่ต้องการข้าวของเก่าคร่ำครึพวกนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อนางมี 'มิติฟาร์มวิเศษ' ที่อุดมไปด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีวิเศษ แป้งสาลีเนื้อเนียนนุ่ม และสมุนไพรล้ำค่า แค่เพียงดีดนิ้ว ชีวิตใหม่ที่สุขสบายกว่าร้อยเท่าก็อยู่แค่เอื้อม! นางหันไปส่งสายตาให้อดีตทหารหนุ่ม สื่อสารกันด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เพิ่งก่อตัว "พี่หยางคะ ไปเก็บของของเรากันเถอะค่ะ" โจวหยางพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวภรรยา นางไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอขี้ขลาดคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แววตาของนางมีความมั่นใจ เปล่งประกาย และเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ชวนให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งสองก้าวเข้าห้องนอนเล็กๆ ที่แคบและอับชื้น ทันทีที่ประตูปิดลงและพ้นจากสายตาของคนตระกูลโจว หลินฟางเซียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปลดปล่อยจิตวิญญาณให้เชื่อมต่อกับมิติฟาร์มอีกครั้ง นางตั้งใจจะหยิบแป้งสาลีและเนื้อหมูสามชั้นในมิติออกมาทำอาหารมื้อแรกเพื่อฉลองอิสรภาพและความรอดพ้นจากนรกขุมนี้ แต่ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวบางกำลังเอื้อมไปคว้าถุงแป้งวิเศษในห้วงมิติ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของคนผู้หนึ่งที่ทำให้เลือดในกายของหลินฟางเซียนเย็นเฉียบลงทันที "พี่ฟางเซียน! พี่หยาง! แย่แล้วจ้ะ! ทางการ... ทางการกำลังส่งทหารมาล้อมหมู่บ้านเราแล้ว!" ไป๋เป่าเปาของแม่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติพิชิตความจนกับสามีนักรบผู้แสนซื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%