“เลิกซูมหน้าฉันสักทีได้ไหมทัพฟ้า! รูปนี้คางสองชั้นโผล่มาเป็นชั้นเค้กแล้วเนี่ย!”
ฉันโวยวายพร้อมกับพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูมาจากมือหนาของคนที่นั่งยิ้มระรื่นอยู่ข้างกันบนเบาะหลังของรถยนต์ ทัพฟ้าไม่ได้สะเทือนใจกับเสียงปรี๊ดปรอดแตกของฉันเลยแม้แต่น้อย เขากลับชูมือขึ้นสูงเหนือหัว พร้อมกับเอียงตัวหลบพัลวัน แถมยังแกล้งทำเป็นกดเซฟรูปนั้นลงอัลบั้มโปรดต่อหน้าต่อตาอย่างจงใจ
บรรยากาศในรถคันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวingและความวุ่นวายยามบ่ายของวันรับปริญญาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทัพฟ้าในชุดครุยบัณฑิตป้ายแดงดูหล่อเหลาและโดดเด่นเป็นพิเศษ ยิ่งเวลาที่เขาหัวIเราะจนดวงตาหยีลงเป็นสระอิ ยิ่งทำให้หัวใจเจ้ากรรมของฉันเต้นผิดจังหวะจนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอหลายรอบ
“ใครว่าคางสองชั้นกัน ยัยตัวแสบ... นี่มันความน่ารักระดับพรีเมียมที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ต่างหาก” ทัพฟ้าหันมาส่งยิ้มกวนประสาทใส่ พร้อมกับยื่นนิ้วมาจิ้มแก้มฉันเบาๆ หนึ่งที “ดูสิ แก้มป่องเป็นซาลาเปาไส้ครีมแบบนี้ น่าเอาไปตั้งโชว์ไว้หน้าร้านสะดวกซื้อจริงๆ”
“อีตาทัพฟ้า! อยากโดนหักก้านคอคาชุดครุยนักใช่ไหมเนี่ย!” ฉันแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะพุ่งเข้าไปหยิกแขนเขาให้เนื้อเขียว แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ทัน แล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ จนไหล่ของเราแนบชิดกัน ความอบอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุกระโปรงและเสื้อผ้าเข้ามาจนฉันต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังหุบไม่ค่อยอยู่
ให้ตายเถอะ... แพ้ทางอีกแล้วค่ะ ยัยพายออคนเก่งหายไปไหนหมด ทำไมพออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ทีไร สมองถึงได้รวนเรจนคิดคำด่าไม่ออกสักทีนะ!
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ฉันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นป้ายหน้าบ้านและคุณพ่อคุณแม่ของทัพฟ้ายืนยิ้มต้อนรับอยู่ที่ระเบียง
“อ้าว ถึงแล้วเหรอลูก ไหน ลงมาให้แม่ดูใกล้ๆ หน่อยซิ ยัยพายออตัวจริงเสียงจริงน่ารักกว่าในรูปที่ตาฟ้าส่งมาให้ดูซะอีกนะเนี่ย” คุณแม่ของทัพฟ้าเดินตรงเข้ามาสวมกอดฉันด้วยความเอ็นดูทันทีที่ก้าวลงจากรถ ท่านลูบหัวฉันปอยๆ อย่างอ่อนโยนจนฉันทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวเกร็งแล้วส่งยิ้มหวานเจี๊ยบกลับไป
ส่วนคุณพ่อของทัพฟ้าก็เดินเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาะๆ ก่อนจะหันมาหัวเราะร่า “เก่งมากหนูพายออ ได้ข่าวว่าช่วยเคี่ยวเข็ญไอ้ลูกชายตัวแสบจนมันยอมตั้งใจทำโปรเจกต์จบได้เกรด A มาฝากพ่อได้ นี่ถ้าไม่ได้หนู ป่านนี้มันคงไปขี่บิ๊กไบค์รอบโลกไม่ยอมเรียนจบแน่ๆ”
“โห่พ่อออ ผมก็ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย” ทัพฟ้าทำหน้ามู่ทู่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ทั้งสองคนได้ทันที
การทานอาหารมื้อเย็นร่วมกับครอบครัวของทัพฟ้าเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย คุณแม่คอยตักโน่นตักนี่ใส่จานให้ฉันไม่หยุด จนฉันต้องส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ทัพฟ้ากลับทำเป็นมองไม่เห็นแถมยังอมยิ้มชอบใจที่เห็นฉันกินจนพุงกาง
