"ถ้าคุณจะเปิดมันด้วยวิธีนั้น เกรงว่าเนื้อหาข้างในคงจะมอดไหม้ไปก่อนที่ตาของคุณจะได้เห็นตัวอักษรบรรทัดแรกนะคะ"
เสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอายของไม้โอ๊ก รินรดาชะงักมือที่กำลังถือมีดคัตเตอร์จ่อตรงรอยปิดผนึกของซองจดหมายสีชาที่ดูผิดแปลกไปจากจดหมายทั่วไป
เธอหันขวับไปมองยังทิศทางของเสียง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ในห้องนี้ไม่ควรมีใครนอกจากเธอ ทนายความหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ตั้งแต่นาทีแรกที่เธอเข้ามา กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเก้าอี้หนังที่ยังหมุนช้าๆ เหมือนเพิ่งมีคนเพิ่งลุกออกไป
"คุณเป็นใคร แล้วทนายวิชัยหายไปไหนคะ?" รินรดาเค้นเสียงถาม แม้ความกลัวจะเกาะกุมก้อนเนื้อในอกจนสั่นสะท้าน แต่สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังซองจดหมายในมือ มันไม่ใช่แค่กระดาษ มันมีรอยคราบจางๆ ที่ดูเหมือนรอยสนิมหรืออาจจะเป็น... เลือด
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องจากทางเดินด้านนอก รินรดาตัดสินใจกรีดซองนั้นออกด้วยความเร็วที่เหนือการควบคุม ลายมือหวัดแกมบรรจงในกระดาษเนื้อหยาบปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แค่จดหมายเรียกตัว แต่มันคือพินัยกรรมที่ระบุชื่อของเธอ—‘รินรดา’ เด็กหญิงไร้ที่มาที่ถูกทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์บ้านเมตตาเมื่อยี่สิบปีก่อน
'ถึงทายาทผู้ถือครองบาดแผลแห่งกาลเวลา... สิ่งที่คุณตามหามาทั้งชีวิตไม่ได้อยู่ในที่ที่ผู้คนเขามองกัน แต่อยู่ในรอยเลือดที่บรรพบุรุษของคุณได้สังเวยไว้ให้กาลเวลา... ไปที่คฤหาสน์รัตติกาลเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ความจริงจะถูกฝังกลบพร้อมกับเถ้าถ่านของตัวคุณเอง'
อ่านจบ รินรดาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอเป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดาที่พยายามใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อหาคำตอบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร แต่ทำไมชื่อของเธอถึงถูกระบุไว้ในเอกสารที่ดูเหมือนความลับของตระกูลขุนนางเก่าแก่เช่นนี้
"คุณไม่ได้ถูกเลือกเพราะโชคชะตาหรอกครับ แต่คุณถูกเลือกเพราะคุณคือ 'กุญแจ'"
เสียงนั้นดังขึ้นใกล้กว่าเดิม รินรดารีบหันกลับไปพบกับชายหนุ่มคนเดิม อคิน เขายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศกดดันเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง แววตาของเขาคมกริบแต่ทว่าซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
"กุญแจอะไร? แล้วทำไมฉันต้องฟังคนแปลกหน้าอย่างคุณด้วย ในเมื่อทนายความที่เรียกฉันมายังให้คำตอบไม่ได้เลย" รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับตู้หนังสือเก่าแก่
อคินสาวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาได้กลิ่นจางๆ ของไม้สนและกำยานจากตัวเขา "ทนายวิชัยไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ถูกสั่งให้ 'หยุด' ในสิ่งที่เขากำลังจะบอกคุณ เพราะถ้าคุณรู้ความจริงก่อนเวลา คุณอาจจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของพินัยกรรมฉบับนี้"
เขาหยิบเหรียญเงินเก่าแก่ที่มีสัญลักษณ์รูปกุญแจไขว้กับกริชยื่นมาให้เธอ "เก็บไว้ นี่คือสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองคุณได้จนกว่าจะถึงคฤหาสน์รัตติกาล แต่อย่าได้ไว้ใจใคร... แม้แต่เงาของตัวเอง"
รินรดามองเหรียญในมือด้วยความสับสน มือของเธอสั่นเทาขณะรับมันมา ความเย็นเยียบจากเหรียญซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก ราวกับมันมีชีวิตและกำลังกระซิบเตือนภัยที่เธอมองไม่เห็น
"ทำไมต้องเป็นฉัน? พ่อแม่ฉันเป็นใครกันแน่ อคิน!" เธอตวาดถาม ความอัดอั้นที่เก็บกดมาตลอดชีวิตระเบิดออกมา
อคินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงลมหายใจ "แม่ของคุณไม่ได้ทิ้งคุณไว้ที่สถานสงเคราะห์รินรดา แต่ท่านซ่อนคุณไว้... จากคนที่กำลังตามล่าคุณอยู่ในตอนนี้"
ก่อนที่รินรดาจะได้ซักไซ้ต่อ ประตูห้องทำงานที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาก็ถูกกระแทกจากด้านนอกจนบานพับพังครืนลงมา กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากเหล็กไร้ใบหน้ากรูเข้ามาในห้อง อคินคว้าแขนเธอแล้วลากไปที่ระเบียงหลังห้องโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวและเศษแก้วที่กระจัดกระจาย รินรดาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม บุคคลนั้นถือเอกสารซองสีชาแบบเดียวกันกับเธอในมือ และกำลังเฝ้ามองมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ... เพราะคนคนนั้นมีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับส่องกระจกเงา
ตุ๊กตาโบราณหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวในบทแรกนี้จะทำให้คุณรี้ดทุกท่านตื่นเต้นและอยากร่วมค้นหาความจริงไปกับรินรดานะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 1
พินัยกรรมสีเลือด
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!