กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยสดแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องอบขนมของร้าน ‘Le Douceur’ ในยามนี้ ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง ซึ่งกำลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
พศินกวาดสายตาคมกริบที่มักจะใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจให้หมอบราบคาบ
ทว่าในวินาทีนี้... มันกลับสั่นไหวระริก รูม่านตาขยายกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พรั่งพรูขึ้นมาจุกอก
ภาพเบื้องหน้าของเขาคือเด็กชายตัวน้อยวัยราวสี่ขวบ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อ สันจมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากหยักได้รูป...
โครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากกระจกเงาของเขาเองอย่างไร้ที่ติ!
"คุณอา... หน้าตาเหมือนคุณพ่อของผมเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายเอ่ยขึ้นอย่างไร้เดียงสา พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัย ขณะที่มือป้อมๆ กำลังถือคุกกี้เนยรูปดาวที่เพิ่งถูกตกแต่งด้วยไอซิ่งสีชมพูหวาน
หัวใจของพศินกระตุกวูบ หนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับถมลงมากลางอก ลมหายใจของเขาติดขัดจนต้องอ้าปากพะงาบคล้ายคนจมน้ำ
ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังทำให้สมองของเขาขาวโพลน คำพูดนับร้อยที่เคยเตรียมไว้ใช้ต่อรองและทวงสิทธิ์ในตัวอดีตภรรยา กลายเป็นผงธุลีในพริบตาเดียว
นี่ไม่ใช่แค่เด็กหน้าตาคล้าย... แต่นี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา สายเลือดที่เขาเคยโง่เขลาปฏิเสธและผลักไสไล่ส่งมันไปพร้อมกับผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละศักดิ์ศรี
"น้องติน... มาหาแม่ทางนี้ค่ะลูก"
เสียงหวานนุ่มนวลทว่าราบเรียบไร้ซึ่งความยินดีใดๆ ดังแทรกขึ้นจากมุมห้องครัว
รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม ก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับนางพญาผู้ถือครองไพ่เหนือกว่าในมือทั้งหมด
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความเจ็บปวดและคราบน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเยືือกเย็นและเด็ดเดี่ยว เธอก้าวเข้ามาอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม พร้อมกับใช้มือเรียวบางลูบศีรษะลูกชายด้วยความรักความอบอุ่นที่ล้นปรี่
ภาพนั้น... ภาพที่เขากลายเป็น "คนนอก" อย่างสมบูรณ์แบบ บีบคั้นหัวใจของพศินจนเจ็บแปลบราวกับมีเข็มนับพันเล่มมากรีดแทง
น้ำตาผู้ชายที่กลั้นมาทั้งชีวิต ร้อนผ่าวขึ้นมาคลอหน่วยที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่
นี่หรือคือบทลงโทษที่สาสมที่สุด? การได้เห็นสิ่งที่เคยเป็นของตนเอง หันไปมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นให้คนอื่น... หรือแม้กระทั่งการที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่า "พ่อ"
"ริน..." พศินเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก คอของเขาแห้งผากจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอด "นี่... นี่มัน..."
"ตกใจมากเลยเหรอคะ คุณพศิน"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถาง แต่มันคือรอยยิ้มของความสมเพชเวทนาที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
เธอกระชับอ้อมแขนกอดลูกชายแน่นขึ้น ราวกับจะปกป้องเด็กน้อยจากอดีตสามีผู้ไร้หัวใจคนนี้ "แปลกใจมากหรือคะ ที่ผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่าเป็นแค่ภาระไร้ค่าคนนั้น จะสามารถเลี้ยงดูลูกชายคนนี้ให้เติบโตมาอย่างดีได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง"
"ริน... ผม..." พศินก้าวเท้าเข้าไปหาเธอโดยสัญชาตญาณ มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะแตะต้องร่างบาง แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อรินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน
"อย่าเข้ามาใกล้ฉันและลูกนะคะ!"
น้ำเสียงของเธอเฉียบขาดและเต็มไปด้วยแรงอาฆาตมาดร้ายที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าแกด้วยซ้ำ พศิน! คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าวันนั้น คุณพูดอะไรกับฉันบ้าง วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วไล่ฉันออกจากบ้านทั้งๆ ที่ฉันท้องได้สองเดือน... คุณบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ คุณบอกว่าฉันมันน่าขยะแขยงจนไม่อยากมองหน้า! จำได้ไหมคะคุณอดีตสามีผู้แสนประเสริฐ!"
ถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึกราวกับคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ตกสะเก็ด
พศินเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายและหยิ่งทะนงทรุดฮวบลดลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถมทับเข้ามาในอก ทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก
เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบของร้านเบเกอรี่เสียงดังสนั่น
ภาพของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ปรมาจารย์แห่งวงการการเงินที่ใครๆ ต่างก้มหัวให้ ในยามนี้กลับกลายเป็นเพียงผู้ชายไร้ค่าคนหนึ่ง ที่กำลังหลั่งน้ำตาแห่งความสำนึกผิดออกมาอย่างน่าสมเพช
"ผมผิดไปแล้ว... ริน"
เสียงทุ้มที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้สั่นเครือและแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พศินปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจรินไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายใคร มือหนายกขึ้นกุมขมับตัวเองขณะที่ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น
"ผมมันเลว... ผมมันตาบอดเองที่มองไม่เห็นค่าของคนที่รักผมที่สุด ผมขอโทษ... ได้โปรด... ยกโทษให้ผมเถอะนะริน ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่ผมทำกับเธอและลูก..."
รินรดาก้มมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่แทบเท้า
หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างของเธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับคราบน้ำตาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ในวันที่เธอต้องอุ้มท้องร้องไห้คนเดียวโดยไม่มีใครเหลียวแล มันไม่อาจลบล้างได้ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำและหยดน้ำตาปลอมๆ เหล่านี้
"โอกาสเหรอคะ?"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่าและเย็นชาไร้ซึ่งเยื่อใย
"คุณคิดว่าน้ำตาไม่กี่หยดของคุณ จะซื้อเวลาสี่ปีที่ฉันกับลูกต้องทนทุกข์ทรมานกลับคืนมาได้งั้นหรือคะ พศิน? ฝันไปเถอะค่ะ... สิ่งเดียวที่คุณจะได้รับจากฉันและลูกในตอนนี้ มีเพียงแค่ความเกลียดชัง และใบฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูย้อนหลังที่ทนายความของฉันกำลังจะส่งไปให้คุณพรุ่งนี้เช้า!"
พศินเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งความปรานีใดๆ สิ้นเชิง
เขารีบคลานเข้าไปหมายจะคว้าชายกระโปรงของเธอไว้ แต่รินรดากลับอุ้มลูกชายเดินเลี่ยงหลบเข้าไปในห้องพักด้านหลังทันที พร้อมกับเสียงประตูไม้ที่ปิดกระแทกใส่หน้าเขาอย่างแรง
*ปัง!*
เสียงนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องอบขนม ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดวาสนาของเขากับเธอบนโลกใบนี้อย่างถาวร
พศินซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้หลุดรอดออกมาจากลำคออย่างน่าสมเพช
ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีจอมปลอมที่เคยมี ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนและไร้ทางออกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
พศินเงยหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมองด้วยความหวังอันริบหรี่ คิดว่าอาจเป็นรินรดาที่เปลี่ยนใจ
ทว่า... ใบหน้าของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาในร้านยามวิกาลนี้ กลับทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกึกอีกครั้ง
และมันคือบุคคลที่เขาคาดคิดไม่ถึงที่สุดว่าจะได้พบในสถานที่แห่งนี้...
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 18
น้ำตาแห่งการสำนึก
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!