หลังมื้ออาหาร ทัพฟ้าก็พาฉันขึ้นมาบนห้องนอนวัยเด็กของเขาเพื่อเก็บของบางส่วน ก่อนที่เราจะย้ายเข้าอยู่ด้วยกันที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองอย่างถาวรตามแผนการที่วางไว้ ห้องนอนของเขายังคงกลิ่นอายความเป็นเด็กผู้ชายสายลุย มีโมเดลหุ่นยนต์และกีตาร์โปร่งวางพิงมุมห้อง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาฉันมากที่สุดคือกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน... มันเป็นรูปถ่ายโพลาลอยด์ของเราสองคนเมื่อตอนไปเที่ยวทะเลด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว
“มองอะไรอยู่ ยัยเตี้ย หรือว่าซึ้งใจจนอยากจะร้องไห้ที่ได้ย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเดือนคณะคนนี้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวฉันจากด้านหลัง คางคมเกยลงบนลาดไหล่ของฉันอย่างถือวิสาสะ
“ใครจะไปซึ้งใจกันเล่า แค่คิดว่านับจากวันนี้ไปต้องทนฟังเสียงดีดกีตาร์เพี้ยนๆ ของนายทุกวันแล้วปวดหัวต่างหาก” ฉันบ่นอุบอับ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดอุ่นๆ นั้น
“ปากแข็งจริงนะ... ไหน ลองพูดใหม่อีกทีซิว่ารักฉันมากแค่ไหน ถ้ายอมพูดเพราะๆ เดี๋ยวคืนนี้จะยอมให้เลือกเมนูดูซีรีส์คนแรกเลยเอ้า” ทัพฟ้ากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาขนลุกซู่
“ฝันไปเถอะคนหลงตัวเอง!” ฉันศอกกลับเบาๆ ที่หน้าท้องเขา แต่ทัพฟ้ากลับหัวเราะชอบใจแล้วกดจูบเบาๆ ลงบนกลุ่มผมของฉันอย่างทะนุถนอม บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความสุขจนฉันไม่อยากให้เวลาเดินผ่านไปเลย
คืนนั้น... หลังจากจัดการข้าวของในคอนโดใหม่เข้าที่เข้าทาง ทัพฟ้าก็ขอตัวออกไปร้านสะดวกซื้อข้างล่างเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัวเพิ่มเติม ปล่อยให้ฉันนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นคนเดียว แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าส่องลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้ามาภายในห้อง ฉันเปิดแชตกลุ่มที่มี มีน และ กรณ์ ส่งข้อความคุยกันสนุกสนานเรื่องรูปรับปริญญาเมื่อกลางวัน
[มีนตัวแม่สายแซ่บ]: แกรรร รูปคู่กับทัพฟ้าวันนี้คือฟิลแฟนมากกกก เหมือนพรีเวดดิ้งเข้าไปทุกทีแล้วนะ ย้ายไปอยู่ด้วยกันแบบนี้ ระวังจะไม่ได้นอนนะจ๊ะเพื่อนรัก กร๊ากกกกกก
[พายออคนสวยขา]: ยัยมีนบ้า! แกคิดอะไรเนี่ย สมองไหลไปถึงไหนต่อไหนแล้วยะ! ฉันมาอยู่แบบรูมเมตเฉยๆ เว้ยยยย
[กรณ์หูไวตาไว]: รูมเมตบ้าอะไรสายตาไอ้ฟ้ามันกินขาดตั้งแต่ก้าวขาเข้าห้องแล้วครับคุณพายออ ยิ่งตอนมันมองแกตอนกินเค้กนะ โหยยย หวานจนมดขึ้นจอแทบทะลุ ถ้ามันไม่รักจนหมดใจ ป่านนี้มันไม่ยอมก้มหัวให้ยัยตัวแสบอย่างแกหรอก
ฉันอ่านข้อความของเพื่อนสนิททั้งสองแล้วก็ได้แต่หน้าร้อนผ่าว เผลอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่กำลังเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปยาวเหยียดเพื่อแก้เขิน
[พายออคนสวยขา]: พอเลยพวกแกทั้งคู่! ใครจะไปยอมแพ้ความกวนประสาทของหมอนั่นง่ายๆ กันเล่า ถึงจะแอบหวั่นไหวกับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขาก็เถอะ... แต่บอกเลยว่าฉันไม่มีทางสารภาพรักก่อนเด็ดขาด! คนอย่างรวิปรียาซะอย่าง ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่โว้ยยย!
