“คุณกำลังบอกว่า... หลักฐานชิ้นนั้นเป็นของปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เราหยิบไปวางไว้บนโต๊ะสอบสวนด้วยตัวเองงั้นหรือคะ?”
รินรดาวางปากกาด้ามหรูลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงที่กระทบพื้นผิวไม้กลับดังก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวของอคิน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของทนายความหนุ่มที่บัดนี้ดูจะฉายแววเคร่งเครียดกว่าครั้งใด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เคยดูสงบเงียบ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าของพวกเขาให้เกิดเงาที่ทาบทับดูคล้ายหน้ากากที่ซ่อนความนัยบางอย่างเอาไว้
อคินขยับตัวเล็กน้อย เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ใช้นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามสันแฟ้มเอกสารที่เพิ่งได้รับมาจากแหล่งข่าวลับ “ไม่ใช่แค่ของปลอมธรรมดาครับ... ผิดค่ะ ฉันหมายถึง... มันคือกับดักที่ออกแบบมาอย่างประณีต เพื่อระบุตัวตนของ 'ใครบางคน' ที่พยายามจะขุดคุ้ยอดีตของตระกูลวีรเกียรติศิริ” เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดปากใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสม ก่อนจะปรับโทนเสียงให้ราบเรียบขึ้น “หากเรายื่นเอกสารชุดนี้ต่อศาลในเช้าวันพรุ่งนี้ คนที่จะตกเป็นจำเลยไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อคุณ... แต่จะเป็นตัวคุณเองที่ถูกฟ้องร้องฐานปลอมแปลงเอกสารและทำลายหลักฐานของรัฐ”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือของเธอเย็นเฉียบแต่เธอกลับกำมันไว้แน่นใต้โต๊ะ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรโหมกระหน่ำในใจ นี่ไม่ใช่แค่เกมทางกฎหมาย แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่คนบงการอยู่เหนือกว่าพวกเธอหลายก้าว “พวกเขาฉลาดมากนะคะ... ใช้ความโหยหาความจริงของฉันมาเป็นอาวุธ”
“รินรดา คุณต้องฟังผมนะ” อคินโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ประจำตัวเขามันทำให้เธอหวั่นไหวชั่วขณะ แต่นั่นไม่ใช่เวลาสำหรับการพะวงเรื่องความรู้สึก “เราไม่ได้แพ้ แต่เราแค่กำลังเดินเข้าสู่ 'การลวงหลอก' ที่เขาวางไว้ เราต้องเล่นตามน้ำ... ให้เขารู้สึกว่าแผนการนั้นสมบูรณ์แบบจนตายใจ แล้วเราจะพลิกสถานการณ์ในวินาทีที่เขากำลังเฉลิมฉลอง”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไรคะ?” เธอถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “ในเมื่อสถานรับเลี้ยงเด็กที่ฉันเติบโตมาถูกสั่งปิดโดยกะทันหัน ข้อมูลตัวตนของฉันถูกลบหายไปจากทะเบียนราษฎร์ประหนึ่งว่ารินรดาคนนี้ไม่มีตัวตนอยู่บนโลก... ฉันไม่มีอาวุธอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากคุณ”
อคินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน ไฟจากตึกสูงระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ไร้ชีวิต เขามองเงาสะท้อนของหญิงสาวในกระจกผ่านเงาตัวเอง “ใครบอกว่าคุณไม่มีอะไร? คุณมีสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุด... คือความไม่รู้ที่พวกเขามีต่อคุณ เพราะคุณเป็นตัวแปรที่พวกเขาควบคุมไม่ได้มาโดยตลอด”
เขาหันกลับมา แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชา แต่มันคือความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง “คืนนี้ เราจะไปพบกับ ‘คนกลาง’ คนที่จะยืนยันว่าเอกสารที่อยู่ในมือคุณคือของจริง... แม้ว่าเราจะรู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นของปลอมก็ตาม”
“คุณจะไปพบกับคนทรยศนั่นหรือคะ? อคิน มันอันตรายเกินไป!”
