กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นกระดาษแปลนพิมพ์เขียว แต่บรรยากาศในห้องประชุมสตูดิโอออกแบบกลับเย็นยะเยือกจนแทบจะติดลบ
ดวงตาสีเข้มของคณินหรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นตรง รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยจนคนมองต้องกลืนน้ำลาย สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมิลลิเมตรกำลังจ้องมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยสายตาที่พร้อมจะพิฆาตคนให้เป็นจุล
"ใครอนุญาตให้คุณเหยียบเข้ามาในเขตพื้นที่ทำงานของผมโดยไม่ถอดรองเท้าครับ... คุณธนบดี"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชา มือเรียวหนาที่ถือปากกาแล็ปท็อปอยู่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ธนบดี หรือ บีม ผู้จัดงานอีเวนต์หนุ่มมา2ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างกวนประสาท เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาดุราวกับเสือจ้องจะขย้ำแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าวหนึ่งอย่างจงใจ รอยเปื้อนฝุ่นจางๆ จากพื้นรองเท้าผ้าใบราคาแพงจึงประทับลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดเงาวับที่คณินเพิ่งลงน้ำยาเคลือบไปเมื่อวานนี้อย่างพอดิบพอดี
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ พอดีผมรีบไปหน่อย กลัวว่าคุณสถาปนิกผู้สูงส่งจะรอนานจนหงุดหงิดเสียก่อน" ธนบดีลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่อย่างไม่เกรงกลัว
คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความสะอาดและความเป็นระเบียบคือศาสนาของเขา และไอ้บ้านี่ก็คือมารศาสนาตัวฉกาจที่จงใจมาทำลายล้างมันชัดๆ
"รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลน คุณกล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาในโซน 'Clean Area' ที่ผมติดป้ายประกาศตัวโตๆ ไว้หน้าห้อง" คณินก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความสูงไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
ธนบดีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นนิโคตินจางๆ จากตัวคณินทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความปากเก่งและไม่ยอมคน ร่างบางจึงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ
"ก็ป้ายมันตัวเล็กเกินไปนี่ครับ สายตาคนทำงานอีเวนต์อย่างผมมันสั้น... หรือว่าคุณคณินอยากจะให้ผมช่วยตัดแว่นให้ใหม่สักอันไหมล่ะครับ ด้วยความยินดีนะ"
"ปากดี" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียวรั้นริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะ ไล่ต่ำลงมาจนถึงรอยเปื้อนที่พื้นรองเท้า "ในเมื่อคุณจงใจทำลายกฎระเบียบของผม งั้นเรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนดีกว่า"
ก่อนที่ธนบดีจะทันได้เอ่ยปากแซะกลับ คณินก็ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นห้องต่อหน้าต่อตาผู้จัดงานหนุ่ม ท่ามกลางความตกตะลึงของทีมงานคนอื่นๆ ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่มุมห้อง
"คะ... คุณจะทำบ้าอะไรเนี่ย!" ธนบดีสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสูงทิ้งตัวลงต่ำ
คณินไม่สนใจเสียงโวยวาย มือหนาหยิบกระดาษทิชชูเปียกสำหรับทำความสะอาดพื้นผิวพิเศษขึ้นมาจากกล่องบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปควข้อเท้าเรียวของธนบดีไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คนถูกจับขยับหนีไม่ได้
"เฮ้ย! ปล่อยนะเว้ย! จะทำอะไร! สถาปนิกโรคจิตหรือไงเนี่ย!" ธนบดีหน้าตาตื่น ร้องโวยวายลั่นห้อง พยายามบิดข้อเท้าหนีแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้เลย
"อยู่นิ่งๆ ครับ... ถ้าไม่อยากให้รองเท้าคู่โปรดของคุณกลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้ว" คณินเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความดุดันที่ทรงพลัง ดวงตาคมปนดุจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตจนธนบดีรู้สึกเหมือนถูกสะกดให้หยุดนิ่ง
สถาปนิกหนุ่มลงมือบรรจงเช็ดคราบเปื้อนที่พื้นรองเท้าของธนบดีอย่างพิถีพิถัน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและถือดี ทว่าในสายตาของคนมอง มันกลับไม่ใช่การลงโทษ แต่มันคือการ "คุกคาม" ทางความรู้สึกที่รุนแรงเหลือเกิน
ปลายนิ้วอุ่นที่สัมผัสผ่านข้อเท้า ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน และความเอาจริงเอาจังอย่างไร้เหตุผลของผู้ชายคนนี้ ทำให้ธนบดีรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวเร็วจนน่ารำคาญ
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ ใครเขามานั่งคุกเข่าเช็ดรองเท้าให้คู่กรณีกลางออฟฟิศกันเล่า!
"พอใจหรือยังครับ?" ธนบดีกัดริมฝีปาก พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ก้มมองคนตัวโตที่ยังคงก้มหน้าก้มตาจัดการกับรอยเปื้อนบนรองเท้าของเขาอย่างตั้งใจ
คณินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมที่ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
"ยังหรอกครับ..." คณินกระซิบเสียงพร่า แววตาที่เคยมองด้วยความรังเกียจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก "นี่แค่เริ่มต้นบทเรียนแรกเรื่องการเคารพกฎของผม... คุณบีม"
นิ้วเรียวที่ถือทิชชูเปลี่ยนมาลูบไล้ข้อเท้าบางเบาผ่านเนื้อผ้าถุงเท้าอย่างตั้งใจ ท่าทางคุกคามกลายเป็นการหยอกเย้าที่ทำเอาธนบดีขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความซึนเดชาที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความวูบวาบในอกที่ควบคุมไม่ได้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันและบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกในห้อง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"อ้าว... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย พอดีผมเอาเอกสารสัญญาล่าสุดมาส่ง..."
เสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดอีกคนที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้า
ธนบดีเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ ส่วนคณินชะงักค้าง มือที่ยังกุมข้อเท้าของธนบดีอยู่ค่อยๆ คลายออกช้าๆ พร้อมกับประกายไฟในแววตาที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เมื่อพบว่าคนที่เดินเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายเท่ากันนี้คือ...
________________________________宜
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความกวนประสาทของคู่นี้ด้วยกันนะครับ! — ไฟเยอร์บลัด
แผนรักฉบับป่วน ล็อกคิวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 2
เขตหวงห้ามของคนระเบียบจัด
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับป่วน ล็อกคิวใจนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
