กลิ่นอับของสนิมเหล็กและออกซิเจนสังเคราะห์ที่เจือจางในห้องควบคุมสถานีวิจัย ‘เฮลิกซ์-ไนน์’ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับรอยแยกของแรงโน้มถ่วงจำลองที่กำลังสั่นไหวอยู่บนจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้า
อาเชอร์ไม่แม้แต่จะชายตามองชายในเครื่องแบบเต็มยศที่เพิ่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา เสียงบูทหนังกระทบพื้นโลหะดังเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง มันคือเสียงฝีเท้าของผู้ชายที่ไม่เคยลังเลในคำสั่งของเบื้องบน—และนั่นคือสิ่งเดียวที่อาเชอร์นึกรังเกียจที่สุดในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้
"คุณมาช้าไปสามนาที, ผู้การคาสเซียน" อาเชอร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากชุดสมการความหนาแน่นของสสารมืดที่กำลังเลื่อนไหล นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผงควบคุมเบาๆ ควบคุมให้เส้นกราฟสีแดงฉานกลับมาอยู่ในเขตปลอดภัย "ในสถานีที่ออกซิเจนจำกัด ทุกวินาทีมีค่ามากกว่าการยืนจัดระเบียบกระดุมเสื้อให้เนี้ยบนะครับ"
คาสเซียนหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของแสงดาวไกลโพ้น ไหล่กว้างที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งจากกองบัญชาการส่วนกลางไม่ได้แสดงความสะท้อนสะท้านต่อคำเสียดสีนั้น นัยน์ตาสีเทาเข้มหม่นเหมือนพายุฝุ่นบนดาวอังคารกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่รอยร้าวบนกระจกควอตซ์ชั้นนอก—รอยแผลเป็นจากความพยายามครั้งล่าสุดที่เกือบกลืนกินสถานีนี้หายไปในหลุมดำขนาดจิ๋ว
"สามนาทีที่ฉันเสียไป ถูกใช้ไปกับการตรวจสอบเอกสารคำสั่งอนุมัติระงับโครงการของคุณ, ดร.อาเชอร์" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังลอดริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง มันคือเสียงที่เคยตัดสินชะตากรรมของดาวเคราะห์มาแล้วหลายดวง และวันนี้ มันถูกส่งมาเพื่อดับลมหายใจของเฮลิกซ์-ไนน์
อาเชอร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง เขาหมุนตัวกลับมาช้าๆ แผ่นหลังตั้งตรงเผชิญหน้ากับผู้บัญชาการหน่วยรักษาความมั่นคง ดวงตาสีอำพันคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสีฟ้าจากแผงควบคุม ดุดัน เยือกเย็น และท้าทายในคราวเดียวกัน
"คำสั่งจากพวกนั่งโต๊ะในศูนย์บัญชาการดาวอังคารอย่างนั้นหรือครับ?" อาเชอร์ก้าวเข้าไปประชิดทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "พวกเขารู้จักความหมายของพลังงานมืดดีแค่ไหน ถึงกล้าส่งสุนัขล่าเนื้ออย่างคุณมาหยุดยั้งก้าวแรกของมนุษยชาติในการไขปริศนาจักรวาล?"
"พวกเขาไม่ได้ส่งสุนัขมา, อาเชอร์" คาสเซียนก้าวสวนขึ้นหนึ่งก้าว ทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบจะแนบชิด กลิ่นอายของความเย็นชาและกลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับอากาศบริสุทธิ์รอบตัว "พวกเขาแค่ส่ง ‘ยมทูต’ มาเก็บกวาดความสะอาด หลังจากที่คุณเกือบจะเผาทั้งระบบสุริยะให้กลายเป็นจุลเมื่อห้าปีก่อน... คุณจำความรู้สึกตอนที่ดาวเซนทอรี-โฟร์สูญเสียสมดุลไม่ได้งั้นรึ?"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกดูดกลืนอากาศจนหมดสิ้น ชื่อของ ‘เซนทอรี-โฟร์’ ทำหน้าที่เหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย อาเชอร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกร็งแน่นจนขึ้นสัน นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรึกที่ถูกสะกิดถูกจุดเปราะบางที่สุด แต่มันก็ถูกเก็บซ้ำไว้อย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น
"นั่นคืออุบัติเหตุทางฟิสิกส์, คาสเซียน... ความก้าวหน้าย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" อาเชอร์เค้นเสียงกระซิบลอดไรฟัน ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสามารถรับรู้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่เจือความตึงเครียด "แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำในวันนี้ ไม่ใช่ความปลอดภัย... มันคือความขลาดเขลาของคนที่กลัวความมืด"
คาสเซียนจ้องลึกลงไปในดวงตาของนักวิศวกรหนุ่ม แววตาของหัวหน้าหน่วยความมั่นคงไหววูบไปชั่วขณะ มีความซับซ้อนบางอย่างฉายชัดขึ้นในนั้น—ไม่ใช่แค่ความเกลียดชัง หรือความหวาดกลัวต่ออำนาจทำลายล้างของทฤษฎี แต่มันคือความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ระเบียบวินัยเหล็ก
