ความเงียบงันในห้วงอวกาศลึกไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือผืนผ้าใบสีดำสนิทที่บันทึกเสียงสะท้อนแห่งความตายไว้ทั้งหมด...
เสียงเตือนระดับสามกะพริบเป็นแสงสีส้มสลัวสะท้อนบนกระจกตาของอาเชอร์ นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นควบคุมโฮโลแกรม แสงสีฟ้าจากหน้าจอทอดเงายาวลงบนโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่นั้นกวาดมองเส้นกราฟพลังงานที่บิดเบี้ยวอย่างไร้เหตุผลบนจอภาพ มันไม่ใช่ลมสุริยะ มันไม่ใช่เศษซากดาวเคราะห์น้อย และแน่นอนว่ามันไม่ใช่สัญญาณรบกวนจากระบบระบายความร้อนของสถานีวิจัย *เฮลิกส์-9* แห่งนี้
"มันกำลังเต้น..." อาเชอร์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยในห้องควบคุมที่ถูกลดความดันบรรยากาศลงครึ่งหนึ่งเพื่อประหยัดพลังงาน
คลื่นความถี่ที่เขาตรวจพบเมื่อสามนาทีที่แล้วกำลังเปลี่ยนรูป มันไม่ใช่แค่สัญญาณวิทยุ แต่มันคือ ‘ความผิดปกติของมิติ’ ที่มีความหนาแน่นสูงเกินกว่าที่กฎฟิสิกส์ดาราศาสตร์ยุคปัจจุบันจะอธิบายได้ ในฐานะวิศวกรผู้รับผิดชอบระบบขับเคลื่อนและสนามพลังงานของสถานี อาเชอร์รู้ดีว่าสมการทุกข้อบนกระดานไวท์บอร์ดของเขากำลังถูกฉีกกระชากให้กลายเป็นเศษกระดาษ
แกร๊ก...
เสียงรองเท้าบูทหนາหนักกระทบกับพื้นโลหะดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอานิออนจางๆ และกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่ถูกห้ามสูบแต่มักจะมีคนฝ่าฝืนเสมอ อาเชอร์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ผู้การคาสเซียน เจ้าหน้าที่ผู้ถูกส่งมา "ควบคุมดูแล" ความปลอดภัยของโปรเจกต์นี้—หรือพูดให้ถูกคือ คอยจับตาดูความผิดพลาดครั้งที่สองของเขา
"คุณยังไม่นอนอีกหรือ, อาเชอร์?" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศของผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง ไหล่กว้างนั้นเกือบจะบดบังแสงไฟสลัวจากหน้าจอทั้งหมด "หรือว่าความรู้สึกผิดจากดาวซิริウス B ยังหลอนคุณจนนอนไม่หลับ?"
อาเชอร์ไม่ได้หันกลับไปทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มเร่งจังหวะขึ้นตามความผิดปกติบนหน้าจอ
"ความรู้สึกผิดไม่มีมวล, ผู้การคาสเซียน" อาเชอร์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบหันกลับมาสบตากับนายทหารรุ่นพี่ "มันจึงไม่สร้างแรงโน้มถ่วง... ต่างจากบางสิ่งที่กำลังรบกวนวงโคจรของเราในตอนนี้"
คาสเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วขวาขยับตามแรงย่นของผิวหนัง เขาปรายตามองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงเส้นกราฟสีแดงฉานซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ใบหน้าคร่ำเคร่งของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแสดงความระแวงอย่างไม่ปิดบัง
"นั่นคืออะไร? อุปกรณ์ขัดข้องอีกแล้วงั้นรื้อ?" คาสเซียนถาม น้ำเสียงเจือความเยาะหยันเล็กน้อยตามวิสัยของคนที่เชื่อมั่นในระเบียบวินัยมากกว่าสมการทางทฤษฎี
"ถ้าเครื่องมือขัดข้อง ผมคงไม่ต้องเรียกคุณมาดูด้วยตาตัวเองหรอกครับ" อาเชอร์ปัดนิ้วกลางอากาศ ขยายภาพกราฟให้กว้างขึ้น เสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมด้านล่างดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท "มันคือคลื่นความถี่ที่ถูกส่งมาจากจุดอับสัญญาณ... จุดที่ไม่มีแม้แต่ดาวฤกษ์สักดวง"
"พื้นที่สุญญากาศร้อยเปอร์เซ็นต์?" คาสเซียนก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะควบคุมมากขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนอาเชอร์ได้กลิ่นโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นอับของชุดอวกาศ ผู้การหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือยันขอบโต๊ะ สายตาคมปลาบจ้องมองตัวเลขที่กระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่ง "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีสัญญาณใดเดินทางผ่านความมืดสนิทโดยไม่สูญเสียพลังงานเว้นแต่..."
"เว้นแต่จะมีใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—กำลังเปิดประตูทิ้งไว้" อาเชอร์ต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอกสถานี
บรรยากาศในห้องควบคุมพลันอึดอัดขึ้นมาทันที เคมีระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนประจันหน้ากันอย่างเงียบเชด ฝ่ายหนึ่งคือวิศวกรผู้ยอมแลกทุกอย่างเพื่อไขความลับของจักรวาล แม้จะต้องเหยียบย่ำเส้นศีลธรรม ส่วนอีกฝ่ายคือทหารผู้ยึดมั่นในหน้าที่และแบกรับบาดแผลจากการสูญเสียครอบครัวในเหตุการณ์ความผิดพลาดทางฟิสิกส์ที่อาเชอร์มีส่วนรับผิดชอบทางอ้อม
คาสเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาอาเชอร์ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ดวงตาสสีเข้มของผู้การวาวโรจน์ด้วยความระแวง
"ถ้าคุณเล่นตลกอะไรเพื่อปกปิดความผิดพลาดของตัวเองล่ะก็, อาเชอร์..." คาสเซียนกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหูของอีกฝ่าย "จำไว้ว่ากระสุนนัดเดียวในสถานีสุญญากาศนี้ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็ทะลุหมวกเหล็กของคุณได้"
อาเชอร์ไม่สะทกสะท้าน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ความขบขัน เขายื่นมือไปแตะที่ปุ่มควบคุมหลักช้าๆ
"ผมไม่ได้เล่นตลก, ผู้การ... และผมคิดว่าคุณควรจะถอยหลังไปสามก้าว" อาเชอร์พูดเบาหวิวแต่เด็ดขาด "เพราะสิ่งที่กำลังส่งสัญญาณมา ไม่ใช่คลื่นวิทยุธรรมดา แต่มันคือ... เสียงกระซิบ"
ก่อนที่คาสเซียนจะได้ทันเอ่ยปากท้วง หน้าจอโฮโลแกรมหลักทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องควบคุมชั่วพริบตา เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัว เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดกรีดร้องลั่นสถานี
และในความเงียบที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจอันติดขัดของทั้งคู่... เสียงเคาะโลหะสามครั้งจาก *ด้านนอก* ตัวสถานีสุญญากาศ—ซึ่งไม่มีสิ่งมีชีวิตใดดำรงอยู่—ก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อีกห้วงมิติหนึ่งด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรเงากับดวงดาวที่ไร้เสียง•ตอนที่ 1
สัญญาณจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเงากับดวงดาวที่ไร้เสียง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