พิมพ์เสร็จฉันก็กดส่งทันทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงประตูกระจกคอนโดก็เปิดออก พร้อมกับร่างสูงของทัพฟ้าที่ก้าวเข้ามาในห้อง มือหนาถือถุงใส่ขนมและเครื่องดื่มเต็มสองมือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหันมามองฉันที่กำลังนั่งหน้าแดงก่ำอยู่บนโซฟา
“คุยอะไรอยู่ หน้าแดงเชียว... แอบนินทาอะไรฉันให้เพื่อนฟังหรือเปล่า ยัยตัวแสบ” ทัพฟ้าวางของลงบนโต๊ะ แล้วเดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริบ
ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลังทันที หัวใจเต้นรัวโครมครามด้วยความตกใจกลัวเขาจะเห็นข้อความที่เพิ่งส่งไป
“ป...เปล่าสักหน่อย! ใครนินทานายนت ไม่มี๊!” ฉันปฏิเสธเสียงสูงจนน่าสงสัย
ทัพฟ้าเลิกคิ้วสูงอย่างไม่เชื่อ สายตาคมกริบกวาดมองอาการพิรุธของฉันก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของเราห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนฉันแทบหยุดหายใจ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นจากแอร์ทำให้สติฉันกระเจิดกระเจิงไปหมด
“แน่ใจนะ... ว่าไม่ได้แอบพิมพ์อะไรซึ้งๆ บอกรักฉันอยู่” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก จนฉันต้องรีบผลักอกเขาออกเบาๆ แล้วลุกพรวดขึ้นยืน
“หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปบอกรักนายกันยะ ฝันกลางวันอยู่หรือไง!” ฉันแหวใส่กลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ก่อนจะรีบหันหลังเดินหนีเข้าห้องนอนของตัวเอง แต่เสียงทุ้มของเขาก็ยังไล่หลังมาพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้งต่ำที่ชวนให้ใจสั่นไม่หยุด
“ระวังตัวไว้เถอะยัยตัวแสบ... คืนนี้ฉันไม่ปล่อยให้เผลอใจไปไหนแน่ๆ”
ฉันปิดประตูกระแทกเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งพิงกับบานประตู หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน มือเรียวยกขึ้นทาบอกตัวเองพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือที่สว่างวาบขึ้นมาเพราะมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาจากแอปพลิเคชันแชต
มันไม่ใช่ข้อความจากมีนหรือกรณ์... แต่เป็นข้อความจากแชตส่วนตัวของ **"ทัพฟ้า"** ที่เพิ่งส่งตรงเข้ามาหาฉันสดๆ ร้อนๆ ทั้งที่เราเพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยกดเปิดหน้าจออ่านข้อความนั้นช้าๆ...
และข้อความบนหน้าจอก็ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ดวงตากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง—
[ทัพฟ้า]: *"อ่านไลน์กลุ่มผิดห้องนะพายออ... แต่ไม่เป็นไร ฉันรู้แล้วว่าเธอรักฉันมาก... เพราะฉะนั้น เตรียมตัวรับตำแหน่งแฟนตัวจริงของฉันได้เลย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยัยตัวแสบ"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่ 29 ด้วยกันนะคะ รักที่สุดค่ะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับรูมเมตคลั่งรัก•ตอนที่ 29
ย้ายบ้านหรือย้ายหัวใจ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับรูมเมตคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!