"อย่าขึ้นไปนะ กวิน"
เสียงของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับก้อนหินที่จมดิ่งลงใต้น้ำ เธอไม่ได้หันมามองผม แต่ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บันไดไม้ที่ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนตามจังหวะฝีเท้าที่เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา จังหวะเสียงที่คุ้นเคยเสียจนหัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ มันคือจังหวะการเดินที่ลากส้นเท้าซ้ายเล็กน้อย... จังหวะเดินของคนที่ผมควรจะลืมไปนานแล้ว
ผมกำสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลในมือแน่นจนปกหนังนิ่มๆ นั้นยับยู่ยี่ ความโกรธแค้น ความกลัว และความรู้สึกพ่ายแพ้ที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก ผมตัดสินใจทิ้งมันลงบนพื้นไม้กระดานเสียงดัง "ตุ้บ" ก่อนจะตะโกนใส่ความว่างเปล่าข้างบนนั่น
"พอเสียที! จะตามผมไปถึงไหน จะเอาอะไรจากคนล้มเหลวอย่างผมอีก!"
เสียงเปียโนหยุดลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านกาแฟเก่าแก่แห่งนี้จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว รินหันกลับมามองผม แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่แววตาของผู้หญิงที่รักอิสระและเข้มแข็งอย่างที่เคยเห็น แต่มันคือแววตาของความสงสารที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอ
"คุณคิดว่าบันทึกเล่มนี้คือคำตอบเหรอคะ กวิน?" รินถามเสียงแผ่ว เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มลงเก็บสมุดเล่มนั้นขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างทะนุถนอม "คุณเอาความเจ็บปวดไปผูกไว้กับกระดาษพวกนี้ แล้วก็หลอกตัวเองว่ามันคือบันทึกแห่งชีวิต แต่จริงๆ แล้ว มันก็แค่กรงขังที่คุณสร้างขึ้นมาเองไม่ใช่หรือคะ"
"ผมแค่เหนื่อย..." ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือทั้งสองข้างกุมขมับ "ผมเหนื่อยกับการต้องค้นหาตัวตนในอดีต ผมเหนื่อยกับการต้องวิ่งไล่ตามเงาของตัวเองที่ไม่มีวันจับต้องได้ ริน... ผมไม่ควรเริ่มอ่านมันตั้งแต่แรก"
ผมคว้าบันทึกคืนจากมือเธอแล้วเงื้อมมือทำท่าจะเขวี้ยงมันเข้าไปในเตาผิงที่มอดดับไปนานแล้ว มือของผมสั่นเทา ความโกรธขึ้งในใจมันกัดกินทุกอย่างจนผมไม่เหลือแม้แต่ความหวังที่จะทำตามความฝันสมัยวัยรุ่น
"ทิ้งมันไปสิคะ ถ้าคุณคิดว่านั่นคือการปลดปล่อย" รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้ห้าม ไม่ได้ดึงดัน เธอเพียงแค่ยืนกอดอก มองดูผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "แต่ก่อนจะทำ... ลองอ่านหน้าที่คุณยังไม่ได้เปิดดูสิคะ หน้าสุดท้ายของส่วนที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีซีดนั่น"
ผมนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ลมหายใจที่หอบถี่ค่อยๆ สงบลง ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตา ผมก้มลงมองบันทึกในมือ ริบบิ้นสีซีดที่รินพูดถึงมันโผล่พ้นขอบกระดาษออกมาเพียงเล็กน้อย ผมสูดหายใจเข้าลึก กรีดนิ้วเปิดไปที่หน้านั้น... หน้าที่หมึกปากกาสีน้ำเงินเข้มเขียนไว้ด้วยลายมือที่ผมจำได้ขึ้นใจ
* 'หากวันใดที่ความเงียบงันทำให้เจ้าท้อแท้ จงอย่าลืมว่าเสียงดนตรีที่เจ้าเคยบรรเลง ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่มันอยู่ในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจที่เจ้ายังคงหายใจอยู่... กวิน' *
มือของผมสั่นหนักกว่าเดิม ราวกับโลกทั้งใบหมุนคว้าง ข้อความนี้... มันเขียนไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทิ้งเปียโนตัวนั้นไว้ที่ร้านขายของเก่า และทิ้งความฝันทั้งหมดเพียงเพราะคำพูดของคนอื่นเพียงคนเดียว แต่นี่คือลายมือของเขา—คนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะยอมรับในตัวผม
"คุณ... คุณรู้จักเขาได้ยังไง" ผมเงยหน้าขึ้นถามริน เสียงของผมสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ แต่รินกลับเดินไปที่หน้าต่างบานเก่า แล้วเปิดมันออก ปล่อยให้สายฝนที่เริ่มโปรยปรายเข้ามาปะทะกับใบหน้าของเธอ
"เขาไม่ได้จากไปไหนหรอกค่ะกวิน" รินหันกลับมา ยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะมองทะลุผ่านตัวผมไปถึงอดีตที่ไกลแสนไกล "เขาแค่รอให้คุณกล้าพอที่จะเปิดอ่านบันทึกเล่มนี้จนจบ ไม่ใช่แค่เพื่อหนีความจริง แต่เพื่อให้อภัยตัวเอง"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เคยเงียบไปก็กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้เดินลงมาจากชั้นบนอย่างที่คิด เสียงนั้นดังก้องมาจาก 'ข้างหลัง' ผม—จากประตูทางเข้าที่ล็อกแน่นหนามาตลอดทั้งคืน
เสียงลูกบิดประตูหมุนช้าๆ ดังแกรก... แกรก... เหมือนมีใครบางคนกำลังไขกุญแจเข้ามาด้วยความใจเย็น มือของผมที่ถือสมุดบันทึกอยู่เย็นเฉียบ เมื่อเงาของร่างหนึ่งทอดผ่านแสงไฟสลัวจากด้านนอกเข้ามาในห้อง รินหันไปมองประตูนั้นด้วยสายตาที่เบิกกว้าง แล้วพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมแข็งตัว
"เขามาแล้วค่ะกวิน... และดูเหมือนเขาจะจำ 'เจ้าของบันทึก' ตัวจริงได้แล้วด้วย"
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษและหยาดฝนไปกับกวินนะคะ หวังว่าความอ้างว้างในบทนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจความหมายของคำว่า 'ให้อภัยตัวเอง' มากขึ้นอีกนิดค่ะ ด้วยรักจากสมุดบันทึกสีน้ำตาลค่ะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 10
ในวันที่ท้องฟ้าหม่น
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!