กลิ่นคาวเลือดจางๆ บนปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรไม่ได้มาจากศพบนเตียงผ่าตัดของเธอ แต่มันมาจากความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเคาะประตูห้องทำงานอย่างอวดดี รินรดากวาดสายตาคมกริบมองกระดาษโน้ตเปียกชุ่มบนพื้นด้วยแววตาที่เยียบเย็นเกินกว่าจะหวาดกลัว วิทยาศาสตร์สอนให้เธอเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ข้อความที่ท้าทายด้วยลายมือหวัดๆ บนกระดาษแผ่นนั้นกำลังบอกเธอว่า มีบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือตำราแพทย์นิติเวชกำลังรอให้เธอไปค้นหาคำตอบ
เที่ยงคืนตรง ณ ดาดฟ้าตึกร้างหลังสถานีวิทยุ... สถานที่ที่ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายความตายมาแต่ไกล
"คุณหมอครับ ผมว่าหลักฐานชิ้นนี้คงไม่ได้ร่วงลงมาจากฟ้าโดยบังเอิญแน่ๆ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเก็บศพ รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร คีรินยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงกวนประสาทและแฝงความลับเช่นเคย ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเธอราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้ หน้ากากความไร้ความรู้สึกของแพทย์สาวแทบจะพังทลายลงทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามาในรัศมีสายตา
"ถ้าว่างมากนัก ช่วยเอาศพเคสสามไปเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ซะที คีย์" รินรดาตอบเสียงเรียบ ปรายตามองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเงาตามตัวฉันสักที ฉันไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยที่คุณต้องคอยจับตาดู"
"แต่คุณกำลังจะเดินเข้าไปในหลุมพรางที่คนอื่นขุดไว้รอนะครับ" คีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะสแตนเลสเย็นเฉียบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนมากับกลิ่นฟอร์มาลีน เป็นความอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "ตึกร้างหลังสถานีวิทยุ... คุณก็รู้ว่ามันคือจุดอับสัญญาณ และเป็นสถานที่ที่เกิดคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสามปีก่อน คดีที่ตำรวจปิดแฟ้มไปแบบมักง่าย"
รินรดาชะงัก ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย "คุณหมายถึงคดีของเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในแทงก์น้ำเก่าอย่างนั้นเหรอ?"
"ถูกต้องครับ" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของเธอ "และรอยกระสุนนัดนั้น รวมถึงวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกห้องคุณเมื่อครู่ มันคือพิมพ์เขียวอันเดียวกันกับฆาตกรที่ลอยนวลไปเมื่อสามปรก่อน... คนที่ฆ่าพี่สาวของคุณ"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องผ่าตัด รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้คราบของแพทย์สาวผู้เย็นชาถูกกระชากขึ้นมาหายใจอีกครั้ง มือเรียวบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่สีหน้าของเธอยังคงพยายามเก็บอาการไว้อย่างแนบเนียนที่สุด
"คุณเอาเรื่องนี้มาจากไหน..." เสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบเป็นกระซิบ แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที
"มาจากที่ผมเป็นคนเดียวที่รู้ว่า... คืนนี้ คุณจะไปที่นั่นคนเดียวไม่ได้" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของมัน ไม่ใช่แค่การลากคุณไปคุยเรื่องคดี... แต่มันต้องการล่อให้คุณเดินเข้าไปรับกระสุนนัดที่สองต่างหาก"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม พยายามค้นหาความลวงหลอก แต่สิ่งที่พบมีเพียงความจริงจังที่พร้อมจะปกป้องเธอ แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้อง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีนี้ มีเพียงผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ที่ยืนหยัดอยู่ข้างเธอในคดีที่ตำรวจมองข้าม
"แล้วคุณล่ะ คีย์..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร เคมีอันตรายพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าว "คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เรื่องอดีตของฉันดีกว่าสำนวนคดีของตำรวจเสียอีก?"
คีรินยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความลับดำมืด มือหนาเอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวเนื้อ
"อยากรู้ความจริงไหมครับ..." คีรินกระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านคางอิ่มอย่างถือวิสาสะ "งั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม เที่ยงคืนนี้... เราไปล่าเงากัน"
นาฬิกาบนผนังห้องนิติเวชส่งเสียงเดินติ๊กต็อกราวกับจะเร่งเวลาให้เร็วขึ้น รินรดารู้ดีว่าเธอกำลังก้าวขาลงไปในหลุมพรางที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่ความกระหายใคร่รู้และความแค้นในอดีตทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งเข็มยาวและเข็มสั้นชี้ตรงเลขสิบสอง ความเงียบงันปกคลุมตึกร้างหลังสถานีวิทยุ ลมยามวิกาลพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่แตก
รินรดาก้าวเดินขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด ปืนสั้นพกซ่อนอยู่ในเสื้อโค้ท พร้อมใช้งานได้ทันที ด้านหลังของเธอคือคีรินที่เดินตามมาติดๆ คอยระวังหลังให้ราวกับเงาตามตัว ทั้งสองมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็กขึ้นสนิมที่เปิดอ้าออกสู่ลานกว้างบนดาดฟ้า
แสงจันทร์สีนวลส่องกระทบร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ริมขอบตึก ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิท หันหลังให้พวกเขาทั้งสองคน
"คุณมาตามนัดจริงๆ ด้วย... คุณหมอ" เสียงแหบพร่าลอยมาตามลม
รินรดาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เตรียมจะเอ่ยปากถาม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไร ร่างในชุดฮู้ดก็ค่อยๆ หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว และในวินาทีนั้นเอง...
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นแหวกความเงียบ กระสุนนัดหนึ่งพุ่งแหวกอากาศตรงมายังหน้าอกของรินรดาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบพ้น!
ทว่า... ก่อนที่กระสุนจะถึงตัวเธอ ร่างสูงของคีรินก็พุ่งเข้ามารวบเอวเธอไว้แล้วหมุนตัวสลับตำแหน่งให้ตัวเองกลายเป็นโล่รับกระสุนแทน!
"คีย์!" รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อร่างของชายหนุ่มทรุดฮวบลงอ้อมแขนของเธอ พร้อมกับหยดเลือดสีแดงเข้มที่ซึมทะลุเสื้อผ้าออกมาเปื้อนมือของเธอจนร้อนผ่าว
แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อกระคนหวาดผวา ไม่ใช่บาดแผลของคีริน...
เมื่อคนชุดฮู้ดบนดาดฟ้าดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้เงาหมวก...
ใบหน้านั้น... คือสารวัตรภาคิน นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีของพี่สาวเธอเมื่อสามปีก่อน และเป็นคนที่ยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่าคดีนั้นเป็นแค่ "อุบัติเหตุ"!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติเวชสายดาร์กกับนักฆ่าไร้เงา•ตอนที่ 3
กลิ่นคาวเลือดที่จางหาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชสายดาร์กกับนักฆ่าไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