"ความขลาดเขลาอย่างนั้นหรือ?" คาสเซียนแค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก มือหนายื่นออกไปแตะบนแผงควบคุมหลักอย่างกะทันหัน นิ้วเรียวแข็งแรงกดลงไปที่ปุ่มสีแดงฉานสำหรับ ‘การตัดกระแสไฟฟ้าฉุกเฉินระดับศูนย์’ "ถ้าเช่นนั้น เรามาพิสูจน์กันดูไหมล่ะ ว่าความกล้าหาญของคุณจะยังมีความหมายอะไรอีกไหม... เมื่อออกซิเจนในห้องนี้หมดลง"
เสียงสัญญาณเตือนภัยโทนต่ำดังขึ้น *ตู๊ด... ตู๊ด...* แสงไฟสีฟ้าทั่วห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสั่นไหว หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงแสงดาวสลัวสาดส่องเข้ามา
อาเชอร์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือของเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือแกร่งของคาสเซียนทันที แรงบีบสะท้อนถึงความเดือดดาลและสติปัญญาที่กำลังคำนวณทางหนีทีไล่ในเสี้ยววินาที เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาร้อนระอุขึ้นท่ามกลางความเย็นยะเยือกของสุญญากาศภายนอก
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" อาเชอร์ตะคอก เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านความตึงเครียด "ถ้าคุณตัดระบบนี้ แกนพลังงานจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่... เราจะตายกันหมดทั้งสถานี!"
คาสเซียนโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวจนน่าขนลุก ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่โหยหวน
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อตาย, อาเชอร์... แต่ผมมาเพื่อบังคับให้คุณเลือก" คาสเซียนกระซิบแผ่วเบา ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบ ‘ไดรฟ์ข้อมูลสีดำสนิท’ ชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบ มันคือฮาร์ดดิกระบบปิดที่ไม่มีเครือข่ายเชื่อมต่อกับส่วนกลาง "ถอดรหัสลับโปรเจกต์ 'เอนโดรเมดา' ที่คุณซ่อนไว้ในระบบหลัก... ไม่อย่างนั้น เราจะยืนมองความพินาศนี้ไปด้วยกัน จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง"
อาเชอร์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นวัตถุในมือของอีกฝ่าย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ไดรฟ์ชิ้นนั้นไม่ใช่คำสั่งระงับโครงการ แต่มันคือรหัสลับที่กองบัญชาการส่วนกลางต้องการแย่งชิงมาตลอด และคาสเซียนไม่ได้มาเพื่อทำลายมัน... แต่เขากำลัง ‘ลักลอบ’ ใช้สถานีนี้เป็นเครื่องมือบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่า
ก่อนที่อาเชอร์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตั้งคำถาม จู่ๆ หน้าจอหลักที่ควรจะดับสนิทไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ...
ภาพโฮโลแกรมรูปสัญลักษณ์วงกลมซ้อนทับกันสามชั้นปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ระบบ AI ของสถานีที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ แปลกประหลาด
*“ตรวจพบ... แหล่งพลังงานภายนอกที่ไม่ระบุตัวตน... กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ... คำเตือน: รหัสผ่านถูกถอดถอนโดยบุคคลที่สาม... ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบ, ผู้ควบคุมตัวจริง...”*
คาสเซียนชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมของนายทหารผู้ไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาหันขวับกลับไปมองหน้าจอทันที
อาเชอร์หรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย เมื่อเขาเหลือบไปเห็นตัวเลขสถานะการเชื่อมต่อที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่มนุษย์สร้างขึ้น...
"ดูเหมือนว่า..." อาเชอร์กระซิบกระซ่านข้างหูของคาสเซียนด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ... ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวซะแล้วล่ะครับ ผู้การ"
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อีกห้วงมิติหนึ่งด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรเงากับดวงดาวที่ไร้เสียง•ตอนที่ 2
ผู้มาเยือนจากส่วนกลาง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเงากับดวงดาวที่ไร้เสียง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