“ถ้าไม่เข้าไปในถ้ำเสือ เราก็ไม่มีทางได้ลูกเสือมาหรอกค่ะ” อคินใช้คำที่เธอชอบพูดขึ้นมาล้อเลียน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธอจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน “เตรียมตัวให้พร้อม เปลี่ยนชุดซะ... เราต้องไปเป็นนักแสดงที่เล่นได้แนบเนียนที่สุดในค่ำคืนนี้”
...
ท่าเรือเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวปลาและสนิมเหล็กในยามวิกาลช่างเงียบเชียบจนน่าสะพรึงกลัว แสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทางที่กะพริบถี่ๆ เหมือนจะขาดใจเป็นเพื่อนร่วมทางเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา รินรดากระชับเสื้อโค้ทตัวหนาแน่นขึ้น หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นไม้ที่ผุพังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดูเหมือนจะดังก้องไปทั่วความมืด
พวกเขามาถึงจุดนัดพบตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าว ทว่ากลับไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย นอกจากลมทะเลที่พัดมาปะทะร่างจนหนาวเหน็บถึงกระดูก
“เขาไม่มาตามนัด” รินรดากระซิบ สายตากวาดมองไปรอบๆ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเริ่มเกาะกินใจ “หรือว่านี่จะเป็นการลวงหลอกอีกชั้นหนึ่งคะ?”
อคินขมวดคิ้ว มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเหมือนเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “นั่นสิ... หรือว่าเราจะโดนซ้อนแผนตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเสียอีก”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งคู่หมุนตัวกลับไปทันทีด้วยสัญชาตญาณ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มเดินออกมาจากเงามืดของตู้คอนเทนเนอร์ ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่รินรดาจำได้แม่น... เขาคือคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับพ่อของเธอ
“คุณอคิน... แล้วก็คุณรินรดา” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงแหบพร่า “ไม่นึกเลยว่าความดื้อรั้นของคนในตระกูลนี้จะส่งทอดมาถึงคุณได้มากขนาดนี้”
“คุณเป็นคนวางแผนทั้งหมดใช่ไหม?” รินรดาถามด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคง “การปลอมแปลงเอกสาร การทำลายประวัติฉัน... คุณทำไปเพื่ออะไร!”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่ขอบเริ่มเปื่อยยุ่ย เมื่อเขาส่งมันมาให้รินรดา หญิงสาวถึงกับตัวแข็งทื่อ... ในรูปนั้นคือเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังถือตุ๊กตาโบราณที่หน้าตาคุ้นเคยอย่างประหลาด ยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเธอราวกับแกะ แต่น่าตกใจกว่านั้นคือ สัญลักษณ์ที่อยู่บนตุ๊กตานั้น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับตราประทับบนเอกสารปลอมที่อคินเพิ่งเตือนเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“คุณเข้าใจผิดไปหน่อยนะแม่หนู” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “เอกสารนั่นไม่ใช่ของปลอม... แต่มันคือ ‘ใบสั่งตาย’ ที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ผู้ที่กล้าจะหยิบมันขึ้นมาต่างหาก และตอนนี้... พวกคุณทั้งคู่ก็ทำมันหล่นลงพื้นพร้อมกันแล้ว”
เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียวในความมืดมิด ทว่ามันไม่ได้มาจากทิศทางของชายคนนั้น อคินคว้าตัวรินรดาให้หลบหลังเสาเหล็ก ทันใดนั้นไฟจากเรือขนส่งลำใหญ่ที่จอดอยู่นอกฝั่งก็สาดส่องเข้ามาประจันหน้าพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่... บุคคลที่รินรดาคิดว่าตายไปตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ก้าวลงมาจากเรือด้วยแววตาเรียบเฉย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับตุ๊กตาโบราณนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 32
การลวงหลอกระดับสูง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!